ดัชนี KOSPI ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งทะลุ 8,100 จุด ทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง ตั้งแต่ต้นปี 2026 พุ่งขึ้นกว่า 90% แต่นักวิเคราะห์ชี้ราคายังไม่แพงเท่ากับหุ้นไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน และไทย ที่ดัชนีเพิ่มขึ้นน้อยกว่า
ประเด็นสำคัญ
ตลอดช่วงเวลาเกือบ 5 เดือนที่ผ่านมา (ณ วันที่ 26 พฤษภาคม) ดัชนี KOSPI ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ (All time high) ต่อเนื่อง ล่าสุดพุ่งแตะ 8,131 จุด
ขณะที่ดัชนี Taiwan Weighted ของไต้หวันเพิ่มขึ้นราว 45% ทำสถิติสูงสุดที่ 44,097 จุด ส่วนดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นราว 30% ทำสถิติสูงสุดที่ 65,408 จุด
“แม้หุ้นเกาหลีใต้จะพุ่งขึ้นกว่า 90% แต่ดูเหมือนจะยังไม่แพงเท่ากับตลาดหุ้นในหลายๆ ประเทศ อย่างจีน เวียดนาม หรือไทย” ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าว
ณัฐชาตกล่าวต่อว่า การพุ่งขึ้นของหุ้นเกาหลีใต้ นอกจากการเก็งกำไรบนธีม AI ยังถูกขับเคลื่อนจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรอย่างมีนัยสำคัญ โดยแนวโน้มกำไรของ KOSPI ถูกปรับเพิ่มขึ้น 109% ในปีนี้
“ฉะนั้นเมื่อเราพล็อตภาพ P/E ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้วันนี้ จะต่ำกว่าช่วงต้นปี เพราะกำไรขยับขึ้นมาแรงกว่า” ณัฐชาตกล่าว
ปัจจุบันตลาดหุ้นเกาหลีใต้มี P/E 8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีที่ -1.5SD
หุ้นจีน P/E 11 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย +0.5SD
หุ้นญี่ปุ่น P/E 23 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย +1.3SD
หุ้นเวียดนาม P/E 15.7 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย +1.4SD
หุ้นไทย P/E 15.6 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย +1.5SD
หุ้นไต้หวัน P/E 19.6 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย +2.5SD
ทั้งนี้ หุ้นญี่ปุ่นที่ดัชนีเพิ่มขึ้น 29% ถูกปรับเพิ่มประมาณการกำไร 28% หุ้นไต้หวันเพิ่มขึ้น 45% ถูกปรับเพิ่มกำไร 20% ส่วนหุ้นไทยที่ดัชนีเพิ่มขึ้น 23% ถูกปรับเพิ่มกำไรเพียง 1.6%
หากดูจากสถิติเหล่านี้ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ก็ดูจะปรับขึ้นสมเหตุสมผลมากขึ้น และยังมีโอกาสจะปรับขึ้นได้ต่อ เมื่อเทียบกับหุ้นญี่ปุ่นที่เริ่มมีความเสี่ยงด้านนโยบายการเงิน จากการขึ้นดอกเบี้ย หรือหุ้นไต้หวันที่ราคาขึ้นแรงกว่ากำไร
หุ้นไต้หวันแซงอินเดียขึ้นอันดับ 5 มูลค่าสูงสุดโลก
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า การพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นไต้หวัน ทำให้มูลค่าแซงหน้าหุ้นอินเดียเป็นที่เรียบร้อย โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของหุ้น Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก
ข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg ระบุว่า มูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของไต้หวันขยับขึ้นแตะระดับ 4.95 ล้านล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่มูลค่าตลาดของอินเดียลดลงมาอยู่ที่ 4.92 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ปัจจุบันตลาดหุ้นไต้หวันมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก เป็นรองเพียงสหรัฐฯ จีนแผ่นดินใหญ่ ญี่ปุ่น และฮ่องกง ส่วนหุ้นเกาหลีใต้ปัจจุบันอยู่ในอันดับ 7 ด้วยมูลค่า 4.54 ล้านดอลลาร์
“การเพิ่มขึ้นของมูลค่าตลาดไต้หวัน โดยพื้นฐานแล้วเป็นภาพสะท้อนของการกระจุกตัวอย่างหนักในฮาร์ดแวร์เทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของวัฏจักรการลงทุนด้าน AI” อี้ผิง เหลียว ผู้จัดการกองทุนจาก Franklin Templeton กล่าว
นอกจากนี้ กฎระเบียบใหม่ยังเป็นประโยชน์ต่อ TSMC ด้วยเช่นกัน โดยเมื่อเดือนที่แล้ว หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของไต้หวันได้ขยายเพดานการลงทุนที่กองทุนในประเทศสามารถลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งได้ ภายใต้เกณฑ์ใหม่นี้ กองทุนที่ลงทุนเฉพาะในหุ้นไต้หวันสามารถถือครองหุ้นของบริษัทจดทะเบียนใดๆ ที่มีน้ำหนักเกิน 10% ในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน ได้สูงสุดถึง 25% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ เพิ่มขึ้นจากเพดานเดิมที่ 10% ซึ่งในปัจจุบัน มีเพียง TSMC เท่านั้นที่เข้าเกณฑ์นี้
ภาพ: NurPhoto / GettyImages

