การตอบสนองของราคาทองคำในระยะสั้น หลังจากประชุม Fed เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา จะพบว่าทองคำ ณ วันที่ 30 เม.ย. (เวลา 17.50น.) เคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวกถึง +92 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ที่บริเวณ 4,636 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ผลการประชุม Fed นั้นจะมีหลายประเด็นที่น่ากังวล เพราะบ่งชี้ถึงความเห็นกรรมการ Fed ที่มีมุมมองอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มเปลี่ยนไปจาก ‘เอียงไปทางผ่อนคลาย (Easing Bias)’ ไปเป็นมุมมองที่ ‘เป็นกลาง (Neutral Bias)’ มากยิ่งขึ้น ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความกังวล ‘อัตราเงินเฟ้อ’
แล้วเหตุใดราคาทองคำถึงตอบสนองในทิศทางที่สวนทางกัน หนึ่งในสมมติฐานที่น่าสนใจคือ ทองคำนั้นอาจตอบสนองในเชิงลบต่อปัจจัยกดดันเรื่อง ‘ความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงจากราคาน้ำมัน’ ไปพอสมควรแล้ว จึงเริ่มเกิดแรงซื้อ ‘Buy on fact’ สวนทางกลับขึ้นมา
เนื่องจากหากพิจารณาถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ราคาน้ำมันดิบโลกยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในระดับสูง เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ยังถูกปิด โดยปริมาณการสัญจรเรือ (Hormuz Traffic) ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงศูนย์ ประกอบกับ ตลาด Polymarket ที่คาดการณ์โอกาสเพียง 27% ที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดเป็นปกติภายในเดือนพ.ค.
ยิ่งไปกว่านั้น ผลการประชุม Fed เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ก็มีหลายจุดที่ย้ำเตือนว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาน้ำมัน ยังอยู่ในระดับสูงทั้ง
- การคัดค้าน (Dissent) จากกรรมการ Fed ที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1992 โดยมีทั้ง ‘Hammack, Kashkari และ Logan’ ที่คัดค้านการส่งสัญญาณ ‘Easing Bias’ ในแถลงการณ์ Statement
- นอกจากนี้ ‘Powell’ ยังกล่าวถ้อยแถลงว่า กรรมการมีการถกเถียงกันอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับ Forward Guidance โดยสังเกตว่ากรรมการหลายท่านเริ่มมองว่า ‘การขึ้นดอกเบี้ย’ มีโอกาสพอๆ กับ ‘การลดดอกเบี้ย’
- อีกทั้งยังกล่าวว่า Fed ต้องการเห็นแรงกดดันเงินเฟ้อจาก ‘ราคาพลังงาน-ภาษี’ ที่คลี่คลายก่อน จึงจะพิจารณาปรับลดดอกเบี้ย พร้อมเสริมว่าการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานยังไม่ถึงจุดสูงสุด
จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า ผลการประชุมที่ออกไปในโทน ‘Hawkish Pause’ คือการคงอัตราดอกเบี้ยและส่งสัญญาณยังไม่ลดดอกเบี้ยในอนาคต ซึ่งควรจะกดดันทองคำ แต่ราคาในวันนี้ (30 เม.ย.) กลับสามารถทำ Higher High จากวันก่อนหน้าขึ้นไปได้ ซึ่งในทางเทคนิคสะท้อนถึงแรงซื้อที่เริ่มแข็งแกร่ง โดยเรียกแท่งเทียนลักษณะนี้ว่า ‘Bullish Engulfing’
นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลรองรับว่าทองคำอาจซึมซับปัจจัยนี้มามากเกินพอแล้ว เมื่อหันไปดู CME FedWatch Tool ก็พบว่านักลงทุนได้ price-in ว่า Fed จะคงดอกเบี้ยตลอดทั้งปี 2026 มานานกว่า 1 เดือนแล้ว ดังนั้น นี่จึงไม่ใช่ปัจจัยใหม่ แต่ถูกมองเป็นปัจจัยเก่าที่ใกล้จะหมด impact แล้ว เนื่องจากตลาดรับรู้ทั่วกันแล้วว่าช่องแคบฮอร์มุซมีโอกาสสูงที่จะยังไม่กลับมาเปิดอย่างสมบูรณ์ได้อีกนานระยะหนึ่ง
ภาพ: sasirin pamai / Shutterstock

