บริษัท เดอะสแตนดาร์ด จำกัด ตรวจพบเงินโอนผิดปกติเข้าบัญชีหลายธุรกรรม รวม เป็นวงเงินกว่า 8 หมื่นบาท เบื้องต้นเชื่อถูกนำชื่อบริษัทและบัญชีธนาคารไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการหลอกลวง ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เคยอนุญาต และเป็นผู้เสียหายจากการถูกแอบอ้างเช่นกัน
บริษัท เดอะสแตนดาร์ด จำกัด เปิดเผยว่า พนักงานฝ่ายบัญชีของบริษัทตรวจสอบพบบัญชีธนาคารของบริษัทมีรายการเงินโอนเข้ามาหลายรายการจากผู้โอนหลายราย และในหลายช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ซึ่งมีลักษณะผิดปกติจากธุรกรรมตามปกติของบริษัท
ภายหลังพบความผิดปกติ บริษัทได้ดำเนินการตรวจสอบภายในเพิ่มเติมว่า รายการดังกล่าวเป็นรายการชำระเงินจากลูกค้าของบริษัทหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบว่าไม่เป็นธุรกรรมกับทางบริษัท ฝ่ายบัญชียังคงอยู่ตรวจสอบรายละเอียดอย่างเข้มข้น
จากการตรวจสอบเพิ่มเติม บริษัทได้ติดต่อบุคคลภายนอกรายหนึ่งผ่าน Facebook ตามชื่อบัญชี (ที่ขอสงวนไว้) และได้รับข้อมูลว่า บุคคลดังกล่าวถูกชักชวนผ่านบัญชี LINE ชื่อ ‘วชิรพงศ์ (ฟิว)’ ซึ่งใช้ภาพบุคคลเป็นรูปโปรไฟล์ ก่อนจะถูกดึงเข้ากลุ่มไลน์ชื่อ ‘KYC ยืนยันตัวตนลงทะเบียนร้านค้า’ เพื่อให้เปิดสมาชิกและ/หรือเข้าร่วมกิจกรรมบางอย่าง
ต่อมาบุคคลดังกล่าวได้รับคำแนะนำให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี บจก. เดอะสแตนดาร์ด ซึ่งเป็นบัญชีของบริษัทจริง และหลังจากนั้นยังถูกหลอกให้โอนเงินเพิ่มเติมไปยังบัญชีอื่นที่ไม่ใช่บัญชีของบริษัทอีกด้วย
จากข้อเท็จจริงที่ตรวจพบ บริษัทเชื่อว่ามีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลนำชื่อบริษัทและบัญชีธนาคารของบริษัทไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหลอกลวง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้บุคคลภายนอกหลงเชื่อและโอนเงิน
บริษัทขอยืนยันว่า ไม่มีส่วนรู้เห็น ไม่เคยอนุญาต และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการชักชวนให้บุคคลภายนอกโอนเงินเพื่อเปิดสมาชิก เปิดบัญชี หรือชำระเงินในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด
เท่าที่บริษัทตรวจสอบพบในเบื้องต้นมีรายการรับโอนเงินที่เข้าข่ายผิดปกติจำนวน 478 รายการ จากผู้โอน 478 ราย รวมมูลค่า 89,777.82 บาท
นอกจากนี้ ในขณะนี้บริษัทสามารถติดต่อและพูดคุยกับบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายเพิ่มเติมได้แล้ว ซึ่งให้ข้อมูลสอดคล้องกับพฤติการณ์ที่พบบัญชีของบริษัทถูกนำไปใช้สร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวงดังกล่าว
บริษัทขอยืนยันที่จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด ต่อผู้ที่แอบอ้าง เนื่องจากเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของบริษัท และอาจทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดว่าบริษัทมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือ บริษัทเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกแอบอ้างเช่นกัน


