×

พรรคประชาชน สับมาตรการอุ้มพลังงานรัฐบาลไม่ตรงจุด หวั่นงบจำกัดกระทบการช่วยเหลือ ชี้ปมจัดการงบกองทุนประชารัฐผิดพลาด

โดย THE STANDARD TEAM
11.04.2026
  • LOADING...
แกนนำพรรคประชาชนแถลงข่าววิจารณ์มาตรการอุ้มพลังงานรัฐบาล

วันนี้ (11 เมษายน) ที่ อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชนได้แถลงข่าวข้อเสนอแนะและข้อวิจารณ์ต่อมาตรการเยียวยาของรัฐบาล ในการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ราคาพลังงาน โดยมีแกนนำพรรคเข้าร่วม ได้แก่ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค, ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการนโยบายพรรคประชาชน ซึ่งการแถลงข่าวครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้จัดการประชุมนัดพิเศษเพื่อหารือมาตรการดังกล่าว

 

วีระยุทธ ระบุว่า แม้มติคณะรัฐมนตรีจะอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือรวม 7,700 ล้านบาท แต่ในความเป็นจริง งบประมาณที่ใช้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้ามีเพียง 3,000 ล้านบาทเท่านั้น ขณะที่งบประมาณส่วนที่เหลืออีก 4,700 ล้านบาท เป็นการจัดสรรเพื่อชดเชยงบประมาณกองทุนประชารัฐ (บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) ประจำปี 2569 ที่ตั้งไว้ไม่เพียงพอตั้งแต่แรก

 

วีระยุทธยังชี้ให้เห็นว่า มีกลุ่มอาชีพสำคัญหลายกลุ่มที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการนี้ เช่น กลุ่มชาวประมงที่ประสบปัญหาต้นทุนจนไม่สามารถออกเรือได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้เกิดภาวะอาหารทะเลขาดแคลน รวมไปถึงกลุ่มผู้ประกอบการต้นน้ำ อาทิ อุตสาหกรรมเม็ดพลาสติก ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อื่นๆ เช่น บรรจุภัณฑ์ สี และอุตสาหกรรมก่อสร้าง

 

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐด้านการก่อสร้างมากเป็นพิเศษ โดยอนุญาตให้สามารถแก้ไขสัญญา หรือขอคืนเงินประกันได้ พรรคประชาชนจึงเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่มอาชีพอื่นๆ ในระดับเดียวกัน

 

ด้านเดชรัต กล่าวถึงผลกระทบต่อภาคการเกษตร โดยระบุว่าต้นทุนหลักกว่าร้อยละ 40-50 คือ ปุ๋ยเคมีและน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ โดยเฉพาะโครงการปุ๋ยธงเขียว ที่ขยายวงเงินช่วยเหลือจาก 200 บาท เป็น 300 บาทต่อกระสอบ (จำกัดสิทธิ 5+1 กระสอบ) นั้น ถือเป็นปริมาณที่น้อยมาก อีกทั้งในอดีตมีเกษตรกรเข้าถึงโครงการนี้ได้เพียงร้อยละ 1 ของความต้องการใช้ปุ๋ยทั้งหมด พรรคประชาชนจึงเสนอให้รัฐบาลขยายโครงการให้ครอบคลุมเกษตรกรทุกราย

 

สำหรับปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิง เดชรัตระบุว่ารัฐบาลยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือที่ชัดเจนสำหรับภาคประมงและภาคการเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูการไถเตรียมดินสำหรับข้าวนาปีในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม

 

ในประเด็นความกังวลเรื่องการขาดแคลนปุ๋ยเคมี พรรคประชาชนเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยข้อมูลปริมาณปุ๋ยเคมีที่อยู่ในประเทศ ทั้งที่อยู่ระหว่างการนำเข้า และที่ค้างอยู่ในคลังสินค้าหรือร้านค้าปลีก เพื่อความโปร่งใส รวมถึงควรประกาศราคาควบคุมที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบและป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาความขาดแคลนเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับกรณีน้ำมันเชื้อเพลิง

 

นอกจากนี้ ยังเสนอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มเปราะบางที่ไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น การสนับสนุนวงเงินฉุกเฉินสำหรับการศึกษาของเด็กนักเรียน หรือวงเงินกู้ฉุกเฉินสำหรับครัวเรือนเปราะบาง

 

ศิริกัญญา ได้ชี้แจงถึงปัญหาการจัดสรรงบประมาณ โดยระบุว่าการที่รัฐบาลต้องนำงบกลาง 4,700 ล้านบาท มาเติมในกองทุนประชารัฐนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความผิดพลาดในการบริหารงบประมาณ เนื่องจากโดยปกติกองทุนนี้ต้องใช้งบประมาณราว 50,000 ล้านบาทต่อปี แต่รัฐบาลกลับตั้งงบประมาณปี 2569 ไว้เพียง 30,000 ล้านบาท ส่งผลให้เงินกองทุนขาดแคลน สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ แม้แต่รายจ่ายประจำก็ยังไม่เพียงพอ ส่งผลให้มาตรการช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างจำกัดและไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น

 

ศิริกัญญากล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนในการหาแหล่งเงินทุนสำหรับงบประมาณปี 2569 ที่เหลือ แม้จะมีการระบุว่าจะไม่มีการออก พ.ร.ก. กู้เงิน แต่จะใช้รูปแบบ พ.ร.บ. โอนงบประมาณแทน พรรคประชาชนจึงคาดหวังให้คณะรัฐมนตรีเร่งออกหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนว่า โครงการใดจะถูกตัดหรือโอนงบประมาณ โดยเฉพาะงบประมาณของหน่วยงานราชการที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายก่อนวันที่ 30 เมษายน ตามคำสั่งเร่งรัดของกรมบัญชีกลาง

 

พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาหาแหล่งงบประมาณอื่นๆ อย่างเร่งด่วน เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising