วันนี้ (7 กรกฎาคม) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เน้นย้ำมาตรฐานการตั้งจุดตรวจและจุดสกัดทั่วประเทศ โดยต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์หรือการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม สามารถร้องเรียนได้ทันที
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.กิตติ สุขสมภักดิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ได้ลงพื้นที่สุ่มตรวจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ บริเวณจุดกวดขันวินัยจราจรป่าไม้เขต ถนนเพชรเกษมสายเก่า ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายของ ตร.
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า การตั้งจุดตรวจทุกแห่งต้องได้รับอนุมัติจากผู้บังคับการตำรวจในพื้นที่ และต้องพิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้สร้างผลกระทบต่อการจราจรหรือสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควร โดยจุดตรวจที่ได้มาตรฐานจะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์
- แบ่งพื้นที่ปฏิบัติงานเป็น 5 โซน อย่างชัดเจน
- มีป้ายแจ้งเตือนล่วงหน้า และป้ายแสดงชื่อหัวหน้าจุดตรวจ รวมถึงชื่อผู้บังคับการที่อนุมัติการตั้งจุดตรวจ
- มีหมายเลขโทรศัพท์และคิวอาร์โค้ด (QR Code) ประจำจุด เพื่อให้ประชาชนสามารถร้องเรียนและประเมินการปฏิบัติงานได้
- เจ้าหน้าที่ทุกนายต้องติดกล้องบอดี้แคม (Body Cam) บันทึกภาพและเสียงขณะปฏิบัติหน้าที่
- กล้องวงจรปิดประจำจุดตรวจ ต้องบันทึกและจัดเก็บภาพเหตุการณ์ไว้ไม่น้อยกว่า 20 วัน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบย้อนหลัง
กรณีที่มีกระแสสังคมบางส่วนเรียกร้องให้ยกเลิกการตั้งด่านตรวจนั้น โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่า ตร. พร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นและยินดีหารือกับทุกฝ่าย แต่ขอยืนยันว่าจุดตรวจยังคงมีความจำเป็นต่อการรักษาความปลอดภัยสาธารณะ เนื่องจากที่ผ่านมาสามารถใช้เป็นจุดสกัดกั้นเหตุร้าย และจับกุมผู้กระทำความผิดในคดีสำคัญได้หลายคดี อาทิ คดียาเสพติด การลักลอบพกพาอาวุธปืน รวมถึงช่วยลดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ
ทั้งนี้ ตร. ยอมรับว่าอาจมีเจ้าหน้าที่บางนายที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม แต่หากมีการตรวจสอบพบความผิด จะถูกดำเนินการลงโทษทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังได้กล่าวถึงพฤติกรรมการแชร์ตำแหน่งด่านตรวจลงบนโซเชียลมีเดียว่า หากมีจุดประสงค์เพื่อรณรงค์ไม่ให้ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ขับขี่รถก็ถือว่าไม่ใช่ปัญหา แต่หากมีเจตนาเพื่อช่วยเหลือผู้กระทำความผิดให้สามารถหลบเลี่ยงการถูกตรวจค้นจนนำไปสู่ความเสียหาย อาจเข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ทางกฎหมายได้
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้คำแนะนำแก่ประชาชนเมื่อต้องขับรถผ่านจุดตรวจว่า สามารถตรวจสอบความถูกต้องของจุดตรวจได้จากป้ายแสดงรายละเอียด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องแสดงตัว แจ้งเหตุผลในการตรวจค้น และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ หากประชาชนไม่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ทัน สามารถแจ้งความประสงค์ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลจากกล้องประจำจุดตรวจหรือบอดี้แคมย้อนหลังได้
หากประชาชนพบเห็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ สามารถสแกนคิวอาร์โค้ดหน้าจุดตรวจ หรือโทรศัพท์แจ้งสายด่วน ตร. 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ออกคำสั่งกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ตลอดจนจเรตำรวจ ลงพื้นที่สุ่มตรวจและรายงานผลเป็นประจำทุกเดือน เพื่อประเมินมาตรฐานและเร่งแก้ไขข้อบกพร่องอย่างทันท่วงที


