ดูเหมือนว่าทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ‘เซมิคอนดักเตอร์’ ของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ กระทรวง อว. ภายใต้กรอบนโยบาย “อว. for Semiconductor” กำลังเดินไปในทิศทาง ที่ถูกต้อง เป้าหมายที่จะพัฒนากำลังคนทักษะสูง จำนวน 80,000 คน ภายใน 5 ปี อาจทำได้จริง
![]()
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แผนนโยบายเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยสปีดที่ดี นอกจากการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานชั้นนำระดับโลก โปรแกรมการผลิตและพัฒนากำลังคนในหลากหลายรูปแบบที่ถูกออกแบบมาอย่างครบถ้วน รอบด้าน ยังเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่จะเพิ่มอัตราเร่งในการผลิตกำลังคนป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
![]()
ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ กระทรวง อว. เคยกล่าว บนเวที ‘BETTER THAILAND การปฏิรูปอุดมศึกษา เพื่ออนาคตประเทศไทย’ ถึงจุดเริ่มต้นที่ต้องการเร่งพัฒนากำลังคนเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ เพราะไต้หวันมีนโยบายมุ่งใต้ใหม่ New South Bound Policy ย้ายฐานการผลิตมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะไทย แต่ปัจจัยสำคัญที่เขามองไม่ใช่เรื่องนโยบายภาษีแต่เป็น ‘Talent’ หรือกำลังคนที่มีทักษะตรงอุตสาหกรรม
![]()
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มองว่า “ที่ผ่านมา กระบวนการผลิตกำลังคนเข้าสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่พร้อมใช้งานช้าเกินไป ภาพรวมของประเทศมีปัญหาเรื่องการผลิตกำลังคนทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ยิ่งเจาะลึกในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ยิ่งหนักกว่าภาพรวมของประเทศ ก็คือขาดแคลนทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพหนักกว่าทุกๆ อุตสาหกรรมในประเทศ”
ปัจจุบัน กำลังคนระดับปริญญาตรีที่มีคุณภาพยังน้อย ส่วนหนึ่งเพราะหลักสูตรเฉพาทางด้านเซมิคอนดักเตอร์มีจำกัด อีกทั้งจำนวนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาร่วมกับภาคอุตสาหกรรมอย่างเข้มข้นก็มีน้อย รวมถึงข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ เครื่องมือและแล็บในการทำวิจัยไม่เพียงพอ สาหัสสุดเห็นจะเป็นบุคลากรระดับปริญญาโท-เอก ที่ไม่เพียงพอทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ
“ถ้าเราต้องการตอบโจทย์การพัฒนากำลังคนอย่างเร่งด่วนเราไม่สามารถใช้วิธีการปกติได้” ดร.ศุภชัย กล่าว
![]()
กระทรวง อว. ได้ออกแบบแนวทางใหม่ในการเชื่อมโยงการเรียนรู้กับภาคการผลิตจริง ผ่าน ‘Sandbox’ ที่มีองค์ประกอบหลากหลาย อาทิ Industrial Internship (Coop+) สร้างหลักสูตร ‘Higher Education Sandbox’ ระดับปริญญาตรี จับมือเครื่อข่ายสถาบันการศึกษาร่วมกันผลิตคนเฉพาะทางอย่างเป็นระบบ และหลักสูตร ‘Higher Education Sandbox’ ระดับปริญญาโท-เอก ด้าน IC Design เพื่อผลิตบุคลากรวิจัยและส่งเสริมการร่วมวิจัยกับภาคเอกชน
“การสร้างหลักสูตร ‘Higher Education Sandbox’ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรด้านวิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์เป็นพิเศษ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยเอาจริงในเรื่องนี้” ดร. ศุภชัย กล่าว
![]()
รองศาสตราจารย์ ดร.จีรนุช เสงี่ยมศักดิ์ ผู้ช่วยอธิการบดี ม.ขอนแก่น และ ประธานคณะทำงานด้านการจัดทำหลักสูตรด้าน Semiconductor กับสถาบันอุดมศึกษาและภาคอุตสาหกรรมในต่างประเทศ เล่าว่า “เราเริ่มทำเรื่อง Sandbox’ มาตั้งแต่ปี 2566 โดยนำฐานข้อมูลจริงมาใช้ในการวิเคราะห์ ตั้งแต่ ของการเติบโตของ Global Semiconductor Market ทักษะไหนกำลังเป็นที่ต้องการ บริษัทในประเทศไทยรวมถึงบริษัททั่วโลกกำลังขาดแคลนบุคลากรตำแหน่งไหนในอุตสาหกรรมนี้”
“คีย์หลักในการทำ Sandbox คือต้องตอบโจทย์ทั้ง คุณภาพ (Quality) ปริมาณ (Quantity) และเวลา (Time) ตอนเริ่มต้นเราจึงต้องทำงานร่วมกับไต้หวัน คิด Master Framework ร่วมกัน เพื่อที่จะนำมาใช้กับมหาลัยฯ ที่เข้าร่วมหลักสูตรได้ทั้งหมด”
รองศาสตราจารย์ ดร. จีรนุช บอกว่า เพื่อตอบโจทย์การผลิตกำลังคนในระยะเวลาอันสั้น การ Co-Creation กับผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากความร่วมมือกับ BOI แล้ว ยังร่วมกับเครือข่ายบริษัทเอกชนชั้นนำของประเทศไทยในอุตสาหกรรม Semiconductor and Advanced Electronics ได้แก่ ซิลิคอน คราฟท์, อนาล็อกดีไวเซส, เดลต้า อีเลคโทรนิคส์(ประเทศไทย), ฮานาไมโครอิเล็คโทรนิคส์, ฮานา เซมิคอนดักเตอร์, อินฟินีออน เทคโนโลยี และ ปตท.
อีกส่วนสำคัญคือการพัฒนาหลักสูตรตามความต้องการ (Demand-driven Course Development) คือ Pre-sessional Course
“เราทำ Pre-sessional Course ในลักษณะของ Digital Content บนแพลตฟอร์ม ‘DEGREE PLUS’ แล้วมาดูกันว่ามหาลัยฯ ไหนมีผู้เชี่ยวชาญด้านไหน และในภาคอุตสาหกรรมรวมถึงพาร์ทเนอร์ต่างประเทศ อย่าง ไต้หวัน อเมริกา ก็มาช่วยกันสร้างหลักสูตรกลางไว้ในแพลตฟอร์มนี้”
“ถ้าเป็นเรื่องของการพัฒนาทักษะ อย่างที่รู้ว่าการผลิตเซมิคอนดักเจอร์ต้องใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ และแล็บที่มีราคาสูง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เราจึงรวบทรัพยากรไว้ที่ ศูนย์พัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ (National Semiconductor Training Centers: NSTCs) ใครต้องการพัฒนาทักษะด้านไหนก็ไปที่นั้น”
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวเสริมว่า “การออกแบบการเรียนการสอนในลักษณะ Co-Creation ดึงอุตสาหกรรมและบริษัทเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการออกหลักสูตรและให้ไปฝึกงานที่บริษัท และให้ทำงานที่บริษัททำให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งปลายทางคือเราจะได้กำลังคนทักษะสูงที่พร้อมทำงานได้ทันที”
![]()
หลักสูตร ‘Higher Education Sandbox’ แก้เกม Talent Shortage ได้อย่างไร?
คำถามคือ การทำ ‘Higher Education Sandbox’ จะช่วยให้ทั้งองคาพยพผลิตบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ได้เร็วขึ้นอย่างไร ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ เล่าว่า “หลักสูตรเฉพาะทางด้านเซมิคอนดักเตอร์ที่อาศัยกลไก Higher Education Sandbox มีความยืดหยุ่นกว่าหลักสูตรปกติ โดยมีเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาและเครือข่ายภาคเอกชนร่วมออกแบบหลักสูตร เพราะโดยปกติเวลามหาวิทยาลัยจะเปิดสอนหลักสูตรจะต้องทำตามเกณฑ์มาตรฐานที่ อว. กำหนด แต่พอเป็น Higher Education Sandbox เราสามารถขอยกเว้นเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรที่ อว. กำหนดในทุกเรื่อง ข้อดีคือเราดึงคนจากภาคอุตสาหกรรมหรือผู้บริหารจากโรงงานมาสอนได้ จำนวนหน่วยกิตไม่ต้องยึดตามเกณฑ์ปกติ เน้นการปฏิบัติจริง ลดเวลาเรียนในห้องเหลือ 30-40% และเพิ่มเวลาไปทำงานจริงในบริษัท 60 – 70% เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม”
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ เล่าต่อว่า การเริ่มต้นของ Higher Education Sandbox จะทำงานร่วมกับ สำนักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมขาดแคลนกำลังคนในตำแหน่งงานใด ต้องการทักษะอย่างไร จากนั้นจะใช้กลไกหลักสูตร Higher Education Sandbox ของกระทรวง อว. เพื่อสร้างนวัตกรรมการจัดการศึกษารูปแบบใหม่ที่มีความยืดหยุ่นสูง ในการผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ
“หลักสูตรเซมิคอนดักเตอร์ จะเป็น Top-down policy ที่กำหนดเป้าหมายชัดเจน ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยที่นำหลักสูตรไปใช้แล้ว 7-8 แห่ง ซึ่งหลักสูตรนี้มุ่งเน้นการสร้างทักษะให้กับนักศึกษา โดยคนที่ประเมินวัดผลคือภาคอุตสาหกรรมโดยตรง เพื่อวัดสมรรถนะว่าทำงานได้จริงหรือไม่ ใช้เครื่องมือเป็นหรือไม่ สามารถทำงานให้เกิดโปรเจกต์ตามที่ได้รับมอบหมายได้หรือไม่”
ผลกระทบเชิงบวกต่อประเทศไทย
ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย เชื่อว่าหากการขับเคลื่อนแผนนโยบายเดินด้วยสปีดนี้และสามารถผลิตคนเข้าอุตสาหกรรมได้ตามเป้าหมายจะเกิดผลกระทบเชิงบวกกับประเทศหลายด้าน “สิ่งที่ตามมาคือการลงทุนจากภาคอุตสาหกรรมต่างประเทศ เชื่อมั่นว่าจะสามารถผลักดันให้ประเทศไทยเข้าสุ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญแห่งอนาคตที่รัฐบาลไทยกำหนดเอาไว้”
![]()
สอดคล้องกับมุมมองของ รองศาสตราจารย์ ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และหนึ่งในศูนย์ฝึกอบรมเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ มั่นใจว่าหากรากฐานถูกวางไว้อย่างแข็งแกร่งบุคลากร ในภาคอุตสาหกรรมจะได้ยกระดับทักษะและมีโอกาสพัฒนาอาชีพของตัวเองอย่างต่อเนื่อง การหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ก็ดูจะมีความหวัง
“เพราะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีห่วงโซ่อุปทานที่กว้างมาก ไม่ได้จำกัดแค่สายอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ด้านเคมี สิ่งแวดล้อม วัสดุ และอีกหลายสาขา ถ้าเราสามารถยกระดับแรงงานและการศึกษาในเส้นทางนี้ได้สำเร็จ ในระยะสั้น อุตสาหกรรมจะเกิดการเติบโตอย่างรวดเร็ว ระยะยาว ประเทศไทยจะมีอำนาจต่อรองในเวทีโลกมากขึ้น เพราะเรามีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สร้างเองได้
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ มองว่า “ความสำเร็จจะเป็นมากกว่าการยกระดับแรงงานของประเทศ แต่จะส่งผลไปสู่การยกระดับทรัพยากรมนุษย์ในระดับสากล”


