วันนี้ (7 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรี ในการประเมิน KPI ของรัฐมนตรี ว่า การวัด KPI มีอยู่ตลอดอยู่แล้ว ซึ่งต้องทบทวนตัวเองและดูในเรื่องการทำงานที่ผ่านมา พยายามขับเคลื่อนให้ดีที่สุดและสุดท้ายประชาชนจะเป็นคู่ชี้วัด ซึ่งนายกรัฐมนตรีในฐานะเป็นผู้กำกับดูแลรัฐบาลคงติดตามอยู่แล้ว พร้อมยืนยันว่าการพูดคุยกันเมื่อช่วงเช้านี้ไม่ได้มีการพูดคุยถึงกรณีดังกล่าว แต่เป็นการพูดคุยถึงการทำงานในภาพรวม
เมื่อถามว่า ฝั่งพรรคภูมิใจไทยมีการกำชับรัฐมนตรีโลกลืม ในฝั่งพรรคเพื่อไทยจะมีการกำชับในการทำผลงานของรัฐมนตรีหรือไม่ จุลพันธ์กล่าวว่า เรายังไม่มีเหตุ และหากติดตามดูการทำงานของทุกคน จะรู้ว่าพวกเราพยายามขับเคลื่อนการทำงานอย่างเต็มที่ ขณะนี้สิ่งสำคัญคือการสื่อสารกับประชาชน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่าอะไรที่ทำแล้วเป็นประโยชน์ต่อประชาชน หรืออะไรที่ขับเคลื่อนออกไปแล้วประชาชนได้ประโยชน์ต้องสื่อสารให้ชัดเจน ซึ่งพวกตนจะพยายามทำให้ดีขึ้นในการสื่อสารหากมีอะไรขาดตกบกพร่อง
ส่วนขณะนี้พอใจกับผลงานของรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ จุลพันธ์กล่าวว่า ถึงเวลาก็ต้องมานั่งดู และทบทวนกันแต่ยังไม่ใช่เวลานี้ นี่เพิ่งเริ่มมาแค่ 3 เดือนจะต้องให้เวลาทุกคนได้ทำความคุ้นเคย ในการพิสูจน์ตัวเอง เพื่อพิสูจน์ผลงาน ซึ่งไม่ได้มีการกําหนดเวลาที่เหมาะสมในการประเมิน แต่ต้องดูเป็นระยะ และจะมีการรวบรวมผลงานเพื่อสื่อสารต่อสังคมว่าได้ทําอะไรไปแล้ว พร้อมทําให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และทิศทางของหน่วยงานในการกํากับดูแล
ด้าน สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเตรียมประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรี ว่า เป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว เพราะการทำงานของรัฐบาลจำเป็นต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกันทุกกระทรวง ทุกคนจึงต้องมี KPI ที่ชัดเจนเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ หากรัฐมนตรีคนใดไม่มีผลงาน ย่อมส่งผลต่อความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำ ดังนั้น การตั้ง KPI จะช่วยผลักดันให้รัฐมนตรีทำงานเชิงรุกและตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ


