×

สัญญาณการเลือกตั้งครั้งใหม่ในมาเลเซียและรัฐบาลเอกภาพที่ (ไม่) มีอยู่จริง

17.06.2026
  • LOADING...
อันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย

เมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา อันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซียประกาศชัดเจนว่าการเลือกตั้งทั่วประเทศครั้งใหม่ (GE16) อาจจะมาถึงก่อนปี 2028 ทั้งนี้ ชนวนเหตุเกิดขึ้นหลังจาก Datuk Onn Hafiz Ghazi มุขมนตรีแห่งยะโฮร์ประกาศว่าพรรค Johor Barison Nasional (BN) ที่อยู่ใต้ร่มพรรคอัมโนจะส่งผู้สมัครลงชิงเก้าอี้ในการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติแห่งรัฐยะโฮร์จำนวน 56 ที่นั่ง ซึ่งการเลือกตั้งจะมีขึ้นในช่วงต้นปี 2027 ทำให้ในวันรุ่งขึ้นนายกฯ อันวาร์ ที่พ่วงตำแหน่งผู้นำกลุ่มพันธมิตรปากาตัน ฮาราปัน (PH) ออกโรงเตือนถึงข้อตกลงระหว่าง PH และอัมโนที่จะจับมือร่วมกันในการเลือกตั้งระดับรัฐ

 

หากอัมโนยืนยันที่จะส่งขุนพลลงสู้ศึกเลือกตั้งในทุกเขตของยะโฮร์ พรรคก็พร้อมที่จะท้าชน และจะไม่ใช่แค่ที่ยะโฮร์เท่านั้นแต่รวมถึงเนเกอรี เซมบิลันที่จะมีการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติแห่งรัฐในปี 2028 อีกด้วย ทว่าหัวหน้าปีกเยาวชนของพรรคอัมโนกลับออกมาโหมเชื้อไฟให้แรงขึ้นโดยประกาศว่า มันถึงเวลาแล้วที่อัมโนจะต้องถอนตัวออกจากรัฐบาลเอกภาพภายใต้การนำของอันวาร์ พร้อมกันนั้นก็มีข่าวลือหนาหูว่าอาจมีการประกาศยุบสภาแห่งรัฐยะโฮร์และจัดการเลือกตั้งก่อนปลายปีนี้

 

ที่จริงแล้วความขัดแย้งภายใต้รัฐบาลผสมของอันวาร์มิใช่ว่าจะเพิ่งเกิดขึ้น และแม้อันวาร์จะพยายามตอกย้ำความเป็นเอกภาพในรัฐบาลผสมตลอดมา ทว่าความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม PH ที่มีพรรคยุติธรรมประชาชน (PKR) เป็นแกนนำและกลุ่มพันธมิตร BN ที่มีพรรคอัมโนเป็นแกนนำก็ไม่เคยจะราบรื่นอย่างที่อันวาร์คาดหวัง

 

ทั้งนี้ สัญญาณของความขัดแย้งเริ่มปรากฏชัดเจนตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาจากการถอนตัวของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งเนเกอรี เซมบิลันของพรรคอัมโนทั้ง 14 คน ที่เดิมเคยสนับสนุนมุขมนตรีจากพรรค PKR โดยให้เหตุผลว่ามุขมนตรีได้เข้าไปแทรกแซงวิกฤติทางการเมืองของรัฐที่เกี่ยวข้องกับสุลต่าน

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งเพียงในระดับรัฐเท่านั้น แต่ยังนำมาสู่ความเคลือบแคลงถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างกลุ่ม PH กับพรรคอัมโนที่จับมือจัดตั้งรัฐบาลในระดับสหพันธรัฐด้วย ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ดาโต๊ะ เสรี ซัมบรี อับดุล กาดีร์ เลขาธิการ BN ชี้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลเอกภาพในระดับสหพันธรัฐเกิดขึ้นจากความรับผิดชอบต่อชาติที่ต้องการสร้างเสถียรภาพภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 15 (GE15) ทว่าความร่วมมือในระดับสหพันธรัฐไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออัตลักษณ์ ความเข้มแข็ง หรือความเป็นอิสระทางการเมืองของกลุ่ม BN ในระดับรัฐให้ลดน้อยลงแต่อย่างใด ซึ่งรวมถึงในรัฐยะโฮร์ด้วย

 

ด้านการทำงานของอันวาร์กับรัฐบาลในระดับรัฐก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่อยากให้เป็น เพราะเมื่อต้องทำงานร่วมกับรัฐบาลระดับรัฐที่มีกลุ่ม BN เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก หรือในบางรัฐที่พรรค Gabungan Parti Sarawak (GPS) และพรรค Gabungan Rakyat Sabah (GRS) เป็นผู้ขับเคลื่อน เช่น ซาราวัก และซาบาห์ ในการทำงานร่วมกับพรรคเหล่านี้นั้น รัฐบาล PH มักถูกมองว่าขาดความเข้มแข็งทางการเมืองเพราะต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านอำนาจต่อรองกับรัฐบาลระดับรัฐที่ขับเคลื่อนโดยกลุ่ม BN และพรรค GPS และ GRS จนกลายเป็นที่มาที่รัฐบาล PH พยายามจะสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐบาลใน 2 ระดับให้เกิดขึ้น ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมถึงการสร้างความร่วมมือในการเลือกตั้งระดับรัฐเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันกันเอง

 

ทว่าในทางปฏิบัติกลับไม่ง่ายดายเช่นนั้น เพราะยะโฮร์นอกจากจะเป็นฐานที่มั่นสำคัญทางการเมืองของอัมโนแล้ว ก็ยังเป็นพื้นที่สำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย นอกจากยะโฮร์ยังมีมะละกาที่อัมโนตั้งใจจะใช้เป็นพื้นที่ต้นแบบการพลิกฟื้นคืนชีพทางการเมืองของพรรค โดยอาศัยผลงานและเสถียรภาพของรัฐบาลระดับรัฐตลอดระยะเวลาเกือบ 5 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น เพื่อรักษาฐานเสียงทางการเมืองของพรรคเอาไว้ จึงนำมาสู่ความพยายามที่จะจัดการเลือกตั้งระดับรัฐในยะโฮร์และมะละกาให้ได้ก่อนปลายปีนี้ และใช้ทั้ง 2 รัฐเป็นฐานที่มั่นสำคัญสำหรับสู้ศึกเลือกตั้ง GE16 ที่กำลังจะมาถึงนั่นเอง หากอัมโนคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งระดับรัฐก็จะเปิดโอกาสให้พรรคสามารถฟื้นฟูแรงสนับสนุนทางการเมืองได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพารัฐบาลเอกภาพภายใต้การนำของอันวาร์ พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ ยิ่งเลือกตั้งระดับรัฐได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งจะเป็นประโยชน์ต่ออัมโนมากเท่านั้น

 

นอกจากปัญหาเอกภาพของรัฐบาลที่เกิดขึ้นจากฝ่ายอัมโนแล้ว อันวาร์ยังต้องเผชิญศึกภายในกลุ่ม PH ด้วยกันเอง ที่เริ่มขึ้นหลังจากผู้นำคนสำคัญของพรรค PKR คือ Rafizi Ramli ผู้ที่เคยถูกจับตาว่าจะเป็นตัวแทนทางการเมืองของอันวาร์ในอนาคตและ Nik Nazmi Nik Ahmad จับมือกันลาออกพร้อมกับสละที่นั่งในสภาเพื่อไปเข้าร่วมกับพรรค Bersama ที่แม้จะเป็นพรรคเล็กและยังถูกมองว่าไม่ใช่คู่ชกที่สมน้ำสมเนื้อกับกลุ่ม PH แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า พรรค Bersama น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของชาวจีนและชาวอินเดียรุ่นใหม่ในประเทศ รวมถึงผู้ที่เคยสนับสนุนอันวาร์ผ่านแนวทาง reformasi เพราะคนกลุ่มนี้ล้วนผิดหวังจากการบริหารงานของรัฐบาลที่ยังไม่เห็นวี่แววการปฏิรูปและการสร้างประชาธิปไตยดังที่เคยให้คำมั่นไว้

 

ในขณะเดียวกัน ด้านพรรคกิจประชาธิปไตย (DAP) หนึ่งในพรรคร่วมสำคัญและมีขนาดใหญ่ที่สุดของ PH ที่สนับสนุนอันวาร์มาอย่างต่อเนื่องกว่า 2 ทศวรรษ มีกำหนดนัดประชุมใหญ่ในเดือนกรกฎาคมนี้ว่าพรรคจะถอนตัวออกจากรัฐบาลอันวาร์ในทุกตำแหน่งรวมถึงตำแหน่งในบริษัทที่เป็นของรัฐบาลด้วย (GLCs) ด้วยหรือไม่ การตัดสินใจแยกตัวเป็นผลมาจากความล่าช้าของอันวาร์ในการปฏิรูปและแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชั่นทั้งที่เป็นคำมั่นสัญญาที่พรรคให้ไว้ก่อนชนะการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

 

ยิ่งไปกว่านั้นข้อเรียกร้องของชาวจีนที่เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคก็ถูกมองข้ามและบั่นทอนลงอย่างมาก เพราะท่าทีของอันวาร์แสดงชัดว่าต้องการรักษาเสียงสนับสนุนจากชาวมลายูมุสลิมและรักษารักษาเสถียรภาพของรัฐบาลเป็นลำดับแรก ซึ่งพรรค DAP มองว่าปัญหาดังกล่าวจะส่งผลต่อคะแนนความนิยมของพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้าและมีแนวโน้มว่าพรรคจะได้ที่นั่งในสภาลดลง รวมถึงมีโอกาสสูงที่จะกลับไปเป็นฝ่ายค้านอีกครั้ง

 

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าอันวาร์มีผลงานเด่นในด้านเศรษฐกิจ แต่ฝีมือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวคงไม่พอที่จะนำมาเรียกคะแนนนิยมในการเลือกตั้งครั้งหน้า ถ้ารัฐบาลเลือกที่จะประคองกันต่อไปอีก 2 ปี ก็คงต้องเผชิญกับปัญหาความขัดแย้งภายใน ‘รัฐบาลเอกภาพ’ ที่รุนแรงมากขึ้น แม้อันวาร์จะยอมรับความจริงว่ารัฐบาลของตนยังต้องพึ่งพาเสียงสนับสนุนจากอัมโนที่เป็นทั้งมิตรและคู่ปรับสำคัญทางการเมืองในคราเดียวกัน แต่ก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่าความแตกแยกระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลคงไม่สามารถประสานกลับคืนได้ดังเดิม

 

หรือแม้แค่เพียงจะนำเสนอภาพของรัฐบาลเอกภาพก็ยังไม่อาจจะทำได้ ในขณะเดียวกัน สภาวะการณ์นี้ก็สะท้อนให้เห็นว่าทุกฝ่ายในรัฐบาลเอกภาพกำลังปรับยุทธศาสตร์ทางการเมืองใหม่เพื่อสร้างความได้เปรียบให้แก่ฝ่ายตนเองก่อนการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 16 ปัญหาทั้งหลายที่ถาโถมเข้าหาอันวาร์ได้กลายเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่เป็นนายกรัฐมนตรี

 

นี่ยังไม่รวมถึงความไม่พอใจต่างๆ ของประชาชนที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการคงอยู่ของระบบอุปถัมภ์และเครือข่ายการแสวงหาผลประโยชน์จากภาคธุรกิจ ที่ล้วนส่งผลต่อคะแนนความนิยมของอันวาร์และกลุ่ม PH ในขณะเดียวกัน แรงกดดันเหล่านี้อาจกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้อันวาร์ตัดสินใจประกาศเลือกตั้งครั้งใหม่ ซ้ำร้ายก็ยังไม่แน่นอนอย่างมากว่าอันวาร์จะสามารถกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศได้อีกครั้ง

 

ภาพ: David Mareuil / Pool via REUTERS

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising