วันนี้ (21 พฤษภาคม) ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางไปยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้สืบสวนหรือไต่สวนเอาผิดพรรคประชาชน กรณีโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กล่าวหารัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นการกระทำโดยมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญและหรือกฎหมาย เข้าข่ายเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯ หรือไม่
สืบเนื่องจากพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กล่าวหารัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งข้อความดังกล่าวดูผิวเผินตามหัวข้อของการโพสต์จะดูเหมือนเป็นการตำหนิรัฐบาล แต่หากพิจารณาเนื้อหาในข้อความทั้งหมดแล้ว จะเป็นการกล่าวในเชิงตำหนิการปฏิบัติหน้าที่ขององคมนตรี กระทบไปยังองค์พระมหากษัตริย์ที่อ้างว่าอาจเป็นการเข้ามาสั่งการ ก้าวก่ายการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลหรือไม่มากกว่า
ซึ่งตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 6 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้” และในมาตรา 10 วรรคสองยังบัญญัติไว้อีกว่า “คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวง ที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ”
การที่คณะองคมนตรีมาร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 ถือเป็นการมาแนะนำรัฐบาลตามปกติที่เคยปฏิบัติมาตั้งแต่ปี 2560 ถือได้ว่าเป็นประโยชน์มหาศาลแก่คนไทย เพราะองคมนตรีก็คือผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่พระเจ้าอยู่หัวทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้ช่วยถวายคำปรึกษา เป็นบุคคลที่ผ่านงานระดับประเทศมาทั้งชีวิต มีทั้งอดีตนายทหาร ผู้บริหาร และนักเศรษฐศาสตร์ที่มีประสบการณ์สูงมาก เพราะฉะนั้นเวลาที่องคมนตรีลงมาร่วมประชุมกับรัฐบาล ไม่ใช่มาแค่นั่งฟังเฉยๆ แต่มาเพื่อดูว่าการทำงานของหน่วยงานต่างๆ เดินหน้าไปถึงไหนแล้ว มีปัญหาอะไร และควรให้คำแนะนำอย่างไรให้การช่วยเหลือประชาชนมีประสิทธิภาพที่สุด
การที่พรรคประชาชนโพสต์ข้อความแสดงออกในลักษณะตำหนิรัฐบาล แต่ก้าวล่วงกระทบไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ขององคมนตรีดังกล่าว ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์โพสต์ดังกล่าวอย่างมากมายในสังคม ทั้งในสื่อโซเชียล ในวงกาแฟ เกิดความขัดแย้งกันในเชิงความคิดและการกระทำ อันมิเคยปรากฏมาก่อน อันอาจถือได้ว่าพรรคประชาชน มีเจตนาที่กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และหรือกระทําการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน รวมทั้งเป็นการแทรกแซงการปฏิบัติราชการของหน่วยงานราชการด้วย อันเป็นข้อห้ามตามมาตรา 45 ประกอบมาตรา 92(2)(3)(4) แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 และรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 101 (7) หรือไม่
องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความมาร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ใช้อำนาจในการสอบสวนและไต่สวนเรื่องดังกล่าว หากพบว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือเข้าข่ายความผิดให้เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาพิพากษายุบพรรคดังกล่าว ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92 ต่อไป


