วันนี้ (25 พฤษภาคม) ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข เปิดตัวลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามอิสระ ไม่สังกัดพรรคการเมือง พร้อมเปิดนโยบาย ภายใต้แคมเปญ ‘มนุษย์ผู้ทันกาลเวลา ผู้นำมหานครแห่งอนาคต’ นำ AI และนวัตกรรมมาเปลี่ยนกรุงเทพฯ ด้วยเทคโนโลยี แก้ไขปัญหาทั้งปัญหาอากาศ การจราจร ความปลอดภัย 24 ชั่วโมง การฟื้นฟูเศรษฐกิจ และให้เมืองเข้าใจคน อาทิ
- ระบบจราจรอัจฉริยะ (AI Traffic) ใช้ระบบ AI จัดการจราจร
- ระบบประมวลผลด้วยเรดาร์แบบ AI-X Band เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมเตือนภัยล่วงหน้า
- การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยใช้ AI-Drone
- รวมถึงการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ล้างฝุ่นด้วยฝน
- ใช้ AI ครอบระบบ CCTV 24 ชั่วโมง และเน้นการส่องสว่าง
- เศรษฐกิจกรุงเทพฯ ใช้ SMEs จับคู่กู้เงิน รองรับวิกฤตพลังงาน เปิดโอกาสเข้าถึงเงินทุน
- การเพิ่มอาชีพ เพิ่มรายได้ ลดค่าครองชีพ เน้นระบบอี-คอมเมิร์ซ
- Street Food Paradise หากินได้ 24 ชั่วโมง อร่อยได้ทุกเวลา เศรษฐกิจไม่เคยหลับใหล เป็นเมืองที่จะไม่หลับไหลด้านการกิน สร้างเศรษฐกิจ ลดค่าครองชีพ
- ยกระดับสาธารณสุขใกล้บ้าน
- เพิ่มสวน เพิ่ม Coffee Cafe ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาในทุกเขต เพื่อให้เมืองน่าอยู่ ชีวิตมีคุณภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน สร้างเมืองที่คนอยากอยู่ และพร้อมแข่งขันในระดับโลก
มัลลิกา ยังเปิดเผยสาเหตุที่ตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า เนื่องจากปัญหาสุขภาพของประชาชน จากฝุ่น PM2.5 ซึ่งตนมาพร้อมกับสโลแกน ‘HUMAN INNOVATION มนุษย์ทันกาลเวลา’ ทันอนาคต ไม่รอถึง 12 ปี เพื่อรอความสุขสบาย พร้อมยืนยันว่า จะต้องทําให้กรุงเทพฯ ทัดเทียมเช่นเดียวกับเมืองของมหาอํานาจอื่นๆ ที่มีความทันสมัย และมีเศรษฐกิจที่ทันสมัยเช่นกัน
ดร.มัลลิกายังมั่นใจว่า จากประสบการณ์ของตน ทั้งการเป็นนักการเมือง สื่อมวลชน ผู้บริหารทั้งในด้านนโยบายรัฐและเอกชนจะไม่มีอะไรที่เกินมือตน และไม่มีอะไรเกินความสามารถ หรือเกินทักษะ และประสบการณ์ที่ตนมี โดยตนจะเดินไปข้างหน้าจับมือไปกับประชาชนชาวกรุงเทพฯ ทุกคน ซึ่งจากการพูดและการรับฟัง ทําให้รู้ว่า เมืองแห่งนี้มีปัญหาอีกมากที่ตนจะต้องเข้าไปแก้
ส่วนเหตุผลที่ตัดสินใจลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามอิสระ ทั้งที่ไม่มีพรรคการเมืองสนับสนุนและมีคะแนนเป็นรอง ดร.มัลลิการะบุว่า เชื่อมั่นในตัวเองและในเสียงพี่น้องประชาชน และเชื่อว่าหากจะหาคนตัดสินใจปัญหาอย่างทันท่วงทีเราน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี ดังนั้นจึงตัดสินใจว่าเรามีความพร้อม มีความเสียสละ ขณะเดียวกันเรามีเวลา จึงเชื่อมั่นว่าตนจะสามารถจัดเตรียมทุกอย่างเพื่ออนาคตที่ดีได้
ดร.มัลลิกายังกล่าวว่า วันนี้ทีมทั้งหมดเตรียมพร้อมแล้วมีการประชุมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้เป็นเปิดตัวผู้นำที่จะไปสู้กับผู้นำอื่นที่อยู่ในสนาม และขอให้มั่นใจว่าผู้นำหน้าตาแบบนี้จะไม่มีการกินสินบาทคาบสินบน เราก็จะสามารถสร้างเมืองที่เห็นทองคำอยู่รำไร สร้างเมืองให้สว่างไสว และจุดประกายเพื่อให้คนทั่วโลกมาที่กรุงเทพฯ
ดร.มัลลิกา ยังประกาศว่า จะฟื้นสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) ขึ้นมาโดยจะนำมาจัดการกฎหมายและระเบียบนำกลับคืนมา ให้เป็นผู้แทนเขตในแต่ละเขต จะไม่ใช่มีเพียงแค่สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้เราจะทำทันที
นอกจากนี้ จะใช้โซเซียลมีเดียโดยใช้ AI ในการพูดคุยกับทุกคนทุกรุ่นทุกเจน ยืนยันว่าการ Live stream จะเป็นการรองรับการพบปะประชาชน ซึ่งการสื่อสารของตนนั้นไม่สามารถสร้างภาพได้ ซึ่งเชื่อมั่นว่าประชาชนจะให้การสนับสนุน
ส่วนผลโพล ติด 1 ใน 6 ของสวนดุสิต ดร.มัลลิกา ระบุว่า ขอบคุณนักวิชาการและประชาชน อย่างไรก็ตาม เป็นผลสำรวจระดับหนึ่งคิดว่าไม่ใช่ทั้งหมดที่ประชาชนจะได้เห็นและรู้ หลังจากนี้จะเป็นการเริ่มต้นของแคมเปญต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รู้เจตนารมณ์ที่แท้จริงของเราในสิ่งที่เราปฏิบัติและรู้จักกันมากขึ้น
“ไม่ว่าคุณจะรู้จัก ดร.มัลลิกา น้อยหรือมาก แต่หลังจากนี้จะได้รู้ว่าคนที่คุณน่าจะรู้จักนานแล้ว คือ ฉัน ดร.มัลลิกา” ดร.มัลลิกากล่าว
โดยบรรยากาศการเปิดตัวของ ดร.มัลลิกา ในวันนี้มีแฟนคลับ และกองเชียร์ผู้ให้การสนับสนุน ดร.มัลลิกา มาให้กำลังใจด้วย
สำหรับประวัติ ดร.มัลลิกา เคยเป็นสื่อมวลชน และพิธีกรชื่อดัง สถานีโทรทัศน์ iTV ก่อนจะผันตัวมาลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งแรกในนามพรรคมหาชน ที่มี พ.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นหัวหน้าพรรค, เคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, ที่ปรึกษากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะลาออก มาทำธุรกิจออนไลน์ และเป็นอินฟลูเอนเซอร์ เจ้าของแบรนด์ ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม







