เหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ จังหวัดชลบุรี โดยมี หมิงเฉิน ซัน สัญชาติจีน เป็นผู้ขับขี่ จากการตรวจสอบเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนผิดกฎหมายภายในยานพาหนะ นำไปสู่การขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ดังกล่าว
ผลการตรวจค้นพบอาวุธสงครามจำนวนมากที่ถูกจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบ อาทิ ปืนเล็กยาวจู่โจมแบบ M4 และปืนพกสั้น Glock ซึ่งมีการซีลป้องกันความชื้นพร้อมใช้งาน นอกจากนี้ยังพบเครื่องกระสุนขนาด 5.56 มม. (หัวกระสุนสีเขียวที่ใช้ในภารกิจทางทหาร) และขนาด 9 มม. รวมกว่า 1,000 นัด
จากการตรวจสอบโดยละเอียด เจ้าหน้าที่พบวัตถุระเบิดแรงสูงชนิด C-4 น้ำหนักรวมประมาณ 4.8 กิโลกรัม พร้อมระเบิดชนิดขว้างและระเบิดกับดักจากหลายสัญชาติ เช่น รัสเซีย เกาหลี และเมียนมา ประเด็นสำคัญที่ฝ่ายความมั่นคงให้ความสนใจคือการตรวจพบเสื้อเกราะกันกระสุนที่ถูกดัดแปลงติดตั้งระเบิด C-4 เชื่อมต่อกับระบบจุดชนวนด้วยรีโมตคอนโทรลในลักษณะอุปกรณ์ระเบิดพลีชีพ
แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธโดยอ้างว่าจัดเตรียมไว้เพื่อพยายามฆ่าตัวตายจากอาการป่วยทางจิต แต่เมื่อพิจารณาจากหลักฐานแวดล้อม ทั้งการติดตั้งอุปกรณ์ตัดสัญญาณสื่อสาร (Jammer) และลักษณะการประกอบระเบิด เจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานว่าเป็นการเตรียมการเพื่อก่อวินาศกรรมในพื้นที่ยุทธศาสตร์
ข้อมูลจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พบประวัติการใช้งาน ChatGPT เพื่อสืบค้นข้อมูลเชิงเทคนิคเกี่ยวกับอานุภาพทำลายล้างของระเบิด C-4 และแนวทางการวางแผนก่อเหตุอย่างเป็นขั้นตอน นอกจากนี้ยังพบหลักฐานวิดีโอที่ระบุว่า หมิงเฉิน ซัน เคยเข้ารับการฝึกฝนยุทธวิธีทางทหารและการใช้อาวุธสงครามอย่างชำนาญในค่ายฝึกหน่วยรบพิเศษ (BHQ) ประเทศกัมพูชา พฤติการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถในการปฏิบัติการระดับมืออาชีพ ซึ่งขัดแย้งกับการกล่าวอ้างเรื่องอาการป่วยทางจิตอย่างมีนัยสำคัญ
กระบวนการตรวจสอบสถานะบุคคลพบความผิดปกติหลายประการ โดยผู้ต้องหาถือครองพาสปอร์ตถึง 3 สัญชาติ และครอบครองบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) ที่ออกโดยที่ทำการปกครองในพื้นที่ภาคเหนือ ก่อนจะย้ายที่อยู่เข้าสู่กรุงเทพมหานครเมื่อปลายปี 2566
นอกจากนี้ยังพบการใช้สิทธิวีซ่า Thailand Elite ในการเดินทางเข้า-ออกระหว่างไทยและกัมพูชาอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสถานะทางทะเบียนราษฎรและวีซ่าพำนักระยะยาวนี้เองที่เป็นปัจจัยเอื้อให้ผู้ต้องหาสามารถแฝงตัวเพื่อจัดตั้งคลังอาวุธในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญได้โดยไม่ถูกตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่รัฐในระยะแรก
วันนี้ (9 พฤษภาคม) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ยกระดับการสืบสวนเป็นกรณีความมั่นคงระดับชาติ โดยมอบหมายให้หน่วยข่าวกรองและชุดสืบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงินและรหัสลับที่พบในสมุดบันทึก เพื่อขยายผลหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติหรือกลุ่มอิทธิพลนอกราชอาณาจักร


