คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) อนุมัติมาตรการ Visa Cascade สำหรับคนไทยที่พำนักอยู่ในประเทศไทย และยื่นขอวีซ่าเชงเกนประเภทพำนักระยะสั้น (short-stay) ณ สถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลของประเทศสมาชิกเชงเกนในประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมาตรการดังกล่าวจะอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เคยได้รับวีซ่าเชงเกนและมีประวัติการเดินทางที่ดี ช่วยลดความจำเป็นในการยื่นขอวีซ่าบ่อยครั้ง ทั้งยังประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายให้แก่คนไทย
‘Visa Cascade’ อำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เคยได้รับและใช้วีซ่าเชงเกนอย่างถูกต้อง มีสิทธิได้รับวีซ่าแบบเข้าออกได้หลายครั้ง (multiple-entry) ที่มีอายุยาวขึ้นตามลำดับ ดังนี้
• วีซ่าอายุ 1 ปี สำหรับบุคคลที่เคยได้รับวีซ่า 1 ครั้ง และใช้วีซ่านั้นอย่างถูกต้องในช่วงไม่เกิน 2 ปีก่อนหน้า
• วีซ่าอายุ 2 ปี สำหรับบุคคลที่เคยได้รับวีซ่าอายุ 1 ปี และใช้วีซ่านั้นอย่างถูกต้องในช่วงไม่เกิน 3 ปีก่อนหน้า
• วีซ่าอายุ 5 ปี สำหรับบุคคลที่เคยได้รับวีซ่าอายุ 2 ปี และใช้วีซ่านั้นอย่างถูกต้องในช่วงไม่เกิน 4 ปีก่อนหน้า
อย่างไรก็ดี Visa Cascade ‘ไม่ใช่’ การยกเว้นการตรวจลงตรา ดังนั้น การขอวีซ่ายังมีกระบวนการเช่นเดิม ไม่มีการผ่อนปรนเงื่อนไข และผู้ถือหนังสือเดินทางไทยต้องรักษาประวัติการเดินทางที่ดี รวมถึงเคารพกฎหมายของประเทศปลายทาง จึงจะมีโอกาสได้รับวีซ่าที่มีอายุยาวขึ้น
ความสำเร็จครั้งนี้ เป็นผลจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของกระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมยุโรป ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ และสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในยุโรป คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และสถานเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและเขตเชงเกนประจำประเทศไทย
โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อแสดงให้เห็นว่า ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยมีความเสี่ยงด้านการเข้าเมืองและความมั่นคงใน ‘ระดับต่ำ’ และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญแก่ประเทศสมาชิกอียูและเขตเชงเกน โดยปัจจุบัน ประเทศไทยเป็น 1 ใน 7 ประเทศที่ได้รับการพิจารณาให้ใช้มาตรการ Visa Cascade ต่อจากอินเดีย ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรนและโอมาน ในปี 2567 รวมถึงตุรกีและอินโดนีเซียในปี 2568 และเป็นประเทศที่สองในอาเซียนที่ได้รับการพิจารณาใช้แนวทางดังกล่าว
กระทรวงฯ ขอขอบคุณผู้ถือหนังสือเดินทางไทยทุกคนที่เดินทางอย่างมีความรับผิดชอบและเคารพกฎหมายของประเทศปลายทาง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความน่าเชื่อถือของประเทศไทย และสนับสนุนให้ภาครัฐสามารถผลักดันมาตรการดังกล่าวกับฝ่ายสหภาพยุโรปได้สำเร็จ
ทั้งนี้ มาตรการ Visa Cascade สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของอียูต่อประเทศไทย และนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-สหภาพยุโรป ซึ่งมีความใกล้ชิดและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในมิติการเมือง ความมั่นคง และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภายหลังการมีผลบังคับใช้ไปพลางก่อนของกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้าน (Comprehensive Partnership and Cooperation Agreement: PCA) เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2567 โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการเดินทางและกระชับความสัมพันธ์ระดับประชาชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อันเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของการทูตที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยกระทรวงฯ จะเดินหน้าผลักดันเป้าหมายระยะยาวของไทยในการได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราเข้าเขตเชงเกน เพื่อส่งเสริมการเดินทาง การค้า การลงทุน การศึกษา และการเคลื่อนย้ายบุคลากรที่มีทักษะเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยต่อไป
แฟ้มภาพ: Kikujungboy CC / Shutterstock


