×

‘ฟิลิปส์’ เปิดตัวเครื่องติดตามสัญญาณชีพ ผสานเทคโนโลยี AI รวมศูนย์ข้อมูลผู้ป่วย มอนิเตอร์อาการแบบเรียลไทม์ รับมือวิกฤต ‘หมอ-พยาบาล’ ขาดแคลน 10 ล้านคน

27.05.2026
  • LOADING...
ภาพเครื่องติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วยของฟิลิปส์ที่ผสานเทคโนโลยี AI

เมื่อพูดถึงฟิลิปส์ (Philips) หลายคนอาจจะนึกถึงแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า คุณภาพสูงจากเนเธอร์แลนด์ โดยเฉพาะหลอดไฟ LED และเครื่องโกนหนวด แต่ปัจจุบันฟิลิปส์ได้พลิกโฉมธุรกิจจากผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า สู่ผู้นำเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพระดับโลก

 

 

ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวเครื่องติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วย (Patient Monitoring) และเทคโนโลยีแสดงผลข้อมูลแบบจำลองภาพผู้ป่วย (Patient Avatars) เพื่อรับมือกับปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ และเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยที่ดีขึ้น

 

THE STANDARD WEALTH มีโอกาสเข้าร่วมงาน The Philips APAC Innovation Summit 2026 ซึ่งเป็นงานเสวนาที่อัปเดตนวัตกรรมทางการแพทย์ล่าสุดของฟิลิปส์ ซึ่งจัดที่ประเทศสิงคโปร์

 

ภาพเครื่องติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วยของฟิลิปส์ที่ผสานเทคโนโลยี AI 1

 

สเตฟานี ซีเวอร์ส กรรมการผู้จัดการใหญ่ ฟิลิปส์ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า จุดเริ่มต้นที่ทำให้ฟิลิปส์ขยายธุรกิจเข้าสู่แวดวงการแพทย์ มาจากเทคโนโลยีในหลอดไฟที่ฟิลิปส์จดสิทธิบัตรครั้งแรกในปี 1905 ซึ่งมีกลไกที่เชื่อมโยงกับการทำงานของเครื่องเอกซเรย์ (X-ray) จึงทำให้บริษัทต่อยอดธุรกิจหลอดไฟมาสู่เทคโนโลยีสุขภาพได้ในที่สุด

 

‘ฟิลิปส์’ ในฐานะบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพระดับโลก มีพันธกิจในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน 2,500 ล้านคนภายในปี 2030 ปัจจุบันดำเนินธุรกิจโดยโฟกัส 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่

 

  • กลุ่มธุรกิจเครื่องมือแพทย์สำหรับการตรวจวินิจฉัยและรักษา (Diagnosis & Treatment) มีสัดส่วนรายได้ใหญ่ที่สุด คิดเป็น 48% ของยอดขาย เป็นธุรกิจที่เน้นการพัฒนาระบบสมาร์ทดีไวซ์ ซอฟต์แวร์ และบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อสนับสนุนการวินิจฉัยที่แม่นยำและการรักษาแบบแผลเล็ก (Minimally invasive treatment) ครอบคลุมหลายโรค
  • กลุ่มธุรกิจสำหรับการเชื่อมต่อและดูแลผู้ป่วย (Connected Care) มีสัดส่วนรายได้ใหญ่ที่สุด คิดเป็น 28% ของยอดขาย ให้บริการโซลูชันการติดตามผลและกระบวนการทำงานทั้งในโรงพยาบาล ที่พักอาศัย และแบบเคลื่อนที่ ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลเชิงลึกของผู้ป่วยแบบรวมศูนย์ เพื่อลดอุปสรรคการรักษาข้ามพื้นที่
  • กลุ่มสุขภาพส่วนบุคคล (Personal Health) มีสัดส่วนรายได้คิดเป็น 21% ของยอดขาย ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์การดูแลส่วนบุคคล เช่น เครื่องโกนหนวด และ แบรนด์แปรงสีฟันไฟฟ้า Sonicare โดยสนับสนุนให้ทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากการดูแลตัวเอง

 

ภาพเครื่องติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วยของฟิลิปส์ที่ผสานเทคโนโลยี AI 2

 

และได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการมุ่งเน้นเพียงตัวนวัตกรรม (Product-focus) สู่การนำเสนอโซลูชันระดับเอนเทอร์ไพรส์ ที่เน้นการเชื่อมต่อข้อมูลผู้ป่วยในโรงพยาบาลแบบครบวงจร

 

ทั้งนี้ สาเหตุที่ฟิลลิปส์หันมาพัฒนาเครื่องติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วย (Patient Monitoring) และเทคโนโลยี แสดงผลข้อมูลแบบจำลองภาพผู้ป่วย (Patient Avatars) เนื่องจากเห็นความท้าทายในวงการสาธารณสุขที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

โดย 66% ของผู้ป่วยต้องเผชิญกับความล่าช้าในการพบแพทย์เฉพาะทาง ในขณะที่ 76% ของบุคลากรทางการแพทย์ต้องเสียเวลาในการดูแลผู้ป่วย เพราะข้อมูลคนไข้ไม่ครบถ้วนหรือไม่สามารถเข้าถึงได้ และ บุคลากรทางการแพทย์เกิดภาวะหมดไฟจากภาระงานที่มากเกินไป นอกจากนี้ ผลสำรวจพบว่า ภายในปี 2030 ทั่วโลกจะขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ถึง 10 ล้านคน

 

เพื่อรับมือความท้าทายดังกล่าว ระบบสาธารณสุขจึงต้องก้าวสู่ยุคแห่งการเชื่อมต่อข้อมูล การดูผลแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยลดเวลาในการจัดการข้อมูลของบุคลากรทางการแพทย์

 

เครื่องติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วยอัตโนมัติ ลดภาระหมอ-ค่ารักษาผู้ป่วย

 

เครื่องติดตามสัญญาณชีพแบบเดิมมีข้อจำกัดทั้งการแสดงผลข้อมูลแบบกระจัดกระจาย (Fragmented Data) และการบันทึกข้อมูลแบบทำด้วยมือ หรือระบบที่ไม่เชื่อมโยงกัน ทีมแพทย์จึงไม่สามารถมองเห็นแนวโน้มอาการทรุดของผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที ทำให้การรักษาล่าช้า

 

เครื่องติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วย (Patient Monitoring) ของฟิลิปส์ จึงผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับแพลตฟอร์มแบบเปิด เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลผู้ป่วยจากแต่ละแผนกภายในโรงพยาบาล ทั้งภายในแผนก ระหว่างแผนก เข้ากับเครื่องมอนิเตอร์ข้างเตียงผู้ป่วย โดยข้อมูลผู้ป่วยจะถูกเชื่อมต่อตั้งแต่บนรถพยาบาลมาจนถึงแผนกฉุกเฉิน (ER) ครอบคลุมตั้งแต่การเข้ารับการรักษาและทำหัตถการจนไปถึงวอร์ดพักฟื้นผู้ป่วย และการติดตามอาการที่บ้าน พร้อมระบบแจ้งเตือนแนวโน้มอาการล่วงหน้า

 

โดยผสานการทำงานจากศูนย์กลางควบคุมและประสานงาน (Enterprise Command and Care Coordination Center) เข้ากับเวิร์กโฟลว์พยาบาล ช่วยให้แพทย์สามารถสนับสนุนการรักษาได้จากระยะไกล โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่จริง เพื่อช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และรักษาความต่อเนื่องในการดูแลผู้ป่วย เนื่องจากสามารถมองเห็นเชิงลึกด้านคลินิกผู้ป่วยในภาพรวมได้ในจุดเดียว

 

ภาพเครื่องติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วยของฟิลิปส์ที่ผสานเทคโนโลยี AI 3

 

จากการรวบรวมสถิติโรงพยาบาลที่ใช้งานเครื่องติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วยอัตโนมัติ พบว่าช่วยลดระยะเวลาในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ลงได้ถึง 69% พร้อมลดค่าใช้จ่ายรวมในการรักษาพยาบาลได้ประมาณ 1,770 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6 หมื่นบาท) ต่อผู้ป่วยหนึ่งราย

 

นอกจากนี้ ฟิลิปส์ยังได้นำเทคโนโลยี Patient Avatar มาใช้เพื่อแสดงผลข้อมูลผู้ป่วยที่ซับซ้อนให้เข้าใจได้ง่ายผ่านแบบจำลองร่างกายผู้ป่วย ซึ่งหากผู้ป่วยมีความผิดปกติเจ้าหน้าที่ก็จะสามารถรู้ได้อย่างรวดเร็วขึ้น ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในห้องผ่าตัด

 

ภาพเครื่องติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วยของฟิลิปส์ที่ผสานเทคโนโลยี AI 4

 

APAC มีโอกาสเป็นฮับการแพทย์ของโลกในยุค AI มากแค่ไหน

 

สเตฟานีให้มุมมองว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) มีความโดดเด่นด้านการเปิดรับเทคโนโลยีและ AI อย่างรวดเร็ว ทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา ประกอบกับความต้องการด้านการดูแลสุขภาพที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากรและบุคลากร ส่งผลให้ AI และการเชื่อมต่อเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงระบบ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วย

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising