ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เบอร์ 10 พร้อมด้วย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน และกลุ่มผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ได้ร่วมลงพื้นที่ย่านเยาวราช สำเพ็ง และเขตสัมพันธวงศ์
การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้มุ่งเน้นไปที่การรับฟังปัญหาและนำเสนอนโยบายเพื่อช่วยเหลือกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า โดยเฉพาะประเด็นการเรียกรับผลประโยชน์หรือปัญหาส่วยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งธนาธรระบุว่า เป็นพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย
ขณะที่ชัยวัฒน์ชี้ว่า ปัญหานี้เป็นที่รับรู้กันดีและถือเป็นต้นทุนแฝงที่ผู้ค้าขายไม่ควรต้องแบกรับ พร้อมประกาศแนวทางที่จะทำให้ระบบดังกล่าวหมดไปในวาระการทำงานของตน โดยจะเปลี่ยนผ่านไปสู่การจัดสรรพื้นที่ค้าขาย ทั้งพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ของกรุงเทพมหานครอย่างโปร่งใส และเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ค้าเข้ามามีส่วนร่วมในการออกความคิดเห็นและเสนอนโยบาย
สำหรับแนวทางการยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่เขตสัมพันธวงศ์ นายชัยวัฒน์เปิดเผยว่า พรรคประชาชนมุ่งตอกย้ำนโยบายการค้าขายง่ายเพื่อกระตุ้นให้เกิดกระบวนการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ โดยมีนโยบายพัฒนาย่านที่กำหนดให้กลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำในการพัฒนา
ส่วนกรุงเทพมหานครจะปรับบทบาทเป็นผู้ให้การสนับสนุน เพื่อผลักดันให้แต่ละเขตสามารถพัฒนาศักยภาพตามอัตลักษณ์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นย่านการค้า ย่านท่องเที่ยว หรือย่านเศรษฐกิจ
นอกเหนือจากมิติด้านการพาณิชย์แล้ว
ธนาธรได้นำเสนอข้อมูลเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนจากการลงพื้นที่รับฟังปัญหาในหลายเขตทั่วกรุงเทพมหานคร โดยชี้ว่าปัญหาหลักที่ได้รับการร้องเรียนทางด้านสาธารณสุขคือข้อจำกัดในการใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เนื่องจากโรงพยาบาลตามสิทธิของผู้มีรายได้น้อยมักตั้งอยู่ห่างไกลจากที่พักอาศัย ส่งผลให้มีต้นทุนการเดินทางสูงถึงครั้งละ 400 ถึง 500 บาท
ประชาชนที่มีรายได้น้อยหรือคนจนเมืองจำนวนมากจึงจำเป็นต้องยอมเสียเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยตนเองเพื่อเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้บ้านแทน ซึ่งภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้ถือเป็นต้นทุนที่สูงมากสำหรับผู้มีฐานะยากจน
นอกจากนี้ ข้อมูลจากประชาชนยังสะท้อนถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชน เช่น ปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน และปัญหาน้ำในลำคลองเน่าเหม็น ซึ่งเป็นประเด็นความเดือดร้อนที่พบได้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนประเด็นความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์การเลือกตั้งในช่วงโค้งสุดท้าย ธนาธรระบุว่า พรรคประชาชนมีความมั่นใจในพื้นที่ย่านเยาวราชซึ่งถือเป็นฐานเสียงสำคัญ พร้อมทั้งเน้นย้ำรูปแบบการรณรงค์หาเสียงของพรรคว่าเป็นการทำงานร่วมกันเป็นทีมงานที่เข้มแข็ง ไม่ใช่ลักษณะของการทำงานเฉพาะตัวบุคคลหรือวันแมนโชว์ โดย
ในส่วนของชัยวัฒน์ได้ใช้เวลาในการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการแสดงวิสัยทัศน์และรายละเอียดนโยบายผ่านช่องทางสถานีโทรทัศน์และรายการต่างๆ เพื่อชี้แจงความพร้อมในการเข้าบริหารงานและแก้ไขปัญหาของชาวกรุงเทพมหานครอย่างเต็มที่ในทุกวัน












