ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หากใครได้ติดตามเรื่องราวของวงการแฟชั่นและ K-Culture ของเกาหลีใต้อยู่เป็นประจำก็เชื่อว่าฟีดของคุณก็จะเต็มไปด้วยคอนเทนต์ของ แฟชั่นโชว์ CHANEL Métiers d’art 2026 ณ กรุงโซลที่ถูกแตกย่อยออกเป็นหลายรูปแบบ เพื่อช่วยต่อยอดกระแส “Blazymania” และ สร้างปรากฏการณ์ “Taking Over The Internet” อย่างแท้จริงอีกครั้ง
แต่บางคนอาจจะยังสับสนว่าแฟชั่นโชว์คอลเล็กชัน CHANEL Métiers d’art 2026 เคยเกิดขึ้นไปแล้วไม่ใช่เหรอที่นิวยอร์กเมื่อช่วงปลายปี 2025 โดยเราขอท้าวความอีกครั้งว่าในแต่ละปีทาง CHANEL จะเดบิวต์คอลเล็กชัน Cruise ประจำปีช่วงปลายเดือนเมษายน และคอลเล็กชัน Métiers d’art ช่วงต้นเดือนธันวาคม ซึ่งส่วนใหญ่ตัวแฟชั่นโชว์จะเลือกจัดที่ยุโรปหรืออเมริกาเป็นหลัก ตามเมืองที่มีจุดเชื่อมโยงกับ Gabrielle Chanel ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ก่อนที่ต่อมาแฟชั่นโชว์สองคอลเล็กชันนี้ก็จะถูกจัดขึ้นอีกรอบหนึ่งในรูปแบบที่ชื่อ Replica ซึ่งจะเกิดขึ้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนที่สินค้าจะวางขายในร้าน โดยสถานที่มักจะเป็นในโซนเอเชียเพราะโซนนี้คือตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ CHANEL และเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เห็นและเป็นเจ้าของสินค้าได้ทันที
การที่ CHANEL จะเลือกจัดแฟชั่นโชว์ Replica ในแต่ละครั้งที่เอเชียก็ถือว่าอยู่ในสเกลที่เกือบจะใหญ่เท่ากับรอบแรกที่เปิดตัว แต่เมืองในเอเชียที่ถูกเลือกให้จัดโชว์ Replica ก็มักจะต้องถูกวนไปในแต่ละประเทศในภูมิภาคแบบไม่ติดต่อกัน เพราะจะให้จัดแต่ในประเทศจีนหรือญี่ปุ่นก็คงจะไม่น่าตื่นเต้น ซึ่งคราวนี้สำหรับ CHANEL Métiers d’art 2026 กรุงโซลก็ถูกเลือกให้จัดโชว์ Replica หลังห่างหายไปนาน 7 ปี หลังก่อนหน้านี้จัดโชว์ Replica ของคอลเล็กชัน CHANEL Métiers d’art 2019 อันเป็นผลงาน Métiers d’art สุดท้ายของ Karl Lagerfeld
มากไปกว่านั้น CHANEL ก็ดำเนินธุรกิจในประเทศเกาหลีใต้มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เปิดเคาน์เตอร์น้ำหอมแรกในปี 1992 ก่อนที่ 5 ปีต่อมาจะเปิดแฟชั่นบูติคแรกในประเทศ ซึ่งทุกวันนี้ CHANEL ก็มีมากกว่า 10 ร้านแล้ว ร่วมถึงยังมีเวิร์คช้อปให้บริการ Aftercare และ Restoration โดยเฉพาะอีกด้วย
โดยการที่ CHANEL เลือกจัดโชว์ Métiers d’art 2026 อีกครั้ง ณ กรุงโซลก็ถือว่าเพอร์เฟกต์ และตอบโจทย์ได้ดีสุด ณ เวลานี้ เพราะรอบแรกก็ถือว่าสร้าง Brand Awareness ได้อย่างมหาศาลกับการจัด ณ ศูนย์กลางของวัฒนธรรม ศิลปะ และ ป๊อปคัลเจอร์ อย่างมหานครนิวยอร์ก ซึ่งหากจะจัดโชว์ Replica ในเอเชียที่ต้องสร้างแรงกระเพื่อมเทียบเท่ากันและจะทำให้คนกลับมาสนใจคอลเล็กชันอีกครั้งหลังผ่านมาแล้ว 6 เดือน ก็ต้องยกให้กรุงโซลเป็นตัวเลือกอันดับ 1
ซึ่งการวางกลยุทธ์และการ Connect The Dots ของโชว์ CHANEL Métiers d’art 2026 ที่กรุงโซลก็ถือว่ายอดเยี่ยม โดยเริ่มจากสถานที่จัดโชว์ ณ พิพิธภัณฑ์ Centre Pompidou Hanwha ที่กำลังจะเปิดวันที่ 4 มิถุนายน ซึ่งถึงแม้เอฟเฟกต์อาจไม่ตระการตาเท่ารถไฟใต้ดิน Bowery ที่นิวยอร์ก แต่ CHANEL ก็เลือกที่จะเน้นโชว์พลังรอบนี้กับโลกศิลปะ ที่ทางแบรนด์สามารถต่อรองมาเป็นแบรนด์แรกที่จัดแฟชั่นโชว์ ณ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ท่ามกลางผลงานระดับตำนานอย่างของ Pablo Picasso ซึ่งเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของ Gabrielle Chanel
ด้านแขกที่มาโชว์นี้ก็ตามคาดสามารถ Break The Internet ได้สำเร็จ เริ่มที่นางเอกของงานอย่าง JENNIE แบรนด์แอมบาสเดอร์คนสำคัญของ CHANEL ที่มาแสดงช่วง Afterparty ซึ่งในตอนแรกหลายคนก็อาจมีการวิเคราะห์ว่าเธอไม่น่ามาโชว์รอบเดียวกันกับ G-Dragon แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกจากเกาหลีใต้เพราะเหตุผลส่วนตัว แต่ปรากฏว่าเธอก็มานั่งดูโชว์รอบเดียวกันและห่างกันแค่ 5 คน
ต่อมาแขกจากประเทศไทยก็ประกอบไปด้วย 3 คน เริ่มจาก แอลลี่ – อชิรญา แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ CHANEL ที่เติบโตกับการฝึกฝนเป็นศิลปินที่เกาหลีใต้ ต่อด้วย ใบปอ ธิติยา นักแสดงและ Friend of the House ที่แบรนด์อยู่เคียงข้างเธอมาตั้งแต่ก้าวเข้ามาในวงการภาพยนตร์ และปิดท้ายด้วย เอส ศุภ นักแสดงจากค่าย GMMTV ซึ่งสำหรับเราแล้ว เอส ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่เราขอนิยามว่า “Test & Trial” เหมือนกับสองสมาชิกของ CORTIS อย่าง MARTIN และ KEONHO รวมถึง KAZUHA วง Le Sserafim และ WONBIN วง RIIZE โดยทั้งหมดก็เป็นแขกของโชว์ CHANEL Métiers d’art 2026 ที่กรุงโซล และแบรนด์น่าจะอยากทำความรู้จัก เช็คเคมี เช็คกระแส และศึกษาเรื่องทัศนคติและมุมมองของแต่ละคน ซึ่งทั้งหมดก็เป็นค่ามาตรฐานที่ทุกแบรนด์ลักชัวรีเลือกทำ ก่อนที่จะต่อยอดและยกระดับความสัมพันธ์ต่อไปเรื่อยๆ
ปิดท้ายด้วยเรื่องนางแบบ ซึ่งสำหรับโชว์นี้ก็ทำให้เห็นว่า Matthieu Blazy ต้องการให้ผู้หญิงกลุ่มนี้กลายเป็นอีกหนึ่งห้องหัวใจสำคัญของแบรนด์ที่จะช่วยสร้างเสน่ห์ สร้างความสุข และเป็นตัวแทนของผู้หญิง CHANEL ในยุคปัจจุบัน โดยสิ่งที่น่าชื่นชมก็คือการที่ Bhavitha Mandava นางแบบและแบรนด์แอมบาสเดอร์จากอินเดียก็ยังเป็นคนลีดคอลเล็กชันนี้ด้วยการเปิดโชว์ในลุคสุดไวรัลกับสเวตเตอร์สีเบจ ซึ่งทำให้เห็นว่าแม้โชว์จะมาจัดที่เกาหลีใต้ แต่ทุกอย่างก็ไม่จำเป็นต้องเป็น K-Beauty ไปหมด ส่วนที่งดงามไม่แพ้กันก็คือการปิดแฟชั่นโชว์ด้วยนางแบบ Sora Choi ที่ใส่ชุดเดรสสีขาว พร้อมเผยให้เห็นว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ ซึ่งก็ทำให้ว่าผู้หญิงที่จะใส่เสื้อผ้า CHANEL ยุค Matthieu Blazy ก็มาได้ในทุกช่วงชีวิตของตัวเอง
ทั้งหมดทั้งมวลแล้ว แฟชั่นโชว์ Métiers d’art 2026 ที่กรุงโซล ก็ทำให้เห็นว่าการที่แบรนด์มหาอำนาจอย่าง CHANEL จะจัดหนึ่งแฟชั่นโชว์ก็ล้วนแล้วมีเหตุและผลทั้งหมดเพื่อขับเคลื่อนวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมแฟชั่นต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง
ภาพ: CHANEL / © Succession Picasso 2026














