ธนาคารในวอลสตรีทแห่ซื้อ Credit Default Swap ลดความเสี่ยง Hyperscaler ผิดนัดชำระหนี้ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังปล่อยกู้กลุ่ม Big tech ลงทุนโครงการ AI มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ปกติแล้วธนาคารมีเพดานจำกัดว่าจะรับความเสี่ยงหนี้จากบริษัทใดบริษัทหนึ่งได้มากแค่ ไหน ทั้งจากพอร์ตสินเชื่อและสัญญาอนุพันธ์ต่างๆ แต่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI หรือเรียกว่า Hyperscaler อย่าง Meta และ Alphabet กำลังระดมทุนมหาศาล เพื่อลงทุนเพิ่มในโครงการ AI โดยประมาณการว่า ทั้งสองเจ้านี้ระดมเงินทั่วโลก รวมกันไปแล้วกว่า 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ธนาคารหลายแห่งความเสี่ยงใกล้เต็มเพดาน
ทำให้สัญญาป้องกันความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ (Credit Default Swap) หรือ CDS ได้รับความนิยม โดยเข้ามามีบทบาททำหน้าที่เหมือน ‘ประกันภัย’ ชดเชยค่าเสียหาย กรณีลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ให้กับธนาคาร ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงด้านเครดิต เมื่อธนาคารมีความเสี่ยงลดลง ก็มีพื้นที่ในการปล่อยกู้เพิ่มให้กับริษัท Hyperscaler
ธนาคารซื้อขายสัญญาประกันหนี้ CDS ของ Hyperscalers อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความเสี่ยง และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้กับธุรกิจ ความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นนี้ทำให้ราคา CDS แพงขึ้นผิดปกติ เมื่อเทียบกับอันดับเครดิตของบริษัทของ Hyperscalers ที่อยู่ในระดับสูง เป็นโอกาสให้เฮดจ์ฟันด์ทำกำไรเพิ่มขึ้น จากการปรับขึ้นราคาขายสัญญาประกันหนี้
ตัวอย่างเช่น สัญญาประกันหนี้ CDS ของ Meta ที่มีอายุสัญญา 5 ปี มีการซื้อขายที่ระดับราว 0.73% ต่อปี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หมายความว่า เฮดจ์ฟันด์ที่ขายความคุ้มครองความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้บนมูลค่าเงินต้น 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะได้รับผลตอบแทนราว 73,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี บนความเสี่ยงที่ต่ำ เนื่องจาก Meta มีอันดับเครดิตเรตติ้งระดับ AA- จาก S&P Global และระดับ Aa3 จาก Moody’s ซึ่งถือเป็นอันดับความน่าเชื่อถือสูงสุดลำดับที่ 4
ทำให้ผลตอบแทนดังกล่าว สูงกว่าการขายสัญญาประกันหนี้ CDS ที่อ้างอิงบริษัทในดัชนี North American investment-grade ซึ่งมีอายุสัญญา 5 ปี บนวงเงิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 52,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่อันดับเครดิตเฉลี่ยของดัชนีอยู่ที่ BBB+ ซึ่งต่ำกว่า Meta ถึง 4 ระดับ
พูดง่ายๆ คือ การขายสัญญาประกันหนี้ CDS ของ Meta ได้เงินมากกว่าแต่ความเสี่ยงต่ำกว่า เมื่อเทียบกับบริษัทในดัชนีทั่วไป
มูลค่าซื้อขายประกันหนี้ Hyperscaler สูงสุดเป็นประวัติการณ์
Matt Mandell (แมตต์ แมนเดล) หัวหน้าฝ่ายซื้อขาย CDS รายบริษัท (Single-Name CDS) ประจำ Bank of America เปิดเผยว่า ปริมาณซื้อขายประกันหนี้ของ Hyperscalers รายเดือน เพิ่มขึ้นสิบเท่า นับตั้งแต่ต้นปี 2568 โดยความต้องการซื้อขายส่วนใหญ่มาจากฝ่าย CVA (Credit Valuation Adjustment) ของธนาคาร ซึ่งทำหน้าที่บริหารการจัดการความเสี่ยงด้านเครดิต
ความต้องการของธนาคารกำลังผลักดันให้ราคาประกันหนี้ของ Hyperscalers ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงผลักดันให้ปริมาณการซื้อขายสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกด้วย
โดยประกันหนี้ของ Microsoft, Amazon และ Oracle มีมูลค่าตามสัญญาซื้อขายรวม 4,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาสแรก เพิ่มขึ้นจาก 759 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนประกันหนี้ของ Meta ที่เพิ่งเปิดให้ซื้อขาย เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีมูลค่าตามสัญญาซื้อขาย 534 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มากกว่าสองเท่าของไตรมาสก่อนหน้า
ลงทุน AI ทะลุ 5 ล้านล้านดอลลาร์ เฮดจ์ฟันด์ แบกความเสี่ยงหนี้เพิ่ม
ภายในปี 2573 มีการประมาณการว่า การลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI จะมีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้เฮดจ์ฟันด์มีโอกาสทำกำไรจากการขาย CDS มากขึ้น จากส่วนต่างค่าพรีเมียมที่สูงกว่าปกติในอนาคต
ปัจจุบัน Hyperscaler ได้ขยายช่องทางการกู้ โดยหันมากู้เงินในสกุลเงินต่างประเทศมากขึ้น ทั้งยูโร ปอนด์สเตอร์ลิง และเยน กดดันให้ให้ฝ่าย CVA ของธนาคารต้องซื้อ CDS เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยแปลงกลับเป็นดอลลาร์ผ่านสัญญา Cross-Currency Swap กับธนาคาร
นอกจากนี้ CDS ยังช่วยให้ฝ่าย CVA สามารถบริหารความเสี่ยงทางอ้อมจากดีลศูนย์ข้อมูล (Data Center) และสินเชื่อที่ใช้ชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) เป็นหลักประกันอีกด้วย
“ธนาคารซื้อ CDS เพื่อเปิดวงเงินสินเชื่อ ทำให้สามารถทำธุรกิจและปล่อยกู้ให้ Hyperscalers ได้มากขึ้น” Matt Mandell (แมตต์ แมนเดล) หัวหน้าฝ่ายซื้อขาย CDS รายบริษัท (Single-Name CDS) ประจำ Bank of America กล่าว
ขณะเดียวกันดัชนี S&P500 และ Dow Jones ได้เพิ่ม Meta, Alphabet และ Microsoft เข้าในดัชนี CDX Investment-Grade แล้ว และ JPMorgan Chase เพิ่งเปิดตัว CDS basket ที่เทรดเดอร์สามารถใช้เดิมพันว่าหนี้ ของ Hyperscalers ทั้งห้ารายจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาด CDS ของบริษัทยักษ์เทคกำลังเติบโตและเป็นที่ยอมรับกว้างขวางมากขึ้น
Vishwas Patkar (วิษวาส ปัตการ์) และ Joyce Jiang (จอยซ์ เจียง) นักกลยุทธ์จาก Morgan Stanley ระบุว่า การซื้อประกันหนี้ CDS ของ Hyperscalers เมื่อเทียบกับดัชนี CDX Investment-Grade โดยรวม ให้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่น่าสนใจ แม้จะยอมรับว่าบริษัทเทคขนาดใหญ่มีคุณภาพเครดิตสูงผิดปกติ แต่ปริมาณหนี้ที่พุ่งสูงขึ้นกำลัง กระจุกความเสี่ยงไว้ในเฮดจ์ฟันด์เพียงไม่กี่ราย ซึ่งเป็นจุดที่น่าระวัง
อ้างอิง:


