ม.หอการค้าไทย เผยเทศกาลสงกรานต์ 2569 เงินสะพัด 1.29 แสนล้าน หดตัวลง 3.7% หลังคนไทยชะลอใช้จ่าย เที่ยวต่างประเทศลดลง เน้นเที่ยวในจังหวัด เซ่นพิษน้ำมันแพง-ของแพง ‘ททท.’ หวังต่างชาติเที่ยวไทยทะลัก 5 แสนคน ดันเศรษฐกิจโตเพิ่ม 6%
อุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วง เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ 2569 ว่า ส่วนใหญ่ 58.2% ไม่เล่นน้ำสงกรานต์ และ 41.8% เล่นน้ำสงกรานต์ โดย 56.6% เน้นเที่ยวในจังหวัดของตัวเอง 5.5% เที่ยวในประเทศ และ 4.2% กลับบ้านและวางแผนเที่ยว
ส่วนเที่ยวต่างประเทศ 0.7% โดยคนที่วางแผนท่องเที่ยวในประเทศจะใช้จ่ายเฉลี่ย 8,056 บาท/คน ส่วนต่างประเทศเฉลี่ย 37,083 บาท/คน ส่วนใหญ่ท่องเที่ยวแถบเอเชีย ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง
ส่วนแผนการใช้จ่าย คนส่วนใหญ่ 42.7% ตอบว่าใช้จ่ายเท่าเดิม 36.5% ตอบว่าใช้จ่ายลดลง ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และ 20.8% ตอบว่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
“สาเหตุที่ใช้จ่ายลดลงเนื่องจากน้ำมันมีราคาแพง สินค้าและบริการราคาแพง ค่าครองชีพสูง ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง มีหนี้เพิ่มขึ้น และต้องการฉลองแบบประหยัด”
โดยคนส่วนใหญ่ 54.9% นำเงินเดือนออกมาใช้จ่าย รองลงมาคือเงินออม เงินจากผู้ปกครอง เงินกู้ และโบนัส
ทั้งนี้ บรรยากาศของสงกรานต์ปีนี้คนส่วนใหญ่ 51.8% มองว่าสนุกสนานเหมือนเดิม แต่สัดส่วนคนที่มองว่าสนุกสนานลดลง มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนคือปรับจาก 4% เป็น 33% ส่วนที่ตอบว่าสนุกสนานมากขึ้นมีสัดส่วน 15.1 %
ขณะที่ เจน Z กว่า 46.3% ไม่ไปเล่นน้ำ เจน Y 70% และเจน X 81% ภาพรวม 58.2% ส่วนคนที่ไปเล่นน้ำ 58%
อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจชี้ว่าคนไทยมีปัญหาความกังวลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยปัญหาที่กังวลมากที่สุดคือ ราคาน้ำมันแพง มากถึง 95.1% ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น การจราจรติดขัด และการลวนลามทางเพศ
ด้านธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า สงกรานต์ปีนี้คนจะชะลอการใช้จ่าย รัดเข็มขัดมากขึ้น เนื่องจากน้ำมันแพง สินค้าแพง ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากปัญหา สงครามในตะวันออกกลาง จะเห็นชัดเจนว่าคนใช้จ่ายลดลง ออกไปท่องเที่ยวน้อยลง
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า สงกรานต์ปีนี้จะเงียบเหงากว่าปีก่อน คาดว่า จะมีเม็ดเงินสะพัดในระบบ 129,649 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 3.7% (YoY) ถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 4 ปี นับจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เนื่องจากน้ำมันแพงขึ้น
ขณะที่ การสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมีนาคม ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568
เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและค่าครองชีพของประชาชน
ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 45.5 49.8 และ 60.2 ตามลำดับ
“ดัชนีทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงคราม ราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง”
อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติว่า จะเข้ามาเที่ยวไทยในช่วงสงกรานต์มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจาก มาเลเซีย จีน และยุโรป
ขณะที่ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 คาดว่าจะสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ในส่วนของตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณ 500,000 คน สร้างรายได้ราว 8,100 ล้านบาท
ขณะที่ตลาดในประเทศมีการเดินทางของคนไทยประมาณ 5.96 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้กว่า 22,250 ล้านบาท
“เทศกาลสงกรานต์ยังคงเป็นแม่เหล็กเศรษฐกิจ สำคัญ ที่ช่วยกระตุ้นการเดินทางและสร้างรายได้ให้ประเทศ แม้ต้องเผชิญปัจจัยท้าทายจากภายนอกก็ตาม” ฐาปนีย์ กล่าว

