บรรยากาศทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรช่วงปลายเดือนมีนาคมไม่ได้มีเพียงประเด็นการจัดตั้งรัฐบาลหรือการวางตัวบุคคลในคณะรัฐมนตรีเท่านั้น แต่ยังเกิดแรงกระเพื่อมสำคัญจากคำถามเรื่องสิทธิประโยชน์ของ สส. ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงอย่างจริงจังอีกครั้ง
จุดเริ่มต้นของประเด็นนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ลุกขึ้นอภิปรายกลางสภา ตั้งคำถามต่อสิทธิประโยชน์ของผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหารกลางวัน เงินเดือน จำนวนผู้ช่วย รวมถึงกองทุนบำนาญ โดยตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของการใช้งบประมาณภาครัฐ
ข้อเสนอของวรงค์ไม่เพียงเป็นการตั้งคำถามเชิงนโยบาย แต่ยังสะท้อนความคาดหวังของสังคมต่อบทบาทของผู้แทนราษฎร ว่าควรมีความรับผิดชอบและสอดคล้องกับภาระหน้าที่เพียงใด ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประชาชนจำนวนมากยังเผชิญกับภาระค่าครองชีพ
แรงกระเพื่อมดังกล่าวส่งผลให้หลายพรรคการเมืองเริ่มแสดงท่าทีตอบรับ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน ที่ส่งสัญญาณว่า ไม่ติดขัด หากจะมีการทบทวนแนวทางสวัสดิการ สส.
ภาพที่เกิดขึ้นในวันที่ 25 มีนาคม จึงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อ สส. จำนวนไม่น้อยเริ่มลงมาจัดการค่าใช้จ่ายของตนเอง โดยเฉพาะค่าอาหารกลางวันในวันประชุมสภา
ที่ศูนย์อาหารชั้น B2 ของอาคารรัฐสภา นพ.วรงค์ ในฐานะผู้จุดประเด็นเรื่องดังกล่าวนี้ปรากฏตัวพร้อมเมนูง่าย อย่างข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาว ราคา 60 บาท ซึ่งเขาจ่ายด้วยเงินส่วนตัว และนั่งรับประทานร่วมกับทีมงานของพรรค สะท้อนภาพความเรียบง่าย และการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงการลดภาระงบประมาณรัฐ
ขณะเดียวกัน โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ลงมารับประทานอาหารด้วยตนเองเช่นกัน โดยเลือกเมนูพื้นฐานอย่างข้าวผัดกะเพราหมูไข่ดาว เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับ สส. ในช่วงที่มีการรณรงค์ให้สมาชิกสภาซื้ออาหารรับประทานเอง
ในฝั่งของพรรคภูมิใจไทย ภายหลังมีมติให้ สส. จัดหาอาหารเองในวันประชุม ก็ปรากฏภาพ สส. หลายคน เช่น อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็น สส.คนแรกที่เคยเสนองดอาหาร สส. ตั้งแต่สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ผ่านมา ไตรศุลี ไตรสรณกุล สส.บัญชีรายชื่อ, สมยศ พลายด้วง สส. สงขลา, ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สส.กาญจนบุรี, นพ ชีวานันท์ สส.พระนครศรีอยุธยา, พิษณุ พลธี สส. ปทุมธานี, เกรียงยศ สุดลาภา สส. บัญชีรายชื่อ, ไตรเทพ งามกมล สส. บุรีรัมย์, ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส. เพชรบุรี และชานนท์ ไทยเศรษฐ์ สส.นครสวรรค์ ลงมาต่อคิวซื้ออาหารร่วมกับเจ้าหน้าที่และข้าราชการในพื้นที่เดียวกัน สะท้อนบรรยากาศที่ลดช่องว่างระหว่างผู้แทนกับบุคลากรภาครัฐ
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมี สส. จากหลายพรรคการเมืองเข้าร่วมปรากฏการณ์นี้ เช่น ชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรคประชาชน ที่ลงมารับประทานอาหารในโรงอาหาร เช่นเดียวกับชนะวุธ อุทโท สส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ที่เลือกพกปิ่นโต มาจากบ้าน โดยให้เหตุผลว่า แม้การรับหรือไม่รับอาหารจากรัฐจะเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่การใช้เงินภาษีประชาชนก็ควรมาพร้อมกับความสำนึกและความเสียสละ
อีกด้านหนึ่ง ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ก็สื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย ด้วยการโพสต์ภาพถือปิ่นโต พร้อมระบุว่าเป็นการเตรียมตัวเข้าร่วมประชุมสภาในวันเดียวกัน
เช่นเดียวกับ รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่โพสต์บรรยากาศการจัดอาหารกลางวันของ สส. พรรค จัดอาหารใต้มื้อกลางวันกันเองแบบเรียบง่าย แต่รสชาติจัดจ้าน เพื่อสะท้อนการรวมตัวและการเตรียมพร้อมก่อนอภิปรายในสภา
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอาจดูเป็นเพียงเรื่องเล็กอย่างมื้ออาหารกลางวัน แต่ในเชิงการเมืองกลับสะท้อนภาพใหญ่ของความพยายามปรับตัวของผู้แทนราษฎร ภายใต้แรงกดดันจากสังคมต่อการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและโปร่งใส
ท้ายที่สุด ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะยั่งยืนเพียงใด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ส่งสัญญาณสำคัญว่า ความคาดหวังของประชาชน กำลังกลายเป็นแรงผลักดันให้เกิดการปรับตัว แม้ในรายละเอียดเล็กๆ ของการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรก็ตาม


