วันนี้ (12 มิถุนายน) ที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดงาน ‘รณรงค์วันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กโลก 12 มิถุนายน’ โดยมี ร.อ. สาโรจน์ คงคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) สมาคมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน นักเรียน นิสิต นักศึกษาเข้าร่วมงาน และผ่านระบบออนไลน์
จุลพันธ์กล่าวว่า ไทยเข้าสู่อนุสัญญา ILO ฉบับที่ 182 ซึ่งเป็นการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย และอนุสัญญาฉบับที่ 138 ที่เป็นการกำหนดอายุขั้นต่ำในการเข้าถึงงาน ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการพูดคุยด้านแรงงานมาโดยตลอด ตนยืนยันว่ากระทรวงแรงงานยังคงยึดมั่นอิสรภาพทางความคิด การเติบโต และการฝึกทักษะที่เหมาะสมกับช่วงวัย ซึ่งจะมีความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็ก
จุลพันธ์กล่าวอีกว่า ไทยมีโครงสร้างเศรษฐกิจที่แตกต่างจากประเทศอื่น และยึดกรอบการเจรจาระหว่างประเทศ แต่ในการปฏิบัติจริงพ่อแม่ไม่มีความพร้อมทางเศรษฐกิจทำให้เด็กต้องมาช่วยทำงาน ซึ่งนี่คือการใช้แรงงานเด็กประเภทหนึ่ง หากเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาปากท้องได้ กลไกในระยะยาวแทบจะเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นทุกหน่วยงานต้องเข้าไปช่วยในเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ตนเพิ่งเดินทางกลับจากกรุงเจนีวา สหพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีการประชุม ILO หรือแรงงานโลก โดยยืนยันว่าเราจะต้องยุติการใช้แรงงานเด็กให้สำเร็จ และขับเคลื่อนในเรื่องของสิทธิและความเหมาะสม เพื่อสะท้อนความมั่นใจของต่างชาติ ที่มีต่อประเทศของเรา โดยเฉพาะในเรื่องความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
จุลพันธ์ยังกล่าวถึงการค้าในยุคปัจจุบันที่อยู่ในรูปแบบแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งต่างประเทศให้ความสำคัญและมีอนุสัญญาใหม่ โดยกำหนดให้มีแรงงานที่อยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น ไรเดอร์หรือแม่ค้าออนไลน์ จะต้องเข้าสู่ประกันสังคมที่เหมาะสม และในเรื่องของ AI ที่ส่งผลกระทบให้มีแรงงานตกงานมากขึ้น วันนี้จึงต้องฝึกฝนคนของเราให้มีความพร้อม จบมาเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป แล้วเติบโตไปพร้อมกับโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง
โดยในช่วงท้ายของพิธีเปิดกิจกรรม จุลพันธ์ พร้อมผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมกัน ชู Red Card หรือใบแดงยุติแรงงานเด็ก
จุลพันธ์ยังเปิดเผยว่าในที่ประชุม ILO ได้มีการร่างอนุสัญญาที่เป็นพันธะสัญญาระหว่างลูกจ้างกับนายจ้างของกลุ่มแรงงานแพลตฟอร์มให้ได้รับสิทธิประกันสังคมเท่าเทียมกับแรงงานที่มีการจ้างงานในประเภทเดียวกัน โดยไทยจะให้การรับรองและต้องมีการปรับแก้กฎหมาย วางกรอบแนวทางในการปฏิบัติให้เป็นไปตามกรอบของ ILO โดยกระทรวงแรงงานจะเร่งร่างกฎหมายเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา เพื่อวางกรอบให้กับกลุ่มแรงงานแพลตฟอร์ม แม้ในปัจจุบันแรงงานยังมีหลากหลายความคิด ในการเข้าสู่ประกันสังคม ซึ่งหลังจากนี้จะต้องดึงแรงงานแพลตฟอร์มเข้ามามีส่วนร่วมในการวางกรอบตั้งแต่ต้น


