จากกรณีเกิดเหตุการณ์น้ำรั่วซึมและดินทรุดตัวบริเวณพื้นที่ก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีวงเวียนใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) วันนี้ (10 กรกฎาคม) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งบูรณาการความร่วมมือเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์และบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนอย่างเร่งด่วน
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามีน้ำใต้ดินซึ่งมีแรงดันสูงกว่าระดับหลังคาอุโมงค์ถึง 20 เมตร รั่วซึมเข้ามาบริเวณฐานของบ่อพักน้ำใต้อุโมงค์ (Sump) ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากข้อบกพร่องในเนื้อคอนกรีตระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง ทำให้น้ำทะลักเข้ามาตามรอยแยกด้วยอัตราสูงสุดถึง 100 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเกินขีดความสามารถของเครื่องสูบน้ำปกติที่จะรองรับได้
จากปริมาณน้ำที่ทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างชั้นดินและพื้นที่ผิวจราจรด้านบน โดยพบการยุบตัวของพื้นผิวถนนประชาธิปกบริเวณจุดเกิดเหตุทรุดตัวเพิ่มขึ้นถึง 20 เซนติเมตร นอกจากนี้ จากการติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว (Rescue Guardian) ของเจ้าหน้าที่ ยังพบว่าโครงสร้างอาคารพาณิชย์ในบริเวณใกล้เคียงเริ่มมีสัญญาณการเอนตัว เคลื่อนตัวเล็กน้อย และอาจมีรอยร้าวใหม่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม อาคารที่อยู่ประชิดจุดเกิดเหตุมากที่สุดซึ่งเป็นอดีตธนาคารนั้น ปัจจุบันไม่มีผู้อยู่อาศัยเนื่องจากอยู่ระหว่างการปิดปรับปรุง
เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ พร้อมทั้งมีคำสั่งอพยพประชาชนผู้อยู่อาศัยในอาคารที่เสี่ยงภัยด้านหลังจำนวน 2-3 อาคาร ออกจากพื้นที่เป็นการชั่วคราวอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ควบคู่ไปกับการสั่งปิดการจราจรบนถนนประชาธิปกแบบ 100% ทั้ง 4 ช่องทาง ตั้งแต่สี่แยกบ้านแขกถึงวงเวียนใหญ่ เพื่อเปิดทางให้เครื่องจักรหนักเข้าอำนวยความสะดวกในการซ่อมแซม และลดแรงสั่นสะเทือนสะสมจากยานพาหนะที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างดิน
ทางด้านการซ่อมแซมทางวิศวกรรม ผู้รับเหมาและ รฟม. ได้เร่งฉีดคอนกรีตผสมสารเกาะตัวเพื่ออุดรอยรั่วบริเวณบ่อพักน้ำ จนปัจจุบันสามารถสกัดกั้นและลดอัตราการสูบน้ำลงเหลือ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงได้สำเร็จ พร้อมกันนี้ยังมีแผนดำเนินการเจาะบ่อบาดาลความลึก 50 เมตร เพื่อดึงน้ำใต้ดินออกและลดแรงดัน ควบคู่ไปกับการเร่งสร้างกำแพงกันน้ำใต้ดินตามแนวอาคาร ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ โดยมีเจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เฝ้าระวังติดตามข้อมูลการเคลื่อนตัวของอาคารแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้าน อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้ให้ข้อสังเกตเชิงวิศวกรรมว่า เจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ต้องเฝ้าระวัง 4 สัญญาณอันตรายที่อาจนำไปสู่เหตุการณ์โครงสร้างดินถล่ม ได้แก่ การสังเกตว่ามีทรายหรือมวลดินปนมากับน้ำที่รั่วซึมหรือไม่, ความแรงและอัตราการไหลของน้ำที่สูงขึ้น, การยุบตัวของผิวจราจรอย่างต่อเนื่อง และการแตกร้าวของอาคารรอบไซต์งาน
อย่างไรก็ตาม ทาง รฟม. และกรมการขนส่งทางราง ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันตรงกันว่า ปัจจุบันเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ส่วนใหญ่ได้แล้ว และเหตุการณ์น้ำรั่วซึมในครั้งนี้ไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าหลักแต่อย่างใด
ผลพวงจากการปิดช่องทางจราจรบนถนนประชาธิปก กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ได้ออกประกาศแนะนำเส้นทางเลี่ยงการจราจรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยผู้ที่ขับรถมาจากสะพานพุทธยอดฟ้าและสะพานพระปกเกล้า ให้เลี้ยวซ้ายหรือขวาเข้าสู่ถนนอิสรภาพ
ส่วนรถที่มาจากแยกคลองสาน สามารถเข้าวงเวียนใหญ่เพื่อมุ่งหน้าไปยังแยกตากสินได้ สำหรับรถที่มาจากแยกตากสินและต้องการมุ่งหน้าไปถนนประชาธิปก ขอให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางมุ่งหน้าแยกท่าพระเพื่อเข้าสู่ถนนจรัญสนิทวงศ์แทน และรถที่มาจากถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน สามารถวนรอบวงเวียนใหญ่เพื่อมุ่งหน้าไปยังแยกบ้านแขกได้ตามปกติ ทั้งนี้ ขอแนะนำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเผื่อเวลาและหลีกเลี่ยงเส้นทางรอบจุดเกิดเหตุจนกว่าการซ่อมแซมจะแล้วเสร็จ
สำหรับโครงการก่อสถานีวงเวียนใหญ่ (รหัสสถานี PP25) เป็นสถานีรูปแบบใต้ดินที่ซ่อนโครงสร้างอยู่ใต้ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ใกล้กับวงเวียนใหญ่ ซึ่งจุดที่เกิดปัญหาน้ำรั่วซึมคือบ่อรับน้ำที่อยู่ล่างสุดของอุโมงค์ โดยในอนาคตสถานีแห่งนี้จะถูกยกระดับให้เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารที่สำคัญของฝั่งธนบุรี
เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อการเดินทางกับสถานีวงเวียนใหญ่ของรถไฟฟ้าบีทีเอส (สายสีลม) และสถานีวงเวียนใหญ่ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง (ช่วงหัวลำโพง-มหาชัย) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยภาพรวมของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้เส้นทางนี้ มีกำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการประชาชนในช่วงปลายปี 2570


