ถึงแม้จะยังไม่มีงานวิจัยที่แน่ชัดว่า ปริมาณของพื้นที่สีเขียวใกล้ที่พักอาศัยเท่าไรจึงจะเริ่มเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาวะกาย-ใจของผู้คน แต่ เอพี ไทยแลนด์ ตั้งใจที่จะจัดสรรพื้นที่สีเขียวให้มากที่สุดในทุกโครงการ ทั้งโครงการแนวราบและแนวสูงให้เป็นพื้นที่สีเขียว ภายใต้แนวคิดที่เรียกว่า ‘หย่อมป่า’

แม้จะยังไม่มีงานวิจัยชี้ชัดว่า พื้นที่สีเขียวใกล้ที่พักอาศัยต้องมีขนาดเท่าใดจึงจะส่งผลดีต่อสุขภาวะกายและใจได้สูงสุด แต่ ‘เอพี ไทยแลนด์’ ภายใต้คำมั่นสัญญา ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ ก็ตั้งใจที่จะจัดสรรพื้นสีเขียวหรือ ‘หย่อมป่า’ ในทุกโครงการ ทั้งแนวราบและแนวสูง
ด้วยความเชื่อที่ว่า นอกจากหย่อมป่าจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพและวิกฤตพื้นที่สีเขียวในเมืองได้แล้ว ป่าเล็กที่แทรกตัวอย่างกลมกลืนในพื้นที่อยู่อาศัย ยังมีบทบาทในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง “คน” และ “ธรรมชาติ” ให้เติบโตไปพร้อมกัน
หลังความสำเร็จจากการนำร่องสร้าง ‘หย่อมป่า’ ในโครงการ ‘Life สาทร เซียร์รา’ ด้วยการออกแบบพื้นที่สีเขียวที่ผสานแนวคิดความหลากหลายทางชีวภาพเข้ากับการอยู่อาศัยอย่างเป็นระบบ จนคว้ารางวัล Good Design Award (G-Mark) จากประเทศญี่ปุ่น
เอพี ไทยแลนด์ เดินหน้ายกระดับ ‘หย่อมป่า’ จับมือ มหาวิทยาลัยมหิดล ลงนามความร่วมมือทางวิชาการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ภายใต้ “Toward a Sustainable Future” มุ่งพัฒนาพื้นที่อยู่อาศัยควบคู่กับการสร้างสมดุลของสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรฐาน AP CODE เพื่อยกระดับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่การสร้างระบบนิเวศของการอยู่อาศัยที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ ความเข้าใจ ใส่ใจด้านนิเวศเมืองและความหลากหลายทางชีวภาพที่ลึกซึ้ง เข้ากับการออกแบบพื้นที่ชีวิตอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

“เอพี ไทยแลนด์ มองความยั่งยืนเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักเพื่อขับเคลื่อนองค์กรในระยะยาว สำหรับการต่อยอดโครงการ ‘หย่อมป่า’ ในครั้งนี้ เราได้มหาวิทยาลัยมหิดลมาร่วมเป็นที่ปรึกษาเชิงวิชาการในการคัดสรรพันธุ์ไม้ที่เอื้อต่อความยั่งยืน เพื่อยกระดับพื้นที่สีเขียวจากงานภูมิทัศน์เพื่อความสวยงาม สู่การวาง ‘โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว’ ที่ใช้งานได้จริงในโครงการที่อยู่อาศัยของเอพี ภายใต้แนวคิด ‘การออกแบบพื้นที่สีเขียวเชิงนิเวศ’ ซึ่งจะช่วยสร้างสมดุลใหม่ให้พื้นที่ส่วนกลาง เพื่อให้ลูกบ้านได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูระบบนิเวศเมืองอย่างยั่งยืน” กิตติเชษฐ์ สถิตย์นพชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาดองค์กรและดิจิทัล บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าว
สำรวจ 3 แนวทางสร้าง Biodiversity ในเมืองใหญ่ เพื่อ Living Quality ที่ยั่งยืน
แนวคิดการสร้าง ‘หย่อมป่า’ ของ เอพี ไทยแลนด์ ไม่ใช่การสร้างพื้นที่เขียวชะอุ่มที่เต็มไปด้วยต้นไม้ให้ร่มเงาหรือสนามหญ้าเท่านั้น แต่ต้องการให้ป่าเล็กในเมืองใหญ่นี้ เป็นศูนย์กลางของความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ที่สำคัญต่อระบบนิเวศ

ผ่าน 3 แนวทางการออกแบบ
Design for Ecosystem ออกแบบพื้นที่สีเขียวให้ทำงานและขับเคลื่อนระบบนิเวศได้จริง โดยจะทำหน้าที่เป็นปอดของโครงการ ช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนของเมือง (Urban Heat Island Effect) ดักจับฝุ่นละออง PM2.5 กักเก็บคาร์บอน ตลอดจนสร้างสุขภาวะที่ดีและเชื่อมโยงชีวิตของลูกบ้านเข้ากับธรรมชาติในทุกวัน
Multi-tiered Planting วางโครงสร้างการจัดวางพรรณไม้ให้ความสูงลดหลั่นเลียนแบบป่าธรรมชาติ ตั้งแต่ไม้คลุมดิน ไม้พุ่ม ไม้เลื้อย ไปจนถึงไม้ยืนต้น ความซับซ้อนและหลากหลายของโครงสร้างพืช จะทำหน้าที่เป็นแหล่งอาหาร และพื้นที่หลบภัย ช่วยดึงดูดนกนานาชนิด รวมถึงแมลงผสมเกสรให้กลับคืนสู่เมือง
Urban Fit & Native Resilient คัดเลือกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่เหมาะกับบริบทเมือง และดอกไม้ไทยที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว หรือมีสีสันที่ผันเปลี่ยนไปตามฤดูกาลอย่างเป็นธรรมชาติ ดูแลง่าย ทนต่อสภาพแวดล้อมเมือง ต้านทานโรคสูง และรากไม่รบกวนโครงสร้างอาคารที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นแนวริมถนน คอนโดมิเนียม หรือสวนบนดาดฟ้า เพื่อสร้างระบบนิเวศที่พึ่งพาตนเองได้และลดภาระการจัดการภูมิทัศน์ในระยะยาว
“เรามุ่งหวังให้เกิดมาตรฐานใหม่ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถสร้าง Living Quality ควบคู่ไปกับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และการเป็นต้นแบบให้กับอุตสาหกรรมในอนาคต” กิตติเชษฐ์กล่าว

‘THE CITY บางนา 3’ ต้นแบบบ้านเดี่ยวในเมือง คุณภาพชีวิตเพื่อการอยู่อาศัยระยะยาว บนแนวคิดความยั่งยืน
แนวคิดการเปลี่ยนพื้นที่สีเขียวจากงานตกแต่งภูมิทัศน์ สู่การเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว’ ที่ใช้งานได้จริง ถูกนำมาพัฒนาจริงที่ ‘THE CITY บางนา 3’ โครงการแนวราบที่นำแนวคิดดังกล่าวมาต่อยอดในรูปแบบ “ระบบนิเวศขนาดย่อม” (Urban Micro Ecosystem) จัดวางโครงสร้างพรรณไม้ลดหลั่นอย่างมีระบบ ทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม และไม้คลุมดิน เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีและเชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับการอยู่อาศัย

ยิ่งไปกว่านั้น ความร่วมมือระหว่าง เอพี ไทยแลนด์ และมหาวิทยาลัยมหิดลในครั้งนี้ ยังตั้งใจให้เป็นจุดเริ่มต้นในการวางรากฐานการพัฒนาเมืองในอนาคต ที่ผสานการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีเข้ากับการสร้างระบบนิเวศอย่างสมดุล ทั้งสององค์กรจึงสนับสนุนงานวิจัยเพื่อวันนี้และอนาคตร่วมกัน ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ แลกเปลี่ยนนวัตกรรม ตลอดจนการเปิดพื้นที่ให้นักศึกษารุ่นใหม่ได้เข้ามาฝึกงานและเรียนรู้งานด้าน ESG กับเอพี ไทยแลนด์
อัปเดตข่าวสารของทุกโครงการใหม่จากเอพี กับบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดฯ ตลอดปี 2026 นี้ คลิก ›


