×

ประธานสภาฯ ย้ำวางตัวเป็นกลาง ไม่เตะถ่วงยื่นตีความ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน แจงบรรจุญัตติตั้ง กมธ. ตรวจสอบฯ ตามขั้นตอน

โดย THE STANDARD TEAM
25.05.2026
  • LOADING...
ภาพ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงถึงการปฏิบัติหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาตรวจสอบรัฐบาลกรณีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท ภายหลังพรรคฝ่ายค้านมีข้อเรียกร้องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรวางตัวเป็นกลาง

 

โสภณระบุว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมายของ พ.ร.ก. ดังกล่าว ตามอำนาจหน้าที่เสร็จสิ้นแล้ว พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ระบุว่าตนให้ความช่วยเหลือหรือปกป้องรัฐบาลในการตรวจสอบครั้งนี้

 

สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการพิจารณาญัตติขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ นั้น โสภณอธิบายว่า การพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของญัตติว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนหรือไม่ เป็นอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการที่มีรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธาน

 

โสภณยืนยันว่า ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณา การที่ตนระบุว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ญัตติด่วน เป็นเพียงการชี้แจงตามผลการวินิจฉัยของคณะกรรมการที่ประเมินตามขั้นตอนและสรุปให้บรรจุเป็นญัตติทั่วไป

 

โสภณอธิบายเพิ่มเติมถึงกลไกการทำงานของรัฐสภาว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีบทบาทในการแสวงหาความร่วมมือระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาล การขับเคลื่อนงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์จำเป็นต้องอาศัยการพูดคุยเจรจาระหว่างคณะกรรมการประสานงาน (วิป) ของทั้งสองฝ่าย หากได้ข้อสรุปที่ตรงกันและแจ้งมายังประธานสภาผู้แทนราษฎร การพิจารณาวาระต่างๆ ก็จะดำเนินไปได้

 

ในกรณีของญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญนี้ เมื่อไม่มีการตกลงร่วมกันล่วงหน้า คณะกรรมการของสภาฯ จึงต้องวินิจฉัยและบรรจุเป็นญัตติทั่วไปตามระบบ อย่างไรก็ตาม หากในภายหลังวิปทั้งสองฝ่ายสามารถเจรจาหาข้อสรุปได้ สภาฯ ก็สามารถเลื่อนวาระการพิจารณาญัตติดังกล่าวขึ้นมาดำเนินการก่อนได้ ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่างรับทราบถึงกระบวนการนี้

 

“ประธานมีหน้าที่อะไร ฝ่ายค้านและรัฐบาลมีบทบาทหน้าที่อะไร ก็ทำไปตามนั้น แต่ผมก็เข้าใจว่า ทุกฝ่ายอยากเห็นการทำงานในหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ไม่มีประธานคนไหนที่อยากให้การประชุมสภาฯ เกิดความวุ่นวาย มีแต่อยากให้ราบรื่น ฉะนั้นถ้าจะให้ราบรื่นจริง วิปทั้งสองฝ่ายต้องคุยกัน ถ้าทุกฝ่ายทำได้แบบนี้ งานก็จะเดินได้ ไม่ต้องมาพูดให้ประชาชนสับสน” โสภณกล่าว

 

ในช่วงท้าย โสภณได้กล่าวถึงหลักการทำงานทางการเมืองว่า การทำงานที่ต้องการผลลัพธ์จะต้องมุ่งเน้นไปที่การสร้างผลสัมฤทธิ์ หากมุ่งเน้นเพียงภาพลักษณ์ ก็จะได้รับเพียงภาพลักษณ์กลับไป อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเข้าใจธรรมชาติของการทำงานการเมืองว่า การจะสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชาชนได้นั้น นักการเมืองจำเป็นต้องสร้างผลสัมฤทธิ์ของงานให้เกิดขึ้นจริงควบคู่ไปกับการสร้างภาพลักษณ์ที่ประชาชนยอมรับ

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising