×

พิพัฒน์ คาใจน้ำมันล่องหน ลุยเช็กทั้งระบบพรุ่งนี้ จับตาส่งออกเถื่อน ย้ำแฟร์ทูแฟร์ กักตุนไม่ได้ พร้อมรับแทนเด็กปั๊ม “อยากด่าให้มาด่าผม”

โดย THE STANDARD TEAM
18.03.2026
  • LOADING...
พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวประเด็นน้ำมันล่องหน

วันนี้ (18 มีนาคม) เวลา 16.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่สมาพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยออกมาประท้วงเรียกร้องว่า มีการนำสต๊อกน้ำมันเก่ามาขายในราคาปัจจุบัน โดยชี้แจงว่า น้ำมันสต๊อกเก่าที่นำมาขายในราคาปัจจุบันนั้น ต้องทำความเข้าใจว่า การสั่งซื้อน้ำมันดิบไม่ใช่การสั่งซื้อวันนี้แล้วได้วันนี้ ต้องมีการสั่งซื้อล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน เพราะฉะนั้น วันที่สั่งซื้อกับการกลั่นในปัจจุบันคือน้ำมันในอดีต ก่อนมีการสู้รบในตะวันออกกลาง แน่นอนว่าเป็นการสั่งซื้อราคาถูกแล้วมาขายในราคาแพง

 

แต่ขอถามกลับว่า สมมุติว่าวันนี้ราคาน้ำมันดิบ 100 เหรียญ อีก 3 เดือนข้างหน้า รับน้ำมันดิบเข้ามาที่คลัง แต่ปรากฏว่าสงครามยุติ ราคาน้ำมันดิบลงไป 60 เหรียญ แต่ ณ วันนั้นรับน้ำมันดิบมาที่ราคา 100 เหรียญ หากจะขายในราคา 100 ก็รับไม่ได้อีกเช่นกัน นี่คือการพูดถึงความแฟร์ เพราะเรามีกติกาการค้าขายและการแลกเปลี่ยน ไม่ใช่เอาแต่ได้ เพราะฉะนั้นจึงขอฝากผู้ประกอบการและประชาชนว่า วันที่รับซื้อราคาถูกมีกำไร ณ วันนี้ แต่เมื่อสงครามยุติ จะขาดทุนหรือไม่ เชื่อว่าทุกคนคิดตัวเลขบวกลบคูณหารเป็น เพราะฉะนั้นก็ต้องให้ความยุติธรรมกับโรงกลั่นและผู้ประกอบการเช่นกัน

 

“เป็นที่รู้กันว่าผมมีสถานีบริการ ผมมีแบรนด์เรื่องการค้าขายน้ำมัน แต่ผมไม่ได้ซื้อน้ำมันดิบมากลั่นเอง เพราะผมไม่มีโรงกลั่น ผมซื้อวันนี้ขายวันนี้ อัตราเสี่ยงน้อย ไม่เหมือนโรงกลั่นที่ซื้อมาวันนี้ อีก 3 เดือนถึงจะได้รับน้ำมันดิบ กลั่นแล้วราคาเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ เพราะฉะนั้นตนเองในฐานะผู้ค้า กับโรงกลั่น เราอยู่คนละสถานะ ความเสี่ยงของโรงกลั่นมีมากกว่า เพราะตนซื้อมาขายไปวันต่อวัน จึงไม่สามารถตอบแทนโรงกลั่นได้ทั้งหมด แต่ข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่อธิบายให้ฟัง”

 

“จึงฝากผู้ประกอบการกับผู้ใช้น้ำมันให้เข้าใจว่า ไม่มีใครอยากกลั่นแกล้งใคร และโดยเฉพาะผู้ที่ขับรถเข้าไปที่สถานีบริการ เมื่อพนักงานแจ้งว่าน้ำมันหมด ก็มีการไปโวยวาย เชื่อว่าเขาอยากขาย แต่เมื่อน้ำมันหมด จะไปด่าเขา เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะไม่รู้ว่าจะหาน้ำมันที่ไหนมาขาย เพราะฉะนั้นขอให้เห็นใจพนักงานสถานีบริการด้วย หากจะด่า ขอให้มาด่าที่ตนดีกว่า ตนพร้อมรับฟังทุกข้อมูล ทุกคำถาม ทุกคำติและคำชม”

 

ส่วนที่ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันบางแห่งระบุว่า ถูกตัดโควตาน้ำมันลงไปถึง 50% พิพัฒน์ กล่าวว่า นี่คือส่วนที่นายกรัฐมนตรีเชิญทุกฝ่ายมาร่วมประชุมในวันพรุ่งนี้ที่รัฐสภา โดยจะเชิญทุกฝ่ายในซัพพลายเชนพลังงาน ตั้งแต่โรงกลั่น ผู้ประกอบการ ขนส่ง และจ๊อบเบอร์

 

“เพื่อมาแก้ผ้าดูทีละคนว่าใครกักตุนน้ำมัน ใครโกหก พรุ่งนี้จะนำมาเข้าเครื่องจับเท็จทุกคน สิ่งที่โรงกลั่นประกาศว่าน้ำมันมี ไม่ช็อต กระทรวงพลังงานบอกไม่ช็อต ปตท.ก็บอกไม่ช็อต แล้วทำไมน้ำมันที่กลั่นออกมา คลังน้ำมันหรือซัพพลายเออร์จึงไม่ได้รับเหมือนปกติ ซ้ำร้ายการขายส่งก็ไม่มีน้ำมันขาย เพราะฉะนั้นใครเท็จ พรุ่งนี้คงจะได้รู้ ตัวผมเองก็ไม่สบายใจ เพราะเวลาไปรับน้ำมัน ผมไม่ได้มีปั๊มยี่ห้อเดียว มีทั้ง PT และยี่ห้ออื่น เพื่อเปรียบเทียบว่าบริษัทดูแลซัพพลายเออร์หรือแฟรนไชส์อย่างไร”

 

“ยกตัวอย่าง ปั๊มหนึ่งเคยขายวันละ 10,000-15,000 ลิตร แต่วันนี้บางยี่ห้อขายให้เหลือเพียง 4,000-5,000 ลิตร หายไปเป็นหมื่นลิตร แล้วหายไปไหน ในเมื่อบอกว่าโรงกลั่นมีน้ำมัน ไม่ได้ขาด น้ำมันล่องหนได้อย่างไร เพราะฉะนั้นต้องมีคนโกหกอย่างน้อยหนึ่งคน”

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นระบบการขนส่งมีส่วนหรือไม่ พิพัฒน์ กล่าวว่า มีส่วนแต่ไม่ใช่ทั้งหมด สิ่งสำคัญคือหน้าคลังน้ำมันไม่มีน้ำมันจ่าย แสดงว่ามีบางอย่างผิดปกติ อาจเป็นไปได้ว่าโรงกลั่นไม่มีน้ำมันจริง หรือข้อมูลสต๊อกไม่ตรงกัน โดยกระทรวงพลังงานระบุว่ายังมีสต๊อก 101 วัน ขณะที่โรงกลั่นก็ผลิตเต็มกำลัง จึงเกิดคำถามว่า เมื่อน้ำมันออกจากโรงกลั่นแล้วหายไปไหน มีการส่งออกทางเรือหรือไม่ ซึ่งได้สอบถามไปยังกรมธุรกิจพลังงานว่า ได้งดการส่งออกแล้วหรือยัง

 

เมื่อถามถึงข้อเรียกร้องของสหพันธ์การขนส่งทางบกว่า ให้ยุติการจำกัดโควตา มิฉะนั้นจะหยุดเดินรถ พิพัฒน์ยืนยันว่า ภาครัฐไม่เคยจำกัดโควตาการขายน้ำมัน และตั้งคำถามกลับว่า หากมีการจำกัดจริง ใครเป็นผู้จำกัด เพราะน้ำมันที่กลั่นออกมาทุกวันไม่มีที่เก็บ จึงต้องถูกขายออกไป ไม่สามารถกักเก็บได้ในระบบปกติ

 

เมื่อถูกถามถึงข้อกล่าวหาเรื่องไอ้โม่งปั่นราคา พิพัฒน์ระบุว่า ราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับตลาดโลก ประเทศไทยไม่สามารถกำหนดราคาได้เอง พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยผลิตน้ำมันดิบได้เพียงประมาณ 70,000 บาร์เรลต่อวัน

 

เมื่อถามว่าสงสัยหรือไม่ว่าโรงกลั่นกักน้ำมันไว้ พิพัฒน์กล่าวว่า โรงกลั่นไม่มีพื้นที่กักเก็บเพียงพอ และการกักตุนมีความเสี่ยงสูงจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ จึงเชื่อว่าไม่มีใครอยากเสี่ยงกักตุน

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามย้ำว่ามีการส่งออกน้ำมันทางเรือหรือไม่ พิพัฒน์ระบุว่า เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน โดยตั้งข้อสังเกตว่า ช่องทางเดียวที่น้ำมันอาจออกจากระบบได้คือการส่งออกทางเรือ เนื่องจากในประเทศไม่มีพื้นที่เก็บเพียงพอ

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising