วันนี้ (3 เมษายน) ที่ กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กลุ่มเพื่อนเอกชัย นำโดย ณัฎฐธิดา มีวังปลา หรือ แหวน และ สมยศ พฤกษาเกษมสุข ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ เอกชัย หงส์กังวาน ผู้ต้องขังทางการเมือง ถูกส่งตัวกลับเข้าแดนคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรม ทั้งที่กระบวนการรักษาอาการโรคฝีในตับที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ยังไม่เสร็จสิ้น โดยมี ธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีและโฆษกกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ
ณัฎฐธิดา ในฐานะผู้ดูแลเอกชัย เปิดเผยถึงสถานการณ์ด้านสุขภาพของผู้ต้องขังว่า ทุกครั้งที่เอกชัยถูกฝากขังมักจะมีปัญหาสุขภาพตามมาเสมอ โดยย้อนไปในปี 2566 เอกชัยมีอาการไข้สูงกว่า 40 องศาเซลเซียส จนต้องถูกส่งตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครไปยังโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และพบว่าเป็นโรคฝีในตับ ก่อนจะถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลราชวิถีในสภาพที่ต้องล่ามโซ่ติดกับเตียงผู้ป่วยจนเกือบเสียชีวิต
สำหรับสถานการณ์ในปีนี้ ณัฎฐธิดา ระบุว่า เอกชัยมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงขึ้น ทั้งอาการต่อมลูกหมากโต กระบังลมอักเสบ และโรคฝีในตับที่ยังไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันได้รับเพียงยารักษาอาการต่อมลูกหมากโต แต่ยังไม่มีการวินิจฉัยโรคอื่นเพิ่มเติม ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดในขณะนี้ ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังที่เจ็บป่วย ไม่ว่าจะอยู่ในโรงพยาบาลราชทัณฑ์หรือในแดนคุมขัง มีความยากลำบากไม่ต่างกัน
“วันนี้สิ่งที่เราอยากร้องขอกระทรวงยุติธรรม คือขอสิทธิขั้นพื้นฐานในการประกันตัวให้กับผู้ต้องขังทางการเมืองทุกคน เพื่อให้ออกมาสู้คดีด้านนอกให้ถึงที่สุด เราอยากวิงวอนให้กระทรวงยุติธรรมเห็นในความเป็นคนโดยเท่าเทียม” ณัฎฐธิดา กล่าว
ด้าน สมยศ ได้แสดงความกังวลต่อความพร้อมของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ โดยระบุว่าโรงพยาบาลมีขีดความสามารถรองรับคนไข้ได้เพียง 200 คน และขาดแคลนอุปกรณ์ช่วยชีวิตในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งตนไม่อยากให้เอกชัยต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกับกรณีของ เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง ที่เสียชีวิตในเวลาต่อมาหลังจากถูกนำตัวกลับมารักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์
สมยศเน้นย้ำว่า การเรียกร้องครั้งนี้ไม่ได้ต้องการอภิสิทธิ์ในการส่งตัวเอกชัยไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ หรือโรงพยาบาลเอกชนแต่อย่างใด แต่ต้องการเพียงให้ส่งตัวกลับไปรักษายังโรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งเป็นสถานพยาบาลที่เคยทำการรักษาอาการป่วยของเอกชัยมาก่อนหน้านี้ พร้อมระบุว่าหากเอกชัยมีอาการทรุดลงหรือได้รับอันตรายถึงชีวิต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวภายหลังการรับหนังสือว่า ทางกระทรวงไม่ได้นิ่งนอนใจและให้ความสำคัญกับชีวิตของทุกคน หลังจากนี้จะรับเรื่องเพื่อไปพิจารณาในรายละเอียด พร้อมเร่งประสานงานไปยังกรมราชทัณฑ์เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินอาการป่วยของเอกชัยโดยเร็วที่สุด
ปัจจุบันเอกชัยถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรมมาเป็นระยะเวลาเกือบ 7 เดือนแล้ว ภายหลังศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 21 ปี 4 เดือน ในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 จากกรณีถูกกล่าวหาว่าร่วมกันขัดขวางขบวนเสด็จเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 โดยไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างรอผลฎีกา
ทั้งนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รายงานความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับการยื่นขอประกันตัวเอกชัยว่า ศาลฎีกาได้มีคำสั่งยกคำร้อง โดยให้เหตุผลว่า กรณียังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ส่วนประเด็นที่อ้างถึงอาการเจ็บป่วยนั้น ศาลพิเคราะห์ว่าจำเลยมีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว


