สถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียยังคงตึงเครียดหนัก หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ โดยจำกัดการเดินเรือเข้าออกท่าเรืออิหร่าน และปิดกั้นตลอดแนวชายฝั่ง ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา
การบังคับใช้มาตรการนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่าน ล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงภายหลังการเจรจาสันติภาพครั้งแรกที่กรุงอิสลามาบัด เมื่อวันเสาร์ (11 เมษายน) ที่ผ่านมา
โดยในช่วง 3 วันของการบังคับใช้มาตรการปิดช่องแคบนี้ ทรัมป์ แสดงท่าทีแข็งกร้าวเพื่อกดดันอิหร่าน ในขณะเดียวกันก็พยายามฉายภาพแห่งความหวัง ว่าการเจรจาสันติภาพรอบใหม่อาจเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ และล่าสุดยังเผยว่า จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร หลังจีนตกลง “ไม่ส่งอาวุธให้อิหร่าน”
ท่าทีของทรัมป์และอิหร่านตลอด 3 วันที่ผ่านมาเป็นเช่นไร และยังมีโอกาสหรือไม่ที่ทั้งสองฝ่ายจะหันกลับมาหาทางออกผ่านโต๊ะเจรจา
และนี่คือสรุปไทม์ไลน์ของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
13 เมษายน
- กองทัพสหรัฐฯ ประกาศว่าได้เริ่มต้นการปิดล้อมท่าเรือทั้งหมดของอิหร่านตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของวันจันทร์ (13 เมษายน) ตามเวลาท้องถิ่นในกรุงวอชิงตัน ดีซี. หรือราว 21.00 น. ตามเวลาไทย หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อกดดันอิหร่านหลังการเจรจาสันติภาพจบลงด้วยความล้มเหลว ซึ่งทรัมป์ประกาศว่าเขา “ไม่สนใจว่าอิหร่านจะกลับมาเจรจากับสหรัฐฯ อีกหรือไม่”
- ทรัมป์ โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า กองกำลังสหรัฐฯ จะสกัดกั้นเรือทุกลำในน่านน้ำสากลด้วย ที่จ่ายค่าธรรมเนียมให้กับอิหร่าน “ไม่มีใครที่จ่ายค่าธรรมเนียมอย่างผิดกฎหมายจะได้รับอนุญาตให้เดินทางอย่างปลอดภัยในทะเลหลวง”
- ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ จะหยุดเรือทุกลำจากทุกชาติที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากเรือเหล่านั้นไปหรือมาจากท่าเรืออิหร่าน ส่วนเรือที่ไปหรือมาจากท่าเรือที่ไม่ใช่ของอิหร่านจะไม่ถูกขัดขวาง
- ทั้งนี้ มาตรการปิดฮอร์มุซของทรัมป์ ซึ่งเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งล่าสุด ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทันที และสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดเอเชียท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานทั่วโลกเป็นเวลานาน
- ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน แสดงท่าทีตอบโต้สหรัฐฯ โดยเตือนว่าเรือรบสหรัฐฯ ที่เข้าใกล้ช่องแคบจะถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวและจะถูกจัดการอย่างรุนแรงและเด็ดขาด พร้อมทั้งยืนยันว่ากองทัพอิหร่านยังควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างสมบูรณ์ และชี้ว่าศัตรูจะถูกดักจับอยู่ใน ‘วังวนมรณะ’ หากดำเนินการผิดพลาด
- ชาห์ราม อิรานี ผู้บัญชาการกองทัพเรืออิหร่าน เรียกคำขู่ของทรัมป์ว่า “ไร้สาระและเป็นเรื่องตลก” โดยสถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านยังรายงานว่า “กองทัพอิหร่านกำลังเฝ้าติดตามและควบคุมการเคลื่อนไหวทั้งหมดของกองทัพอเมริกันผู้รุกรานในภูมิภาค”
- อับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า “อิหร่านกำลังเผชิญกับลัทธิสุดโต่ง การเปลี่ยนเป้าหมาย และการปิดล้อม” และเตือนว่า “ความปรารถนาดีจะนำมาซึ่งความปรารถนาดี ความเป็นศัตรูจะนำมาซึ่งความเป็นศัตรู”
- ด้านโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้นำคณะในการเจรจาสันติภาพ กล่าวว่า “ประเทศของเขาจะไม่ยอมจำนนต่อการปิดล้อมช่องแคบของทรัมป์” และยืนยันว่า “ถ้าพวกเขาสู้ เราก็จะสู้ และถ้าพวกเขาใช้เหตุผล เราก็จะใช้เหตุผล”
- กาลิบาฟ ยังโพสต์ภาพแผนที่ราคาน้ำมันเบนซินในปั๊มน้ำมันบริเวณกรุงวอชิงตัน ดีซี. พร้อมข้อความว่า “สนุกกับราคาน้ำมันปัจจุบันไปก่อน กับสิ่งที่เรียกว่า ‘การปิดล้อม’ อีกไม่นานคุณก็จะคิดถึงราคาน้ำมัน 4-5 ดอลลาร์”
- ด้านโมห์เซน เรซาอี สมาชิกสภาผู้ทรงคุณวุฒิของอิหร่าน เตือนว่าแผนการของสหรัฐฯ นั้น “ต้องล้มเหลว” และกล่าวว่า “เตหะรานมีอำนาจต่อรองที่ยังไม่ได้ใช้ในการตอบโต้”
14 เมษายน
- ทรัมป์ กล่าวว่าอิหร่านยังมีโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามได้ แม้ว่าสหรัฐฯ จะปิดล้อมท่าเรืออิหร่านอยู่ก็ตาม
- เขาอ้างว่า ตัวแทนของอิหร่านได้ติดต่อมาเพื่อแสวงหาข้อตกลงสันติภาพหลังจากที่การเจรจาในปากีสถานสิ้นสุดลงโดยไม่มีความคืบหน้า และอ้าง “พวกเขา (อิหร่าน) อยากทำข้อตกลงมากๆ”
- เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถานในฐานะตัวกลางเจรจา มองว่าการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน “ยังคงอยู่” โดยความพยายามในการบรรลุข้อตกลงยังคงดำเนินต่อไปแม้การเจรจาสันติภาพครั้งแรกจะล้มเหลว
- ในวันเดียวกัน สำนักข่าว AP รายงานว่า ปากีสถานเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจารอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่กรุงอิสลามาบัดในช่วงสัปดาห์นี้
- โดยโมฮัมเหม็ด บิน อับดุลราห์มาน บิน จัสซิม อัล ธานี รัฐมนตรีต่างประเทศของกาตาร์ เรียกร้องให้อิหร่านและสหรัฐฯ กลับมามีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในความพยายามเจรจาไกล่เกลี่ย
- ทางด้านโฆษกขององค์การสหประชาชาติ (UN) เตือนว่า “ไม่มีทางออกทางการทหาร” สำหรับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน พร้อมทั้งเตือนว่า “ความไม่มั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซกำลังทำให้ความเปราะบางทางเศรษฐกิจโลกแย่ลง” ขณะที่มีรายงานว่าเรือประมาณ 20,000 ลำติดอยู่กลางทะเล และห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงปุ๋ย กำลังได้รับผลกระทบ
- อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงแสดงท่าทีแข็งกร้าวในการบังคับใช้มาตรการปิดล้อมฮอร์มุซ ด้วยการส่งคำเตือนไปยังอิหร่าน ว่า “กองทัพสหรัฐฯ จะทำลายเรือโจมตีเร็วของอิหร่านทุกลำ ที่เข้าใกล้เรือรบสหรัฐฯ ที่กำลังดำเนินการปิดล้อมทางทะเล”
- ทางด้านรัฐบาลอิหร่านได้ประณามการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ ว่า ‘ผิดกฎหมาย’ และเป็นการ ‘ปล้นทางทะเล’ พร้อมเตือนว่า การโจมตีท่าเรือของอิหร่านอาจทำให้การขนส่งทางเรือทั่วอ่าวเปอร์เซียตกอยู่ในความเสี่ยง
- โดยโฆษก IRGC เตือนว่า “อิหร่านยังมีศักยภาพที่ยังไม่ได้ใช้” และอาจใช้กลยุทธ์ใหม่ในการตอบโต้ หากความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น
- ขณะที่ประชาชนอิหร่านหลายพันคน ออกมาชุมนุมประท้วงในกรุงเตหะรานเพื่อต่อต้านการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การปิดกั้นการส่งออกสินค้าและน้ำมันของอิหร่าน
- ในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ก็มีประชาชนออกมาชุมนุมประท้วง ต่อต้านการทำสงครามกับอิหร่านและการขายอาวุธให้อิสราเอล โดยตำรวจสามารถจับกุมผู้ประท้วงได้ราว 90 คนในข้อหาปิดกั้นการจราจรระหว่างการชุมนุมที่ย่านแมนฮัตตัน
- สำหรับท่าทีของอิสราเอลที่ยังคงเดินหน้าโจมตีกวาดล้างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนอย่างรุนแรง ถูกจับตามองว่า เป็นอีกประเด็นที่มีส่วนสำคัญต่อผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
- โดยสหราชอาณาจักรเรียกร้องให้รวมเลบานอนเข้าไว้ในกรอบการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กว้างขึ้น
- ขณะที่เอกอัครราชทูตประจำสหรัฐฯ ของอิสราเอลและเลบานอน ได้จัดการเจรจากันที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมีมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพ ซึ่งบรรยากาศการเจรจาเป็นไปด้วยดี แม้อิสราเอลปฏิเสธที่จะเจรจาเรื่องการหยุดยิงจนกว่ารัฐบาลเลบานอนจะปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
- โดยเอกอัครราชทูตเลบานอนได้เรียกร้องให้มีการหยุดยิง และการอนุญาตให้ผู้พลัดถิ่นกลับบ้าน รวมทั้งมีมาตรการบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรมในเลบานอน
- ส่วนเอกอัครราชทูตอิสราเอล เน้นย้ำในประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกัน คือการให้รัฐบาลเลบานอนขับไล่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกจากเลบานอน
15 เมษายน
- พลเรือเอกแบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศผ่าน X ว่า “การปิดล้อมท่าเรืออิหร่านได้ดำเนินการอย่างสมบูรณ์แล้ว” และกองทัพสหรัฐฯ ยังคงรักษาความเหนือกว่าทางทะเลในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งยืนยันว่า “ไม่มีเรือลำใดผ่านเข้ามาในเขตปิดล้อมท่าเรือและชายฝั่งอิหร่าน หลังจากที่สหรัฐฯ บังคับใช้มาตรการในช่วง 24 ชั่วโมงแรก”
- “ประมาณ 90% ของเศรษฐกิจอิหร่านขับเคลื่อนด้วยการค้าทางทะเลระหว่างประเทศ ภายในเวลาไม่ถึง 36 ชั่วโมงนับตั้งแต่การปิดล้อมเริ่มขึ้น กองกำลังสหรัฐฯ ได้หยุดการค้าทางเศรษฐกิจที่เข้าและออกจากอิหร่านทางทะเลได้อย่างสมบูรณ์แล้ว” เขาระบุ
- สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังเผยกับผู้สื่อข่าวว่า “สหรัฐฯ จะสกัดกั้นเรือบรรทุกน้ำมันจีนที่บรรทุกน้ำมันอิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”
- ขณะที่กองทัพอิหร่านเตือนว่า จะดำเนินการตอบโต้ด้วยการปิดกั้นการค้าและการขนส่งผ่านทะเลแดง รวมถึงในอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมาน หากสหรัฐฯ ยังเดินหน้าปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่าน
- ทรัมป์ ยังเผยว่า เขาได้เขียนจดหมายถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ขออย่าจัดหาอาวุธให้กับอิหร่าน ก่อนจะโพสต์ผ่าน Truth Social ยืนยันว่า “จีนตกลงที่จะไม่ส่งอาวุธให้อิหร่าน” และสหรัฐฯ จะ “เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร”
- “จีนมีความสุขมากที่ผมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร ผมทำเพื่อพวกเขาด้วย และเพื่อโลกด้วย สถานการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก พวกเขาตกลงที่จะไม่ส่งอาวุธให้อิหร่าน” ทรัมป์ กล่าว
- โดยเขายังมีแผนเดินทางไปเยือนจีนในช่วงเดือนหน้าเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับสี จิ้นผิง ซึ่งถูกเลื่อนออกไปจากกำหนดการเดินในปลายเดือนมีนาคมเนื่องจากเกิดสงคราม
- อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทรัมป์จะโพสต์ข้อความดังกล่าว แต่กองทัพสหรัฐฯ ก็ยังคงจำกัดการเดินเรือเข้าออกท่าเรืออิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
- เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ข้อมูลกับหนังสือพิมพ์ The Independent ว่า “การปิดล้อมยังมีผลบังคับใช้อย่างเต็มที่และได้ผลดี ดังที่กองบัญชาการกลางรายงานเมื่อวานนี้ ไม่มีเรือลำใดสามารถผ่านการปิดล้อมไปได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเรือที่เดินทางเข้าและออกจากท่าเรือของอิหร่าน
- นอกจากนี้ Washington Post ยังรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า สหรัฐฯ กำลังจะส่งทหารเพิ่มอีก 4,200 นายไปยังตะวันออกกลางในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งจะเข้าร่วมกับกำลังพลประมาณ 50,000 นายที่ประจำการอยู่ในพื้นที่แล้ว
- คาโรลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวถึงการเพิ่มกำลังทหารดังกล่าวว่า ทรัมป์ “ได้เตรียมทางเลือกทุกอย่างไว้แล้วอย่างชาญฉลาด ในกรณีที่อิหร่านไม่ยอมละทิ้งความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์และทำข้อตกลงที่สหรัฐฯ ยอมรับได้”
- อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโอกาสที่จะเกิดการเจรจาสันติภาพรอบใหม่หรือไม่นั้น ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์ New York Post ว่า การเจรจาเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน “อาจกลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง” ที่กรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน ในอีก 2 วันข้างหน้า หรือในวันศุกร์ (17 เมษายน)
- ท่าทีของทรัมป์ มีขึ้นก่อนที่การหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะหมดอายุลงในวันที่ 22 เมษายน
- ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าคณะผู้แทนจากปากีสถาน นำโดย อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของปากีสถาน ได้เดินทางไปเยือนกรุงเตหะราน พร้อมสารฉบับใหม่จากวอชิงตัน โดยมีเป้าหมายเพื่อหารือเกี่ยวกับการเริ่มต้นการเจรจารอบที่ 2
- ในขณะที่นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ก็ได้เริ่มต้นภารกิจการเยือนทางการทูตเป็นเวลา 4 วัน ในซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และตุรกี โดยถือเป็นความพยายามดำเนินการทางการทูตอย่างเข้มข้นล่าสุด ก่อนการเจรจาสันติภาพครั้งใหม่ที่อาจเกิดขึ้น
- อย่างไรก็ตาม หนึ่งในประเด็นท้าทายสำหรับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน คือเรื่องการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งมีรายงานว่า สหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านหยุดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นเวลา 20 ปี ในขณะที่อิหร่านเสนอที่ 5 ปี
- โดยกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านประกาศว่า สิทธิของประเทศในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมนั้น “ไม่อาจโต้แย้งได้” แม้ว่าระดับการเสริมสมรรถนะนั้น “สามารถเจรจาต่อรองได้” และเผยว่าการเจรจากับสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไปหลังจากที่การเจรจาครั้งแรกล้มเหลว
- นอกจากนี้ มีรายงานว่าโฆษกรัฐบาลอิหร่านได้ให้สัมภาษณ์สื่อรัสเซีย เรียกร้องค่าชดเชยสำหรับความเสียหายที่เกิดจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยประเมินความเสียหายทางตรงและทางอ้อมประมาณ 2.7 แสนล้านดอลลาร์
- พร้อมกันนี้ยังเสนอแนวคิดเรื่องการชดเชยความเสียหายผ่านการเก็บค่าธรรมเนียมในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะรวมถึงภาษีสำหรับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบด้วย ขณะที่ทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติชี้ว่า 5 ประเทศในอ่าวเปอร์เซียก็ต้องจ่ายค่าชดเชยด้วย โดยอ้างว่าดินแดนของประเทศเหล่านั้นถูกใช้เป็นฐานโจมตีอิหร่าน
ภาพ : REUTERS/Dado Ruvic/Illustration
อ้างอิง:
- https://www.aljazeera.com/news/2026/4/12/iran-war-what-is-happening-on-day-44-of-the-us-iran-conflict
- https://www.aljazeera.com/news/2026/4/13/iran-war-what-is-happening-on-day-45-of-the-us-iran-conflict
- https://www.aljazeera.com/news/2026/4/14/iran-war-what-is-happening-on-day-46-of-the-us-iran-conflict
- https://www.independent.co.uk/news/world/middle-east/donald-trump-xi-jinping-china-iran-war-strait-hormuz-b2958209.html
- https://www.cnbc.com/2026/04/13/trump-iran-war-strait-of-hormuz-blockade.html


