รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ ได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นภาคประชาชนและการแก้ไขปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
▪️ผลกระทบต่อประชาชนจากกฎหมาย
นายประกอบ สิริวงศ์เทาสะอาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี นำคณะกรรมาธิการลงพื้นที่บริเวณวัดไผ่ ซึ่งเป็นจุดที่ถูกอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศเขตพื้นที่อุทยานทับซ้อนกับพื้นที่ชาวบ้านเมื่อปี พ.ศ. 2524 รวมทั้งลงพื้นที่บ้านของ ปิ่นแก้ว ประชาชนที่ถูกกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยื่นฟ้องร้องในปี พ.ศ. 2555 ในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าจากการเปิดร้านขายอาหาร
ปิ่นแก้วได้นำเอกสารหลักฐาน ภ.บ.ท.5 (ภาษีบำรุงท้องที่) มอบให้รังสิมันต์เพื่อยืนยันว่าครอบครัวอาศัยอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่รุ่นบิดามารดาและมีบ้านเลขที่ชัดเจน แต่กลับถูกฟ้องร้องและสั่งปิดร้านอาหาร ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นฎีกา หลังจากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 2 ปี และปรับ 200,000 บาท ซึ่งปิ่นแก้วต้องขอผ่อนชำระเดือนละ 3,000 บาท โดยอาศัยเงินจากบุตรหลานเนื่องจากขาดรายได้
ปิ่นแก้วระบุว่าพื้นที่ของตนจัดอยู่ในกลุ่มที่ 4 คือพื้นที่นอกเขต ส.ป.ก. ซึ่งอยู่อาศัยมาก่อนการประกาศเขตอุทยาน และต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาโดยยึดหลักเขตปี พ.ศ. 2543 ตามมติคณะรัฐมนตรี
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการได้ลงสำรวจหลักเขตปี พ.ศ. 2543 ซึ่งเป็นแนวเขตที่ชาวบ้านต้องการให้ภาครัฐยึดถือเพื่อแบ่งแยกเขตอุทยานกับเขตชุมชน และเดินทางไปตรวจสอบบริเวณอิมภูฮิลล์ รีสอร์ท ซึ่งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลานได้ติดประกาศคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน โดยปัจจุบันสถานที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างการรุ้อถอนและทุบทำลายตัวอาคาร
▪️ข้อเสนอการนิรโทษกรรมและแนวทางการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม
เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส. แบบบัญชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการฯ อธิบายเพิ่มเติมถึงสถานการณ์ทางคดี โดยอ้างอิงการให้สัมภาษณ์ของ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ระบุว่าผู้ที่ถูกฟ้องร้องจะถูกแยกออกจากการพิสูจน์สิทธิ์กับคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิรายแปลง และต้องเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีต่อไป
ด้าน พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะกรรมาธิการ ได้เสนอแนวทางแก้ไขโดยการออกกฎหมายนิรโทษกรรมแก่ประชาชนทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา สำหรับกรณีที่รัฐประกาศพื้นที่ทับซ้อนกับที่ดินประชาชน โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่ครอบคลุมถึงกลุ่มทุนสีเทา นายทุน หรือนอมินี
พ.ต.อ. ทวีระบุว่า ศาลพิจารณาคดีตามหลักกฎหมายที่ยึดเส้นแนวเขตปี พ.ศ. 2524 โดยไม่ได้นำมติคณะรัฐมนตรีปี พ.ศ. 2543 มาประกอบการพิจารณา ทำให้ประชาชนที่อยู่มาก่อนกลายเป็นผู้กระทำความผิด นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิดการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและที่ดิน เพื่อแก้ปัญหากระบวนการทางกฎหมายที่ใช้บังคับกับประชาชน หรือที่เรียกว่านิติสงคราม
พล.อ. วิทวัส รชตะนันทน์ อดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ข้อมูลเสริมว่า ในอดีตมีเรื่องร้องเรียนกรณีการประกาศเขตป่าทับที่ทำกินกว่า 50,000 เรื่อง ทางผู้ตรวจการแผ่นดินได้สำรวจและเสนอให้ใช้แนวเขตปี พ.ศ. 2543 เพื่อแยกป่าออกจากชุมชน แต่กระบวนการยังไม่สิ้นสุดและไม่ได้เสนอเข้าคณะรัฐมนตรี ทำให้ในช่วงปี พ.ศ. 2552-2553 มีการจับกุมประชาชนกว่า 500 คดี พลเอก วิทวัส เสนอว่าพื้นที่ใดที่มีการคัดค้านควรเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ตามความเป็นจริง
▪️ข้อเสนอ 9 ประการ จากภาคประชาชน
ที่ศาลาประชาคม หมู่บ้านไทยสามัคคี สมบูรณ์ สิงกิ่ง คณะทำงานแก้ไขที่ดินจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน ให้ข้อมูลว่าพื้นที่พิพาทครอบคลุม 97 หมู่บ้าน 15 ตำบล ในจังหวัดนครราชสีมาและปราจีนบุรี ความผิดพลาดเกิดจากการประกาศเขตอุทยานในปี พ.ศ. 2524 ที่ใช้มาตราส่วน 1:500,000 ครอบคลุมพื้นที่ 1.3 ล้านไร่ ทับซ้อนกับป่าเสื่อมโทรมที่มีการให้สัมปทานในปี พ.ศ. 2517 และพื้นที่ ส.ป.ก. ที่ประกาศในปี พ.ศ. 2521 นำมาสู่การจับกุมประชาชนไปแล้ว 552 คดี
สมบูรณ์ได้กล่าวถึงมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่แบ่งแนวทางการจัดการเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 พื้นที่ ส.ป.ก. 53,416 ไร่ กลุ่มที่ 2 โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี 8,328 ไร่ กลุ่มที่ 3 พื้นที่ พมพ./คจก. 87,500 ไร่ กลุ่มที่ 4 พื้นที่อื่นนอกเขต ส.ป.ก. และโครงการมั่นคง 109,420 ไร่ และกลุ่มที่ 5 พื้นที่ราชพัสดุ 6,621 ไร่ โดยปัญหาหลักอยู่ที่กลุ่มที่ 4
สมบูรณ์ได้นำหลักฐานการจัดตั้งหมู่บ้านเพื่อความมั่นคงในปี พ.ศ. 2520 จากนโยบายของ พลโท เปรม ติณสูลานนท์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในขณะนั้น มาแสดงเพื่อยืนยันสิทธิการอยู่อาศัย
ตัวแทนภาคประชาชนได้แสดงความกังวลต่อกระบวนการสร้างกระแสข้อมูลข่าวสาร (IO) ของกรมอุทยานฯ ผ่านแคมเปญ ‘เซฟทับลาน’ และได้ยื่นข้อเสนอ 9 ประการต่อคณะกรรมาธิการ ได้แก่
- ตรวจสอบมติคณะกรรมการอุทยานเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ว่าขัดต่อมติคณะรัฐมนตรีหรือไม่
- ตรวจสอบคำสั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ 2/2569 ในการตั้งคณะทำงาน
- ตรวจสอบการใช้งบประมาณปรับปรุงแนวเขตในปี พ.ศ. 2554
- ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการใช้แนวเขตปี พ.ศ. 2524 และการจับกุมประชาชน
- เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง
- ผลักดันกระบวนการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อเยียวยาผู้ถูกดำเนินคดี
- ตรวจสอบกระบวนการ IO ของกรมอุทยานฯ ในแคมเปญ ‘เซฟทับลาน’
- กำหนดมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความผิดพลาดของรัฐ
และ 9. ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.)
▪️การดำเนินการของ กมธ. ในระยะต่อไป
รังสิมันต์ โรม กล่าวสรุปหลังการรับฟังความคิดเห็นว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นคือปัญหา ‘ป่ารุกคน’ ซึ่งเกิดจากข้อผิดพลาดในการขีดเส้นแนวเขต ทำให้ประชาชนกว่า 30,000 คน กลายเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย คณะกรรมาธิการจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาภายในเดือนสิงหาคม โดยจะเชิญหน่วยงานที่มีอำนาจตัดสินใจและฝ่ายการเมืองมาชี้แจง
ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาต้องแยกพื้นที่ป่าออกจากชุมชน และต้องไม่มีการเหมารวมปัญหาทั้งหมดเข้าด้วยกัน โดยแสดงความกังวลต่อแนวทางการจัดการพื้นที่กลุ่มที่ 4 ซึ่งมีประชาชนกว่า 5,200 ครัวเรือนได้รับผลกระทบ หากดำเนินการโดยขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน อาจนำไปสู่การผลักดันประชาชนออกจากพื้นที่ครั้งใหญ่
สำหรับกระบวนการทางกฎหมาย รังสิมันต์ระบุว่าจะต้องใช้กลไกทางสภาในการผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรมต่อไป พร้อมหารือกับวิปทั้งสองฝ่ายเพื่อให้การพิจารณากฎหมายมีความรวดเร็ว และยืนยันว่าการทำงานของคณะกรรมาธิการเป็นไปโดยไม่มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ ในพื้นที่พิพาทดังกล่าว








