วันนี้ (2 กรกฎาคม) สื่อท้องถิ่นกัมพูชา รายงานความเห็นจากโฆษกกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ตอบโต้กรณีที่สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว THE STANDARD ถึงเหตุผลที่รัฐบาลไทยตัดสินใจระงับการเจรจาคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission: JBC) เนื่องจากกัมพูชาตัดสินใจไม่พูดคุยทวิภาคีกับไทยในเรื่องเขตทางทะเล และเดินหน้าไปสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ทำให้การเจรจา JBC ต้องระงับไว้ก่อน
โดยกัมพูชาปฏิเสธเหตุผลดังกล่าว และยืนยันว่า กระบวนการไกล่เกลี่ยทางทะเลไม่สามารถนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการชะลอการกำหนดเขตแดนทางบกที่ตกลงกันไว้ได้
“การที่กัมพูชาหันไปพึ่งอนุสัญญา UNCLOS ไม่สามารถถูกนำมาใช้เป็นอีกข้ออ้างของไทย เพื่อชะลอการกำหนดเขตแดนทางบกที่ตกลงกันไว้ได้” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศฯ ของกัมพูชากล่าว พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า “UNCLOS เป็นวิธีการที่สันติในการกำหนดเขตทางทะเล สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงที่มากขึ้นในความสัมพันธ์ของไทยและกัมพูชาและป้องกันการบานปลาย ไม่ได้เป็นพื้นฐานสำหรับการทำลายความไว้วางใจ”
ทั้งนี้ สีหศักดิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ THE STANDARD เมื่อวันอังคาร (30 มิถุนายน) ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า “ที่ผ่านมา ฝ่ายไทยมีความต้องการที่จะพูดคุยทวิภาคีกับกัมพูชาเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ทั้งในเรื่องข้อพิพาททางบกและทางทะเล แต่การที่กัมพูชาเดินหน้าไปสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ทำให้การเจรจา JBC ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในตอนนี้ และต้องดูเรื่องความคืบหน้าของการเจรจาข้อพิพาททางทะเลเสียก่อน”
“ต้องดูว่าเรื่องข้อพิพาททางทะเลไปถึงไหนยังไง อย่างไรก็ตาม ถึงจุดหนึ่งถ้าเริ่มมีการแสดงท่าทีอะไรบางอย่าง เช่น การที่ไปวิจารณ์และโจมตีไทยในเวทีระหว่างประเทศน้อยลง ลดลง หรือไม่มีเลย เราก็อาจจะเลือกเป็นมาตรการหนึ่งในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ก็ต้องดูท่าทีของกัมพูชา แต่แน่นอนว่าการเจรจา JBC อย่างเป็นทางการมันยังเกิดไม่ได้ตอนนี้”
ทั้งนี้ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศฯ กัมพูชา ยังกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ไทยได้ถอนตัวออกจากกรอบความร่วมมือทวิภาคีเพียงกรอบเดียว คือ MOU2544 ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการเจรจา แม้ว่ากัมพูชาจะร้องขอให้คงไว้ก็ตาม”
“กัมพูชาเรียกร้องอย่างหนักแน่นให้ไทยอย่าถอนตัวออกจากกลไกทวิภาคีที่มุ่งสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นระหว่างกันอีกครั้ง กัมพูชายังคงมุ่งมั่นที่จะเจรจาต่อไปเพื่อกลับมาดำเนินการตามกระบวนการปักปันเขตแดนทางบกตามที่ตกลงกันไว้” เขากล่าว และกล่าวหาว่า “ไทยได้เลื่อนการประชุม JBC หลายครั้ง โดยอ้างเหตุผลต่างๆ เช่น การดำเนินการตามขั้นตอนภายในประเทศ การเลือกตั้งทั่วไป การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ และการอนุมัติคณะผู้นำ JBC ฝ่ายไทยชุดใหม่”
ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศฯ กัมพูชา ยังตั้งข้อสังเกตว่า แม้รัฐบาลไทยจะได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่และจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้แต่งตั้งประธานและคณะกรรมาธิการ JBC ชุดใหม่ แม้ว่าจะมีพันธสัญญาภายใต้แถลงการณ์ร่วมของการประชุมพิเศษครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา ซึ่งมีการลงนามเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2025 เพื่อกลับมาดำเนินการสำรวจและปักปันเขตแดนอีกครั้ง โดยเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงกันไว้
อ้างอิง:


