×

รัฐขึ้นราคาน้ำมันแรง 6 บาท ช็อตเศรษฐกิจแค่ไหน? แม้ไทยเทียบเท่าราคามาเลเซีย

26.03.2026
  • LOADING...
ปั๊มน้ำมันและราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้น พร้อมภาพประกอบการเปรียบเทียบผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและมาเลเซีย

ราคาน้ำมันกระชากแรง 6 บาท/ลิตร ซ้ำเติมต้นทุนการผลิต ขนส่ง ราคาสินค้าในวงกว้าง หอการค้าแนะรัฐใช้กลไกภาษีสรรพสามิต ชี้แจงค่าการกลั่นต่อประชาชนให้ชัดเจน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์มอง GDP ไทยหายทันที 0.1-0.2%

 

 
 

วันที่ 26 มี.ค. พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันถึงลิตรละ 6 บาท ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต ต้นทุนขนส่ง และราคาสินค้าในห่วงโซ่อุปทาน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

โดยเฉพาะมาตรการด้านภาษีและค่าการกลั่น หอการค้าไทยสนับสนุนให้ภาครัฐพิจารณาใช้กลไกภาษีสรรพสามิตเพื่อช่วยบรรเทาภาระราคาน้ำมันแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ

 

ขณะเดียวกันในส่วนของค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุน ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์โลกนั้น

 

“ภาคเอกชนเห็นว่าควรสื่อสารให้สาธารณชนเข้าใจอย่างชัดเจนว่า ค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้นจาก 2 บาท เป็น 6 บาท เป็นเพียงกำไรขั้นต้น”

 

หากสถานการณ์ไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้น แต่ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มจริง และเห็นควรให้มีการชี้แจงรายละเอียดต้นทุน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบซ้ำเติมต่อภาระของประเทศ ภาคธุรกิจ และประชาชนโดยรวม

 

ขึ้นราคาน้ำมันแบบกระชาก ช็อตเศรษฐกิจ ‘GDP’ ลดลงทันที 0.1-0.2%

 

ขณะที่ เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประเมินว่า หากราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 34.94 บาทต่อลิตร จะส่งผลกระทบใกล้เคียงช่วงวิกฤติราคาพลังงานจากสงครามรัสเซียยูเครน (ปี 2565-2566) โดยทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นราว 15-20% และราคาสินค้าโดยรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 6-8%

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันราคาดีเซลปรับสูงขึ้นเป็น 38.94 บาทต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าช่วงวิกฤติดังกล่าว ส่งผลให้คาดว่าต้นทุนขนส่งจะเพิ่มขึ้นเป็น 20-25% ราคาสินค้าปรับสูงขึ้นราว 8-10% และแรงกดดันเงินเฟ้อมีแนวโน้ม เร่งตัวขึ้นอยู่ในระดับประมาณ 5-6%

 

ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อและไม่มีมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ เศรษฐกิจไทย GDP อาจขยายตัวได้ไม่เกิน 1%

 

โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ยังระบุว่า ทุกการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 1 บาทต่อลิตร จะทำให้ GDP ลดลง 0.02% สะท้อนถึงความเปราะบางและอ่อนไหวของเศรษฐกิจไทย ต่อความผันผวนด้านพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ

 

สอดคล้อง ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และเศรษฐกิจอาเซียน กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันถึงลิตรละ 6 บาท ในเวลาอันรวดเร็ว ถือว่ารุนแรง และ ‘ช็อต’ เศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้ GDP ลดลงทันที 0.1-0.2%

 

ชี้ ‘มาเลเซีย’ ขึ้นราคาน้ำมัน 7 บาท ไม่ต่างจากไทย

 

ด้านวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า วิกฤตราคาที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องเผชิญ ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ ขณะที่ยังต้องมีการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาชดเชยช่วยบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาตลาดโลกที่ปรับตัวอย่างรุนแรง

 

“ผลจากการสู้รบครั้งนี้ แม้แต่ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบเป็นของตัวเองอย่างประเทศมาเลเซีย เมื่อวานนี้ก็ได้มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลขึ้นถึง 7 บาทต่อลิตรเช่นกัน”

 

 
ราคาน้ำมันอาเซียน
 

 

ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลของประเทศมาเลเซียอยู่ที่ 45.59 บาทต่อลิตร โดยราคานี้เป็นราคาที่ไม่มีการเก็บภาษีเหมือนประเทศไทย

 

ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 38.94 บาทต่อลิตร และเมื่อเปรียบเทียบราคาน้ำมันดีเซลกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียน

 

อาทิ สิงคโปร์ 100.26 บาท ฟิลิปปินส์ 68.26 บาท ลาว 64.14 บาท เวียดนาม 47.16 บาท ราคาขายของไทยยังคงถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ

 

ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงทำหน้าที่อย่างหนักเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดย ณ วันนี้ มีการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลสูงถึงลิตรละ 19.12 บาท หรือเกือบ 1,700 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์วิกฤตจนถึงปัจจุบัน กองทุนฯ ได้ชดเชยราคาน้ำมันไปแล้วรวมกว่า 38,000 ล้านบาท

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories