วันนี้ (11 เมษายน) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 (ข้อมูล ณ วันที่ 10 เมษายน 2569) พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นรวมทั้งสิ้น 135 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 132 คน และมีผู้เสียชีวิต 20 ราย โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงมาจากการขับรถเร็วเกินกำหนด และการตัดหน้ากระชั้นชิด
จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของ ศปถ. พบว่า
- รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด โดยส่วนใหญ่มักเกิดบนเส้นทางตรงและถนนทางหลวง
- ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ 15.01 – 18.00 น. ขณะที่กลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 60 – 69 ปี
ข้อมูลระดับจังหวัด
- จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด: ตรัง และสงขลา (จังหวัดละ 8 ครั้ง)
- จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด: ตรัง (9 คน)
- จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด: ปราจีนบุรี และสงขลา (จังหวัดละ 2 ราย)
- จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์): มีจำนวนทั้งสิ้น 59 จังหวัด
สำหรับสถานการณ์การเดินทางในวันนี้ ศปถ. ประเมินว่าถนนสายหลักที่มุ่งหน้าสู่ภูมิภาคต่างๆ จะมีปริมาณรถหนาแน่นในทุกเส้นทาง เนื่องจากประชาชนกำลังเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวไปยังต่างจังหวัด ซึ่งอาจส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นบางช่วง ศปถ. จึงได้ประสานงานไปยังทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะบนถนนสายหลักและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัด
พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำการใช้กลไกท้องถิ่น ท้องที่ ตลอดจนอาสาสมัครประจำด่านชุมชน และ ด่านครอบครัว เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจตรา ป้องปราม และตักเตือนบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในระดับพื้นที่อย่างใกล้ชิด
เจ้าหน้าที่จะให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายต่อพฤติกรรมเสี่ยงหลัก ได้แก่ การขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด, ดื่มแล้วขับ, ไม่สวมหมวกนิรภัย, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย, ขับรถย้อนศร, ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร, ไม่มีใบอนุญาตขับขี่, แซงในที่คับขัน, ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ, ใช้รถจักรยานยนต์ที่ไม่ปลอดภัย และการบรรทุกผู้โดยสารท้ายกระบะ
ในส่วนของระบบขนส่งสาธารณะ ศปถ. ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและดูแลผู้โดยสารที่อาจตกค้างในสถานีขนส่ง พร้อมตรวจสอบสภาพความพร้อมของรถโดยสาร โดยพนักงานขับรถและพนักงานประจำรถต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ ไม่เสพสารเสพติดให้โทษหรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ห้ามบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่งที่กำหนด และให้กวดขันจับกุมการใช้รถตู้ส่วนบุคคลที่ลักลอบประกอบการขนส่งผู้โดยสารโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเด็ดขาด


