เบื้องหลังการประกาศทิศทางองค์กรว่ากำลังก้าวสู่การเป็น AI-First กลับพบว่ามีองค์กรจำนวนมากที่ตอบไม่ได้ว่าตอนนี้อยู่ขั้นไหนของ AI และควรพัฒนาอะไรต่อ
จากผลสำรวจ Global Leadership Development Study ปี 2025 ของ Harvard Business Publishing ซึ่งสำรวจผู้นำกว่า 1,100 คนใน 14 ประเทศ พบว่า มีผู้นำเพียง 36% เท่านั้นที่รู้แน่ชัดว่า AI ต้องเป็นองค์ประกอบหลักของกลยุทธ์องค์กร
นั่นหมายความว่า มีผู้นำอีกกว่า 64% กำลังนำทัพธุรกิจแบบคลุมเครือ พวกเขาอาจจะรู้ว่า AI สำคัญ แต่กลับยังไม่ยอมรับ หรือไม่มีความรู้ความเข้าใจมากพอที่จะบรรจุเทคโนโลยีนี้ลงไปในแผนยุทธศาสตร์หลักของบริษัท สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือการปล่อยให้องค์กรลองผิดลองถูกแบบไร้ทิศทาง โดยเฉพาะเมื่อ World Economic Forum ระบุไว้ใน Future of Jobs Report ว่าราว 4 ใน 10 ของทักษะที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะล้าสมัยก่อนปี 2030
ลงทุน AI แล้วทำไมยังไม่เห็นผล
นั่นเป็นเหตุผลที่ AI กลายเป็นวาระสำคัญในหลายองค์กร จะเห็นได้ว่าแทบทุกแห่งเริ่มบรรจุ AI ไว้ในแผนกลยุทธ์ ลงทุนกับเครื่องมือใหม่ และนำมาทดลองใช้งานจริง
ข้อมูลจาก McKinsey & Company ปี 2025 ชี้ให้เห็นว่า แม้ 88% ขององค์กรจะกำลังทดลองใช้ AI อย่างจริงจัง แต่มีเพียง 1–6% เท่านั้นที่เกิดการปรับปรุงกระบวนการอย่างเป็นรูปธรรมหรือเห็นผลลัพธ์ทางการเงินในระดับบริษัท
สาเหตุเพราะองค์กรทุ่มเวลาและเงินมากถึง 60% ไปกับโมเดล อีก 20% ทุ่มงบไปกับโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคนิคและข้อมูล ในขณะที่บุคลากรกลับได้รับความสนใจเพียง 10–20% เท่านั้น
สุมนา ปาจริยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ RISE บริษัทด้านนวัตกรรมองค์กรและการพัฒนาผู้นำในประเทศไทย มองว่า สิ่งที่วัดความได้เปรียบที่แท้จริงคือ “ความเร็วในการพัฒนาขีดความสามารถของผู้นำในองค์กร” เพราะเมื่อไรก็ตามที่ผู้นำมีวิสัยทัศน์ชัดเจนและรู้ว่าองค์กรของตัวเองกำลังเดินอยู่จุดไหน จะสามารถตัดสินใจลงทุนและพัฒนาได้อย่างตรงจุด

รู้จักบันได 7 ขั้น: กรอบประเมินความพร้อม AI ขององค์กร
เพื่อช่วยให้องค์กรมองเห็นภาพนี้อย่างเป็นระบบ Harvard Business Publishing ได้พัฒนากรอบแนวคิด ‘AI Maturity Model’ หรือกรอบประเมินความพร้อมด้าน AI ขององค์กร เพื่อให้รู้ว่าตอนนี้องค์กรอยู่จุดไหน และควรพัฒนาอะไรต่อ และสำหรับผู้นำองค์กร AI Maturity Model จะเป็นกลยุทธ์สำหรับผู้นำที่ต้องการเปลี่ยนองค์กรให้เป็น AI-Native
‘AI Maturity Model’ แบ่งระดับความพร้อมด้าน AI ขององค์กรออกเป็น 7 ระดับ ไล่ตั้งแต่ขั้นแรกที่องค์กรเพียง “รับรู้” ว่า AI คืออะไร ไปจนถึงขั้นสูงสุดที่องค์กรใช้ AI สร้างความได้เปรียบทิ้งห่างคู่แข่ง
แต่ละขั้นวัดจาก 4 องค์ประกอบที่ต้องไปด้วยกัน ได้แก่ ความรู้ (Knowledge), กรอบความคิด (Mindset), ทักษะ (Skills) และภาวะผู้นำ (Leadership)
- ขั้นที่ 1 Knowing (รับรู้): องค์กรรู้ว่า AI คืออะไร เข้าใจคำศัพท์และหลักการใช้อย่างรับผิดชอบ ผู้นำเริ่มตั้งกรอบกติกาเบื้องต้น
- ขั้นที่ 2 Exploring (สำรวจ): องค์กรเริ่มนำ AI มาสำรวจและทดลองใช้ โดยผู้นำเปิดพื้นที่ให้ทดลองได้
- ขั้นที่ 3 Applying (ประยุกต์ใช้): องค์กรนำ AI ไปใช้กับโจทย์งานจริงและประเมินผลได้ ผู้นำสนับสนุนการนำร่องและการเรียนรู้จากผลลัพธ์
- ขั้นที่ 4 Integrating (ผสานเข้างาน): AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการทำงาน มีการออกแบบกระบวนการใหม่และทำงานร่วมกันระหว่างคนกับ AI ผู้นำทำหน้าที่โค้ชและวางมาตรฐาน
- ขั้นที่ 5 Scaling (ขยายผล): ทั้งองค์กรคิดและทำงานแบบ AI-first ผู้นำฝัง AI เข้าไปในโครงสร้างการทำงาน
- ขั้นที่ 6 Inventing (สร้างสรรค์): องค์กรเริ่มสร้างโซลูชันใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นของตัวเอง ผู้นำสนับสนุนนวัตกรรมเพื่อสร้างความแตกต่าง
- ขั้นที่ 7 (Re)Imagining (นิยามใหม่): องค์กรกลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ผู้สามารถคาดการณ์ความเปลี่ยนแปลงและกล้าเปลี่ยนทิศทาง ไม่รอให้วิกฤตมาบังคับ

‘HBR Spark’ อาวุธลับพัฒนาศักยภาพผู้นำ
หากมองบันไดทั้ง 7 ขั้น จะเห็นว่าสิ่งที่ทำให้องค์กร ‘ไต่ระดับ’ ได้ ล้วนเริ่มจากผู้นำทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางกติกา การเปิดพื้นที่ให้ทดลอง การโค้ชทีม ไปจนถึงการมองเกมล่วงหน้า จึงเป็นเหตุผลที่ RISE ให้น้ำหนักกับ Leadership เป็นพิเศษ
เพื่อเตรียมผู้นำให้พร้อมรับมือกับความท้าทายนี้ RISE และ Harvard Business Impact จึงพัฒนา ‘HBR Spark’ แพลตฟอร์มการเรียนรู้สำหรับผู้บริหารยุค AI ที่รวมองค์ความรู้ระดับโลกจาก Harvard Business Review พร้อมประสบการณ์การเรียนรู้แบบ AI-Personalized Learning เพื่อเติมเต็ม ‘Global Perspective’ หนึ่งในช่องว่างสำคัญของผู้บริหารไทย ช่วยให้มองเห็นบริบทโลก อ่านเกมธุรกิจได้เร็วขึ้น และตัดสินใจได้แม่นยำกว่าเดิม
“โจทย์ที่เราตั้งใจแก้ร่วมกับ Harvard Business Impact คือการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ยุค AI ให้ผู้บริหารไทยอย่างเป็นระบบ เพราะเราเชื่อมาโดยตลอดว่าการเปลี่ยนแปลงขององค์กรต้องเริ่มจากตัวผู้บริหาร”

HBR Spark มีระบบ Leader Profile ที่อ้างอิงจาก HBR Leadership Framework ช่วยวิเคราะห์จุดแข็งและช่องว่างด้านภาวะผู้นำเฉพาะบุคคล เมื่อผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ แพลตฟอร์มจะใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น เช่น ตำแหน่งงาน อุตสาหกรรม และเป้าหมายในการพัฒนาตัวเอง ก่อนออกแบบเส้นทางการเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Learning Journey) ให้โดยอัตโนมัติ
จากนั้นระบบ AI Curator จะช่วยคัดเลือกเนื้อหาให้ตรงกับทักษะที่ผู้บริหารแต่ละคนควรพัฒนา ภายใต้คลังความรู้ขนาดใหญ่จาก Harvard Business Review ที่มีบทความมากกว่า 21,000 ชิ้น พอดแคสต์กว่า 1,750 ตอน วิดีโอมากกว่า 1,600 รายการ และกรณีศึกษาทางธุรกิจกว่า 70 เคส ทั้งหมดถูกออกแบบให้อยู่ในรูปแบบ Bite-sized Learning ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีต่อชิ้น เพื่อให้เหมาะกับผู้บริหารที่มีเวลาจำกัด และแม้เนื้อหาหลักเป็นภาษาอังกฤษ ผู้บริหารไทยสามารถตั้งคำถามและรับคำตอบเป็นภาษาไทยได้ทันที
การจับมือกันครั้งนี้ RISE จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมผู้บริหารของไทยที่ RISE ดูแลอยู่กว่า 25,000 ราย เปิดทางให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ระดับโลกบน HBR Spark ที่ออกแบบมาเพื่อผู้นำองค์กรยุคใหม่ที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว ทั้งด้าน AI, Digital Transformation และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในระดับภูมิภาค
“สิ่งที่ทำให้ HBR Spark ในประเทศไทยต่างออกไปคือ เราไม่ได้แค่นำแพลตฟอร์มระดับโลกเข้ามา แต่ผสานเข้ากับความเข้าใจบริบทองค์กรไทยที่สั่งสมมาจากการพัฒนาผู้บริหารกว่า 25,000 คนทั่วภูมิภาค ซึ่งจะเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับโลกให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงและวัดผลได้”
เป้าหมายต่อไปคือการนำ HBR Spark ไปผสานกับโปรแกรม Executive Education ภายในปี 2026 ตั้งแต่หลักสูตรผู้บริหาร Innovation Bootcamp และ Innovative Leadership Programs ไปจนถึง Leadership Labs ที่ให้ผู้บริหารได้ทดลองแก้ปัญหาจริงและรับฟีดแบ็กแบบเรียลไทม์ ยิ่งไปกว่านั้น อินไซต์ที่ได้จากการเรียนรู้จะถูกนำมาวิเคราะห์ปัญหาเชิงผู้นำและออกแบบแผนพัฒนาคนให้สอดคล้องกับทิศทางองค์กร
แล้ววันนี้ องค์กรของคุณกำลังยืนอยู่บนบันไดขั้นไหนในสมรภูมิ AI?
“เป้าหมายของ RISE คือการสนับสนุนให้ผู้บริหารและองค์กรไทยก้าวขึ้นบันไดนี้ได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง ตามความตั้งใจของเราที่ต้องการผลักดัน GDP ของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เติบโตขึ้นอีก 1% ” สุมนากล่าวทิ้งท้าย
ต้องการประเมินความพร้อมด้าน AI ขององค์กรหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 094-445-5900 หรือ อีเมล [email protected]
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ HBR Spark: https://bit.ly/hbr-spark

