วานนี้ (18 สิงหาคม) เอกราช อุดมอำนวย สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร นำคณะกรรมาธิการฯ ตรวจเยี่ยมและศึกษาดูงานด้านกิจการทหารเพื่อความมั่นคง ที่กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หรือ กปช.จต. กองทัพเรือ ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี โดยมี พล.ร.ท. อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ผบ.นย.) และผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (ผบ.กปช.จต.) ให้การต้อนรับ
ภายหลังจากก่อนหน้านี้ ฉัตร สุภัทรวณิชย์ สส.นครราชสีมา พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการทหาร คนที่ 3 ได้เปิดภาพและตั้งคำถามถึงโครงการก่อสร้างบังเกอร์คุ้มภัยทหาร โดยพบว่าบังเกอร์อาจไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรมด้านความปลอดภัยและส่อทุจริต หลังมีการอนุมัติงบประมาณในการสร้างบังเกอร์หลังละ 50,000 บาท แต่มีการสั่งทำจริงในราคาประมาณ 35,000 บาท จำนวนรวมกว่า 90 หลัง ส่งผลให้เกิดส่วนต่างงบประมาณสูงถึง 1,350,000 บาท ซึ่งอยู่ในการควบคุมดูแลของ กปช.จต.
คณะกรรมาธิการฯ ใช้เวลาหารือกับ กปช.จต. ประมาณ 15 นาที ก่อนที่เอกราชจะให้สัมภาษณ์ว่า หน่วยฯ ได้อธิบายถึงการจัดทำบังเกอร์ของนาวิกโยธินว่า มีความแตกต่างจากการทำงานของหน่วยอื่นอย่างไร รวมไปถึงมีข้อจำกัดเรื่องการเบิกจ่ายงบกลางที่ไม่ได้มีการใช้เงินอย่างคล่องตัวมากนัก เนื่องจากถูกจำกัดเป็นงวดเงิน อีกทั้งกองกำลังฯ มีหลายฝ่าย และต้องมีการย้ายกำลังพลอยู่เรื่อย ๆ
เมื่อถามว่า บังเกอร์ที่เป็นประเด็นก่อนหน้านี้ จากการฟังคำชี้แจงจาก กปช.จต. ยังมีสิ่งใดที่คณะกรรมาธิการฯ ติดใจอยู่หรือไม่ ฉัตรกล่าวว่า เราได้รับข้อมูลจาก กปช.จต. ว่า หน่วยนาวิกโยธินรับผิดชอบชายแดน ซึ่งกินพื้นที่กว่า 250 กิโลเมตร ซึ่งย่อมมีพื้นที่ทุรกันดารบางจุดจริง ๆ แต่ว่าในแต่ละจุด ผบ.นย. ได้ยืนยันว่า ด้วยความตั้งใจต่าง ๆ ไม่ว่าจะใช้กำลังพลอย่างไร จะพยายามเข้าไปให้ถึงพื้นที่ ซึ่งอาจมีบางจุดที่แร้นแค้นหรือกันดาร
โดย ผบ.นย. ก็พยายามวางแผนว่าจุดไหนมีความผันแปร หรือมีการเปลี่ยนจุดจู่โจม ซึ่งทาง กปช.จต. ได้บอกกับคณะกรรมาธิการฯ ว่า จะไปตรวจสอบ เพราะมีความเป็นห่วงกำลังพล ในขณะที่ต้อง ‘สู้ไป ทำไป’ และต้องโยกย้ายกำลังพลไป แต่ขอยืนยันว่า จะทำทุกอย่างเพื่อให้กำลังพลปลอดภัย โดยเฉพาะเรื่องของคุณภาพบังเกอร์ เพราะหลายจุดที่เป็นจุดยุทธศาสตร์อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและกันดารมาก บางครั้งกว่าจะไปเติมหรือไปดำเนินการก็ค่อนข้างมีอุปสรรค และหากมีเหตุปะทะก็จะทำให้เกิดความล่าช้า
ฉัตรกล่าวอีกว่า บังเกอร์ที่เป็นประเด็นดังกล่าวได้รับการชี้แจงว่า เป็นการสร้างขึ้นในช่วงการสู้รบรอบแรก มีการนำงบของกองทัพเรือมาใช้เพื่อดำเนินการสร้างความมั่นคงแข็งแรงในพื้นที่ก่อน จากนั้นจึงได้รับงบกลางเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งการก่อสร้างก็ดำเนินการระหว่างการสู้รบไปด้วย โดยตัวเลขที่ออกมาหลังละ 50,000 บาทนั้น เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นในเรื่องของการซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้าง ไม่ได้กำหนดสเปกโดยเฉพาะ
เนื่องจากอยู่ในช่วงการสู้รบ ซึ่งกองทัพมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างที่มั่นเพื่อความปลอดภัยของกำลังพลที่ปฏิบัติงาน จากนั้นกองทัพได้มีการปรับปรุงพัฒนาให้มีความแข็งแรงมากขึ้น และได้ยืนยันว่าไม่มีเรื่องเงินทอน และจะให้ความสำคัญเรื่องการดูแลความปลอดภัยกำลังพล ซึ่งจากการรับฟังข้อมูลทหาร ตนก็เข้าใจถึงความจำเป็นดังกล่าว
จากนั้นคณะกรรมาธิการฯ ได้ลงพื้นที่ไปยังฐานปฏิบัติการชายแดนจังหวัดตราด เพื่อไปรับทราบสถานการณ์ในพื้นที่ และตรวจการก่อสร้างบังเกอร์ที่เป็นประเด็นในพื้นที่จริง ซึ่งปัจจุบันพบว่า การก่อสร้างบังเกอร์แล้วเสร็จ มีความแข็งแรงทนทานและมีคุณภาพ โดยเอกราชกล่าวว่า ภายหลังได้ลงพื้นที่และได้ดูเรื่องเส้นทางการส่งกำลังบำรุง เห็นว่า ควรจะผลักดันเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เช่น น้ำประปาหรือไฟฟ้า รวมถึงเส้นทาง เพื่อให้คุณภาพชีวิตของกำลังพลตามแนวชายแดนดีขึ้น
โดยเฉพาะเรื่องบังเกอร์ที่ประชาชนมีความเป็นห่วง ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ ได้เห็นถึงการเตรียมพร้อมและการบริหารจัดการ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ข้อมูลจึงต้องเป็นชั้นความลับ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการเรื่องบังเกอร์เป็นไปตามยุทธวิธีและแผนของกองทัพ ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ทั้งในส่วนของงบกลางและงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ซึ่งในช่วงการพิจารณางบประมาณ อยากให้มีการผลักดันในเรื่องนี้ และหาแนวทางลดขั้นตอนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยให้เป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีความคล่องตัวทั่วถึง และไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในแต่ละพื้นที่
เอกราชยังย้ำว่า ได้เห็นอุปสรรคในหลาย ๆ อย่าง เช่น เส้นทางส่งกำลังบำรุงที่อยู่ในพื้นที่ทับซ้อนกับเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งอยู่ในการดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำให้เจออุปสรรคทางข้อกฎหมาย จึงต้องดูกรอบการดำเนินการในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างความมั่นคงกับพื้นที่ป่าว่าจะจัดการอย่างไร และเมื่อดูจากยุทธศาสตร์ของฝั่งกัมพูชา ก็พบว่าได้ใช้ชาวบ้านและเกษตรกรมาอยู่ในพื้นที่เพื่อเป็นพื้นที่กันชน ซึ่งพี่น้องทหารตามแนวชายแดนได้ส่งสัญญาณมาว่า จะมีความเป็นไปได้หรือไม่ว่า ในอนาคตจะส่งเสริมให้ภาคประชาชนของไทยเข้ามาอยู่เพื่อรักษาแนว เป็นชุมชน ซึ่งจะเป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครอง ทหาร และประชาชน
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้คณะกรรมาธิการฯ จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการทำเส้นทางส่งกำลังบำรุง รวมไปถึงเรื่องของการใช้งบกลาง เพื่อให้การดำเนินการในทุกเรื่องเป็นไปอย่างคล่องตัว รวมถึงแนวทางในการทำ SMART POWER ในจุดที่สามารถใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาสนับสนุนได้ ซึ่งได้มีการพูดคุยถึงเรื่องโดรนและเทคโนโลยีสมัยใหม่กับทหารที่ปฏิบัติงานแนวหน้า ซึ่งเราจะไปช่วยผลักดันในทางนโยบายต่อไป ในเรื่องของความต้องการของพี่น้องทหาร พร้อมยืนยันว่า เราจะติดตามและผลักดันให้แนวรั้วชายแดนมีความมั่นคงสูง มีความร่วมสมัย และสามารถรักษาแนวไว้ได้ตลอด


