×

พนิดาเปิดโปงงบองค์กรอิสระ 3 ประเภท ชี้งบบุคลากรสูง แต่ไร้ความโปร่งใส

โดย THE STANDARD TEAM
01.07.2026
  • LOADING...
ภาพอินโฟกราฟิกสรุปประเด็นการอภิปรายของพนิดา มงคลสวัสดิ์ เรื่องงบประมาณ 3 องค์กรอิสระ

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย มีประเด็นสำคัญจากการอภิปรายของ พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส. สมุทรปราการ พรรคประชาชน ที่ได้อภิปรายตรวจสอบงบประมาณรวมกว่า 10,195 ล้านบาท ของ 3 องค์กรอิสระ ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)

 

 

โดยมีการเปิดเผยข้อมูลการขอจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสปอร์ตคอมเพล็กซ์ของ ป.ป.ช. และการจ่ายค่าเช่าที่ดินของอาคาร สตง. ที่ถล่มลงมา พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความคุ้มค่าและความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ของทั้งสามหน่วยงาน

 

สส. ภูมิใจไทยลุกประท้วง เหตุพาดพิงคดีฮั้ว สว.

 

พนิดาเริ่มต้นการอภิปรายโดยระบุว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา งบประมาณขององค์กรอิสระไม่ได้ถูกใช้อย่างคุ้มค่าตามภารกิจหลัก ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นตกต่ำและไม่มีหน่วยงานใดสามารถตรวจสอบถ่วงดุลได้ ผู้อภิปรายได้แสดงภาพกระดาษโพยฮั้วการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่าไม่ใช่กระดาษจดบันทึกทั่วไป แต่เป็นโพยจัดตั้งที่มีการตีตารางเขียนหมายเลขไว้ชัดเจน และผลการลงคะแนนก็ออกมาตรงตามโพย

 

“ความน่าจะเป็นที่จะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้เทียบเท่ากับการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 ติดต่อกัน 70 งวด จึงทำให้ประชาชนตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้ง สว. และการรับรู้ถึงความผิดปกติในการเก็บโพยดังกล่าวของ กกต.” พนิดาระบุ

 

พร้อมตั้งคำถามว่า เมื่อการได้มาซึ่ง สว. ชุดปัจจุบันมีข้อครหา และ สว. ต้องทำหน้าที่ให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ประชาชนจะสามารถเชื่อมั่นในความเป็นกลางได้อย่างไร

 

ระหว่างการอภิปรายในประเด็นนี้ สนอง เทพอักษรณรงค์ สส. บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงว่า การอภิปรายไม่อยู่ในประเด็นของญัตติการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี และกระบวนการตรวจสอบการฮั้ว สว. อยู่ระหว่างการดำเนินการตามกฎหมาย ขอให้ผู้อภิปรายกลับเข้าสู่ประเด็น ซึ่ง เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมขณะนั้น ได้อนุญาตให้พนิดาอภิปรายต่อไป

 

ประท้วงรอบ 2 เหตุอภิปรายโยงคดีศักดิ์สยาม

 

จากนั้น พนิดาได้เปลี่ยนประเด็นมาสู่งบประมาณของการทำงานของ ป.ป.ช. โดยกล่าวถึงข้อครหาเรื่องการละเว้นการตรวจสอบผู้มีอำนาจ โดยยกกรณีการไม่ตรวจสอบเบื้องต้นหรือไต่สวนผู้เกี่ยวข้องในคดีการแสดงบัญชีทรัพย์สินของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งจากกรณีซุกหุ้น

 

การอภิปรายดังกล่าวทำให้สนองลุกขึ้นประท้วงเป็นครั้งที่สอง โดยระบุว่าเป็นการอภิปรายนอกประเด็นและมีการเอ่ยชื่อบุคคลภายนอกอย่างชัดเจน เลิศศักดิ์จึงได้ตักเตือนพนิดา เรื่องการพาดพิงบุคคลภายนอกและขอให้อภิปรายเข้าสู่ประเด็น

 

พนิดาได้อภิปรายต่อพร้อมแสดงภาพบุคคลที่ระบุว่าเป็น ‘นาย ศ.’ ซึ่งมีการเบลอใบหน้า ทำให้สนองลุกขึ้นประท้วงครั้งที่ 3 ขอให้นำภาพบุคคลภายนอกออกจากหน้าจอแสดงผล เลิศศักดิ์ได้วินิจฉัยไม่อนุญาตให้นำรูปบุคคลภายนอกมาแสดง ทำให้เกิดการประท้วงคำวินิจฉัยจาก เอกราช อุดมอำนวย สส. กทม. พรรคประชาชน ที่มองว่าประธานวินิจฉัยไม่เป็นกลาง เนื่องจากภาพดังกล่าวถูกเบลอจนไม่สามารถระบุตัวตนได้และไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหาย

 

เลิศศักดิ์จึงชี้แจงหลักการว่า หากเบลอภาพจนไม่ทราบว่าเป็นใครสามารถอนุญาตได้ แต่ขอให้มีความระมัดระวัง ก่อนที่จะให้พนิดาดำเนินการอภิปรายต่อ โดย พนิดาได้กล่าวเสริมถึงข้อครหาอื่นๆ ของ ป.ป.ช. เช่น กรณีนาฬิกายืมเพื่อน และกรณีสินบนทองคำ

 

ชำแหละงบองค์กรอิสระ 3 ประเภท เสนอตั้ง KPI

 

พนิดาได้จำแนกโครงสร้างการใช้งบประมาณของทั้ง 3 องค์กรอิสระออกเป็นสัดส่วน ประกอบด้วย งบบุคลากรร้อยละ 70 งบก่อสร้างและเช่ารถร้อยละ 10 และงบดำเนินงานร้อยละ 20 โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

งบบุคลากร: ทั้ง 3 หน่วยงานมีงบบุคลากรรวมกัน 7,352 ล้านบาท น.ส.พนิดา ระบุว่า หาก กกต. ป.ป.ช. และ สตง. สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ละเว้นผู้มีอำนาจ และรักษาภาษีของประชาชนได้ ประชาชนก็ยินดีจ่ายค่าบุคลากร แต่ปัจจุบันองค์กรเหล่านี้กำลังเผชิญกับวิกฤติศรัทธาจากการใช้อำนาจที่ถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ให้คนบางกลุ่ม

 

งบก่อสร้างและสิ่งปลูกสร้าง: มีการตั้งงบประมาณก่อสร้างในปีนี้ 672 ล้านบาท โดยมีข้อสังเกตเรื่องการตั้งงบผูกพันข้ามปีในหลายโครงการ

 

กรณี กกต. มีการของบประมาณ 193 ล้านบาท เพื่อสร้าง 16 อาคาร แต่ถูกสำนักงบประมาณตัดเหลือ 35 ล้านบาท เนื่องจากเคยได้รับงบประมาณไปแล้วแต่ไม่สามารถหาผู้รับเหมาได้ นอกจากนี้ยังมีโครงการที่จังหวัดพัทลุงที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย แต่ในปีนี้กลับของบประมาณ 12 ล้านบาทไปสร้างต่อที่จังหวัดปทุมธานี

 

กรณี ป.ป.ช. มีงบผูกพันเดิมสำหรับ 19 อาคารที่ยังสร้างไม่เสร็จ และปีนี้ได้ตั้งงบผูกพันสร้างใหม่อีก 5 อาคาร

 

พนิดาระบุว่า ปีก่อนมีการของบสร้างอาคารอบรมบุคลากรใหม่ 12 ชั้น มูลค่า 777 ล้านบาท ซึ่งมีลักษณะเป็นสปอร์ตคอมเพล็กซ์ ประกอบด้วยสระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิก ห้องฟิตเนส และยิม อาคารดังกล่าวยังสร้างไม่เสร็จ แต่ในปีนี้กลับมีการตั้งของบประมาณเพิ่มอีก 162 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงอาคารเดิมในบริเวณเดียวกัน

 

กรณี สตง. มีการของบประมาณ 252 ล้านบาท เพื่อสร้าง 16 อาคาร ทั้งที่มีโครงการมูลค่า 135 ล้านบาท ในอำเภอสัตหีบที่สร้างเสร็จแล้วถูกทิ้งร้างมา 15 ปีจนไม่สามารถใช้งานได้ นอกจากนี้ สตง. ยังมีภาระต้องจ่ายค่าเช่าที่ดินให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทยในพื้นที่เขตจตุจักร ซึ่งเป็นจุดที่อาคาร สตง. ถล่มลงมาจากเหตุแผ่นดินไหว โดยต้องจ่ายค่าเช่าไปอีก 6 ปี มูลค่ารวม 764 ล้านบาท ซึ่งพนิดา เรียกร้องให้รัฐบาลหาตัวผู้กระทำผิดมารับผิดชอบและเรียกคืนความเสียหาย เนื่องจากเป็นเงินภาษีของประชาชน

 

งบดำเนินงาน: พนิดาระบุว่า งบส่วนนี้ควรนำไปใช้กับภารกิจหลัก แต่กลับถูกนำไปใช้กับโครงการที่เน้นปริมาณผู้เข้าร่วมมากกว่าผลลัพธ์เชิงคุณภาพ เช่น โครงการลูกเสืออาสา กกต. การอบรมพลเมืองประชาธิปไตย ศูนย์ศึกษาประชาธิปไตยมูลค่า 100 ล้านบาท ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล 7,000 แห่งที่มีเพียงภารกิจเดินรณรงค์ รวมถึงแอปพลิเคชันตาสับปะรดที่ไม่มีผู้ใช้งานจริง

 

ในช่วงท้ายของการอภิปราย พนิดาได้เสนอแนวทางแก้ไขโดยขอให้เปลี่ยนวิธีคิดในการใช้งบประมาณ กำหนดให้มีหน่วยงานอิสระภายนอกเข้ามาประเมินดัชนีชี้วัด (KPI) ขององค์กรอิสระทั้ง 3 แห่ง ขอให้ชะลอการก่อสร้างอาคารเพื่อลดงบประมาณผูกพัน ลดการจัดกิจกรรมเพื่อเปลี่ยนไปวัดผลลัพธ์เชิงคุณภาพ และดำเนินการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data) เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาตรวจสอบการทำงานได้

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising