วันนี้ (9 มีนาคม) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยกระดับสายงานสอบสวน โดยระบุว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี) ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและพัฒนางานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศส.ตร.) เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนแผนบริหารและพัฒนางานสอบสวนให้ครอบคลุมใน 3 มิติหลัก ได้แก่ ด้านการให้บริการประชาชน ด้านระบบปฏิบัติงาน และด้านบุคลากรและสวัสดิการ
สำหรับความคืบหน้าล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมี อนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้กำหนดตำแหน่งสายงานสืบสวนสอบสวนเป็นตำแหน่งควบ ซึ่งสามารถปรับระดับเพิ่มหรือลดได้ในตัวเอง เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับภารกิจ ตลอดจนความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของเจ้าหน้าที่
พร้อมกันนี้ยังได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นแบบเลื่อนไหลไปจนถึงระดับรองผู้บังคับการ ซึ่งแนวทางดังกล่าวเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และสอดรับกับแผนการบริหารและพัฒนางานระบบสอบสวนด้านบุคลากรอย่างเป็นรูปธรรม
พล.ต.ท.ชัยต์พจน กล่าวเพิ่มเติมว่า การรื้อฟื้นโครงสร้างดังกล่าวถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญกับพนักงานสอบสวนในฐานะฟันเฟืองหลักขององค์กร นอกจากนี้ ก.ตร. ยังได้เห็นชอบแนวทางการปรับเพิ่มเงินเป็นกรณีพิเศษ หรือเงินประจำตำแหน่งให้แก่พนักงานสอบสวน เพื่อให้มีความเหมาะสมกับภาระและปริมาณงานในการทำสำนวนคดีของแต่ละสถานีตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีอาชญากรรมทางออนไลน์ที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ในส่วนของการพัฒนางานด้านระบบปฏิบัติงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เริ่มดำเนินการแก้ไขปรับปรุงระบบเทคโนโลยี การอำนวยการ ตลอดจนปรับปรุงระเบียบและคำสั่งต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้พนักงานสอบสวนสามารถทำสำนวนคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง
สำหรับการดำเนินการในระยะต่อไป ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำคณะทำงานลงพื้นที่เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ตำแหน่งใหม่และการปรับปรุงระบบเทคโนโลยีแก่พนักงานสอบสวนทั่วประเทศ พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงรูปแบบการประเมินให้มีความสมบูรณ์และมีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น
ในขณะที่ด้านการให้บริการประชาชน พล.ต.อ.นิรันดร ได้ผลักดันการพัฒนาแอปพลิเคชัน Police Care ซึ่งเป็นศูนย์รวมการให้บริการประชาชนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในทุกมิติแบบเบ็ดเสร็จ ครอบคลุมทั้งการให้บริการด้านกฎหมายและการเข้าถึงบริการงานสอบสวน ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการจนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้ว
รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวย้ำในช่วงท้ายว่า นายกรัฐมนตรีมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงภาระหน้าที่และความยากลำบากของตำรวจสายงานสอบสวน โดยได้รับเป็นผู้แทนนำเรื่องสวัสดิการและเงินประจำตำแหน่งไปหารือในระดับนโยบายร่วมกับกระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลางด้วยตนเอง พร้อมยืนยันที่จะให้การสนับสนุนการขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ อย่างเต็มกำลัง เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานสอบสวนทั่วประเทศต่อไป


