อีกไม่กี่วัน La Petite Maison ร้านอาหารเมดิเตอร์เรเนียนชื่อดังระดับดาวมิชลิน จะมาเปิดป็อปอัปในเมืองไทยที่โรงแรมอนันตรา สยาม เป็นเวลา 2 เดือนเต็ม พร้อมเมนูจานพิเศษที่มีให้กินเฉพาะที่นี่ด้วย แต่ก่อนจะถึงวันนั้น เราอดใจไม่ไหวตีตั๋วบินไปชิมก่อนที่สาขาฮ่องกง ซึ่งเป็นหนึ่งสาขาที่คนแน่น และได้รับความนิยมมาก แน่นอนว่าครบทุกเมนูจานเด็ดที่นำมาให้ชาวไทยได้ชิม
สำหรับใครที่ยังไม่เคยลอง La Petite Maison มาก่อน ป๊อปอัปครั้งนี้น่าจะเป็นหนึ่งใน Opening ที่น่าสนใจที่สุดของปีสำหรับสายกินในกรุงเทพฯ เพราะไม่บ่อยนักที่ร้านระดับนี้จะบินมาเปิดยาวถึง 2 เดือนเต็ม ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2569 พร้อมเมนูพิเศษที่มีเฉพาะประเทศไทย


The Vibe
La Petite Maison แปลเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า ‘บ้านหลังเล็กๆ’ ร้านนี้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในปี 2007 ก่อนขยายสาขาไปยังเมืองสำคัญทั่วโลก เช่น ดูไบ ไมอามี ฮ่องกง โดฮา และมิโคนอส แม้จะเริ่มต้นที่ลอนดอน แต่หัวใจและจิตวิญญาณของร้านคือ เฟรนช์-เมดิเตอร์เรเนียน (French-Mediterranean) หรือ ‘เฟรนช์ริเวียรา’ (French Riviera) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากวิถีชีวิต ชายฝั่งทะเลอันอบอุ่น และวัฒนธรรมการกินดื่มแถบชายฝั่งโกตดาซูร์ (Côte d’Azur) ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสที่เชื่อมต่อกับอิตาลี
สำหรับ La Petite Maison สาขาฮ่องกง ตั้งอยู่ในบริเวณชั้น UG ของตึก H Queen’s ริมถนน Stanley Street ย่านเซ็นทรัล ตัวร้านหาไม่ยาก เดินเพียง 5 นาทีสถานีรถไฟฟ้า MRT ด้านในตกแต่งด้วยโทนสีขาวครีม น้ำตาลอ่อน ให้มู้ดสบายๆ เหมือนนั่งอยู่ริมหาดแถว Côte d’Azur

The Taste
เรามาลองอาหารของที่นี่ 2 มื้อ มื้อแรกเป็นดินเนอร์ในห้องไพรเวต ที่จัดเต็มครบทุกเมนูหลักที่นำไปเสิร์ฟที่ไทย และอีกมื้อเป็น Brunch มื้อสาย ที่ทำให้บ่ายวันหยุดกลายเป็นแหล่งแฮงเอาต์กับผู้คนได้สนุกมาก
หนึ่งในเมนูที่ห้ามพลาดคือ Warm Prawns with Olive Oil & Lemon กุ้งทะเลเสิร์ฟอุ่นราดน้ำมันมะกอกและเลมอน แลดูเรียบง่ายแต่กลับสดชื่นและอร่อยเกินคาด หรือจะเป็น Escargots with Garlic Butter & Parsley หอยทากอบเนยกระเทียมหอมเข้มข้นแบบฝรั่งเศสกินคู่ขนมปังกรอบแล้วหยุดไม่ได้
อีกจานที่หลายคนรอคือ Salt Baked Sea Bass ปลากะพงอบเกลือทั้งตัวที่เนื้อฉ่ำและหวานมาก เสิร์ฟมาจานใหญ่ๆ เหมาะกับการแชร์กลางโต๊ะ ตามติดด้วย Lamb Cutlets with Olive & Eggplant Caviar ซี่โครงแกะหมักที่ยังคงความนุ่มและกลิ่นหอมเฉพาะตัว ตัดรสด้วยมะเขือยาวและมะกอกได้ดีมาก


ส่วนเมนูพิเศษที่ทำเฉพาะกรุงเทพฯ อย่าง Lobster Risotto with Thai Basil คือจานที่เราคิดว่าเชฟทำออกมาได้น่าสนใจ เพราะยังคงความเข้มข้นแบบริซอตโต้สไตล์ริเวียราเอาไว้ แต่เติมกลิ่นโหระพาไทยและใบมะกรูดเข้าไป ทำให้รสชาติออกมามีมิติแบบไทยๆ โดยไม่รู้สึกฝืน
ถ้าเป็นสาย Brunch บอกเลยว่าที่ฮ่องกงคือคึกคักมาก โต๊ะส่วนใหญ่จะเริ่มด้วยดริ๊งก์สบายๆ อย่าง Rosé Tomatini หรือค็อกเทลเบาๆ ตั้งแต่มื้อสาย ก่อนค่อยๆ แชร์อาหารทะเล สลัด พาสต้า และของหวานกันยาวไปจนบ่าย ซึ่งน่าจะเป็นบรรยากาศเดียวกับที่หลายคนจะได้สัมผัสที่กรุงเทพฯ ตลอดช่วงป๊อปอัปนี้
และแน่นอนว่าปิดท้ายต้องไม่พลาด Vanilla Crème Brûlée ของหวานซิกเนเจอร์ที่ด้านบนคาราเมลไหม้กรอบกำลังดี ด้านในนุ่ม หอมวานิลลา และให้ความรู้สึกคลาสสิกแบบ French Riviera มากๆ



Good for…
La Petite Maison เหมาะกับคนที่อยากหาร้านสำหรับ Special Occasion แต่ไม่อยากได้บรรยากาศทางการจนเกินไป ที่นี่มีความบาลานซ์ระหว่างความลักซ์ชูรีกับความสนุกสบายๆ ได้ดีมาก จะมาเป็นดินเนอร์กลุ่มเพื่อน นัดเดต หรือ Brunch ยาวช่วงวันหยุดก็เข้ากันหมด
La Petite Maison Hong Kong
Location: Stanley Street, Central, Hong Kong
Open: ทุกวัน เวลา 12.00 – 14.30, 17.00-0.00 น.
Website: https://lpmrestaurants.com/hongkong

