Luckin Coffee เชนร้านกาแฟรายใหญ่ที่สุดของจีนเมื่อนับจากจำนวนสาขา กำลังพุ่งเป้าท้าชนกับร้านกาแฟระดับไฮเอนด์ของ Starbucks ด้วยการเปิดตัวร้านแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ในเมืองเซินเจิ้นที่เน้นขายเครื่องดื่มระดับพรีเมียมโดยเฉพาะ
การเปิดร้านสาขานี้ถือเป็นการฉีกกรอบกลยุทธ์เดิมของ Luckin Coffee ที่เคยมุ่งเน้นแต่การเปิดร้านกาแฟขนาดเล็กราคาประหยัด ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เคยช่วยให้บริษัทสามารถทำยอดจำนวนสาขาแซงหน้า Starbucks ในจีนมาแล้ว
ในขณะที่บริษัทคู่แข่งจากสหรัฐฯ กำลังเจรจาขายสัดส่วน 60% ของธุรกิจในจีนให้กับบริษัทลงทุนท้องถิ่นอย่าง Boyu Capital โดยยังคงถือหุ้น 40% การขยับตัวครั้งนี้ของ Luckin Coffee จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพวกเขากลับมาได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม หลังจากเคยเผชิญข้อกล่าวหาเรื่องการปลอมแปลงตัวเลขรายได้ในปี 2020 จนถูกถอดออกจากตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq แต่บริษัทก็ยังคงเปิดดำเนินการสาขาส่วนใหญ่ต่อไป และไม่ได้เปลี่ยนชื่อหรือโลโก้แต่อย่างใด
ร้าน Luckin Coffee Origin Flagship แบบสองชั้นนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 8 ก.พ. ที่ผ่านมาในเมืองเซินเจิ้น ซึ่งตั้งอยู่ติดกับฮ่องกง และยังนับเป็นสาขาที่ 30,000 ของแบรนด์อีกด้วย
จากปกติที่เมนูอเมริกาโนหรือลาเต้ของ Luckin จะมีราคาเพียงแค่ 1 ถึง 2 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 31 ถึง 62 บาท) แต่สำหรับร้านแฟลกชิปแห่งนี้ได้มีการขยับราคาให้สูงขึ้นสำหรับเมนูกาแฟดริป (Pour-over) และกาแฟสกัดเย็น (Cold brew)
ลูกค้าสามารถเลือกเมล็ดกาแฟที่ส่งตรงมาจากบราซิล, เอธิโอเปีย หรือมณฑลยูนนานของจีน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Luckin Coffee กำลังหยิบยกจุดขายเรื่อง ‘แหล่งกำเนิด’ ของวัตถุดิบมาใช้ ซึ่งเป็นธีมที่เป็นที่นิยมในหมู่ Starbucks และแบรนด์กาแฟอื่นๆ
หลี่ ฮุย (Li Hui) ประธานของ Luckin Coffee กล่าวในพิธีเปิดว่า “ร้านแห่งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการดื่มกาแฟเท่านั้น มันคือจุดเริ่มต้นของการพาลูกค้าไปสัมผัสรสชาติกาแฟจากทั่วโลก และถือเป็นการยกระดับวิสัยทัศน์ของ Luckin Coffee ไปอีกขั้น”
ผู้ใช้โซเชียลมีเดียของจีนอย่าง Xiaohongshu รายงานว่าร้านแห่งนี้ยังมีเมนูพิเศษอย่าง ‘ทีรามิสุลาเต้’ ที่ท็อปปิ้งด้วยขนมอบด้านบน โดยนับตั้งแต่เปิดทดลองให้บริการ (Soft launch) เมื่อวันที่ 20 มกราคม ลูกค้าต้องรอคิวซื้อเครื่องดื่มนานถึง 1 ถึง 3 ชั่วโมงเลยทีเดียว
ร้านกาแฟขนาด 420 ตารางเมตรแห่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันในตลาดจีนนั้นรุนแรงเพียงใดสำหรับ Starbucks เพราะย้อนกลับไปในปี 2017 ยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ รายนี้เคยเลือกเซี่ยงไฮ้เป็นที่ตั้งสำหรับร้าน Reserve Roastery หรือ ‘เมกะสโตร์’ แห่งที่สองของโลก
แต่เมื่อวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเริ่มเติบโตในประเทศที่ผู้คนนิยมดื่มชาเป็นหลักอย่างจีน Starbucks ก็ต้องเผชิญกับคู่แข่งมากมาย ตั้งแต่คาเฟ่บูติกไปจนถึงเชนร้านกาแฟอย่าง Cotti Coffee และ Manner ซึ่งมักจะขายเครื่องดื่มในราคาถูกกว่า Starbucks ถึงครึ่งหนึ่ง
ความสำเร็จของ Luckin Coffee สะท้อนผ่านรายได้ 1.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.82 หมื่นล้านบาท) ในช่วงสามเดือนซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2025 โดยพุ่งสูงขึ้นเกือบ 48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ในขณะที่ Starbucks มีสาขาในจีนเพียง 8,000 กว่าแห่ง และรายงานรายได้ในจีนที่ 831.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.59 หมื่นล้านบาท) ในช่วงเดียวกัน
ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา จินอี้ กัว (Jinyi Guo) ซีอีโอของ Luckin Coffee ได้ส่งสัญญาณว่าบริษัทมีแผนจะกลับไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ อีกครั้ง แม้จะยังไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ชัดเจนก็ตาม
จุดแข็งที่ทำให้ Luckin Coffee โดดเด่นกว่าใครคือความสามารถในการสร้างฐานลูกค้าอันแข็งแกร่งผ่านแอปพลิเคชันสั่งอาหารบนสมาร์ทโฟน โดยลูกค้าจะเลือกเมนูและจ่ายเงินผ่านแอปฯ โดยตรงแทนที่จะต้องไปยืนสั่งกับพนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์
ฐานลูกค้าหลักของ Luckin Coffee คือคนรุ่นใหม่อายุ 20-35 ปี ทั้งพนักงานออฟฟิศในเมืองใหญ่ นักศึกษา และผู้ดื่มกาแฟหน้าใหม่ในเมืองรอง นอกจากนี้ Luckin Coffee ยังดึงดูดลูกค้าผ่านการคอลแลบที่สร้างกระแสอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกับแบรนด์เหล้าพรีเมียมอย่าง Moutai, ตัวการ์ตูน Minions หรือเกม Black Myth: Wukong ที่เปิดตัวเพียงไม่กี่วันก่อนจะกลายเป็นปรากฏการณ์
การมีสาขาจำนวนมากยังช่วยให้ Luckin สั่งซื้อวัตถุดิบได้ทีละมากๆ ซึ่ง แซนดี้ ลิม (Sandy Lim) ผู้อำนวยการของ S&P Global Ratings มองว่าสิ่งนี้ช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรองและบริหารต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น
บริษัทคอนซัลแทนท์อย่าง Euromonitor International ระบุว่าในปี 2025 ขนาดของตลาดกาแฟในจีนมีมูลค่าสูงเกือบ 1.5 แสนล้านหยวน (ราว 2.16 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 6.72 แสนล้านบาท) ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของบรรดาผู้เล่นในอุตสาหกรรม
นอกจากตลาดจีนแล้ว Luckin Coffee ยังเร่งเครื่องขยายสาขาไปทั่วโลก โดยปัจจุบันมีสาขาในสิงคโปร์ถึง 68 แห่งหลังจากเข้าไปบุกตลาดเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน มีสาขาร่วมทุนในมาเลเซียอีก 45 แห่ง และเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา บริษัทยังได้เปิดตัวสาขาแรกในนิวยอร์กซิตี ก่อนจะขยายเพิ่มเป็นสาขาที่ 10 เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 31.12 บาท ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569
ภาพ: Andrei Iakhniuk / Shutterstock
อ้างอิง:
- https://www.cnbc.com/2026/02/08/chinas-luckin-coffee-opens-its-first-high-end-store.html
- https://www.scmp.com/business/china-business/article/3342941/luckins-30000th-store-milestone-adds-buzz-chinas-brewing-coffee-battle
- https://e.vnexpress.net/news/business/companies/china-s-largest-coffee-chain-luckin-launches-premium-store-to-take-on-starbucks-5039407.html


