ในการแข่งขันที่ร้อนแรงท่ามกลางอากาศที่เย็นยะเยือกของโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ที่มิลาน คอร์ตินา เราได้เห็นฝีไม้ลายมือของเหล่าสุดยอดนักกีฬามากมายหลายคนที่กลายเป็นขวัญใจของแฟนๆ ทั่วโลก
แต่สำหรับโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งนี้ นอกจากเหล่านักกีฬาซูเปอร์สตาร์ของโลกน้ำแข็งแล้ว ได้มีอีกคนปรากฏตัวและกลายเป็นจุดสนใจขึ้นมา
กับภาพของโค้ชคนหนึ่งในโซนที่เรียกว่า ‘Kiss-and cry-box’ (โซนที่นักกีฬาจะนั่งรอลุ้นคะแนน) ที่ตอนแรกใส่เสื้อแจ็กเกตของทีมชาติหนึ่ง แต่ไม่กี่นาทีต่อมาก็เปลี่ยนเสื้อใหม่เป็นอีกตัวของอีกทีมเฉยเลย ที่ทำเอาแฟนกีฬาทั่วโลกถึงกับฉงนระคนฉงายกับคำถามที่ดังรัวๆ เป็น Notification ในสมอง
ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?
แล้วคุณน้าคนนี้เขาคือใครกันนะ?

ย้อนกลับไปในวันศุกร์ที่ผ่านมาในการแข่งขันรายการฟรีสเกตในโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ในขณะที่เหล่านักกีฬาต่างพยายามวาดลวดลายสุดวิจิตรบนฟลอร์น้ำแข็ง ที่ข้างสนามเราได้เห็นภาพของโค้ชคนหนึ่งที่นั่งลุ้นเอาใจช่วยอยู่ในสีเสื้อของทีมชาติจอร์เจีย ซึ่งเป็นแจ็คเก็ตสีขาวแถบแดง
โค้ชคนนั้นกำลังลุ้นไปกับการลงแข่งของ นิกา เอกาดเซ นักกีฬาของจอร์เจีย
แต่แล้วจู่ๆ ก็เปลี่ยนเสื้อแจ็กเกตใหม่เป็นอีกตัว คราวนี้เป็นลายของทีมชาติสหรัฐอเมริกาบ้าง เพื่อเชียร์ มักซิม เนามอฟ ที่ลงแข่งต่อ แต่ก็ยังไม่จบแค่นั้น เพราะหลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเสื้อแจ็กเกตของทีมชาติแคนาดา และทีมชาติฝรั่งเศสต่อ
การเปลี่ยนเสื้อของโค้ชคนนี้ทำให้เกิดเป็นคำถามในโลกโซเชียลขึ้นมาว่าคุณน้าคนนี้เขาคือใครกันนะ ทำไมเขาถึงเปลี่ยนเสื้อไปมาแบบนี้ หรือมันเป็นแค่เรื่องล้อกันเล่นสร้างสีสันในการแข่งขันเฉยๆ?
อย่างแรกเลยคือนี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น คุณน้าคนนี้ชื่อเบอนัวต์ ริโชด์ และแกเป็นโค้ชจริงๆ
อย่างต่อมาคือที่เปลี่ยนเสื้อไปมานั้นไม่ได้เป็นเพราะมีเสื้อหลายตัวหรือเชียร์หลายทีม แต่เป็นเพราะแกเป็นโค้ชที่ฝึกสอนให้กับนักกีฬามากถึง 16 คนจาก 13 ประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปีนี้!
แน่นอนว่าคุณน้าคนนี้ไม่ธรรมดา!

ในวัย 38 ปี ริโชด์ ชาวฝรั่งเศสไม่ได้เป็นเพียงแค่โค้ช (Coach) แต่ยังเป็นผู้ออกแบบการแสดง (Choreographer) ชื่อดังในระดับโลกของการแข่งขันฟิกเกอร์สเกต ที่เราได้เห็นลีลาการแสดงสวยงามของนักกีฬาที่แสนอ่อนช้อยและวิจิตรของนักกีฬาหลายคน มาจากการออกแบบท่าของเขา
ชื่อเสียงของเขาในวงการนี้ถือว่าไม่เป็นสองรองใคร และการที่มีนักกีฬาในระดับโลกถึง 16 คนจาก 13 ชาติมาขอให้เขาช่วยฝึกสอนและออกแบบการแสดงให้ ถือเป็นตราประทับความสามารถที่ชัดเจนอยู่แล้ว และทำให้เขาเป็นที่ต้องการของทีมชาติและนักกีฬาจำนวนมาก
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาริโชด์ เป็นหนึ่งในโค้ชที่งานชุกมากที่สุด และจะใช้เวลาในทุกช่วงฤดูร้อนเช่าศูนย์กีฬา Courmayeur Sport Centre ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี ในการเทรนให้กับนักกีฬาแบบ ‘One-on-one’
ฝึกจนกว่าจะเป๊ะ!
โดยจุดสำคัญคืออย่าลืมว่านักกีฬาแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ไม่ใช่แค่เรื่องความสามารถ แต่ยังมีเรื่องของขีดความสามารถทั้งร่างกายและจิตใจ ไปจนถึงภูมิหลังที่ไม่เหมือนกันเลยแม้แต่คนเดียว ลำพังการดูแลใครสักคนก็เป็นเรื่องที่ยากมากอยู่แล้ว
การที่ริโชด์ดูแลเด็กมากถึง 16 คนที่ลงแข่งทั้งในประเภทเดี่ยวและคู่ เป็นงานที่ไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนทำได้
“โอลิมปิกเป็นเหมือนจอกศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ดังนั้นผมต้องการที่จะมาพร้อมกับความแตกต่าง” ริโชด์ บอกกับ Olympics
“ผมอยากจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับวงการฟิกเกอร์สเก็ต ผมอยากจะนำสิ่งที่ลึกซึ้งและยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นมาให้แก่ผู้ชมทั้งคนที่ติดตามอยู่แล้วและคนที่อาจจะยังไม่ได้ติดตาม ผมอยากเชื่อมโยงการเล่นสเก็ตเข้ากับความเป็นศิลปะ”

โดยที่ริโชด์บอกว่างานของเขาไม่ได้เป็นแค่คนออกแบบการแสดง แต่เขายังเป็นผู้กำกับรวมถึงเป็นคนเขียนบทด้วย หรือพูดง่ายๆ คือเขาเป็น Storytelling นักเล่าเรื่องที่ผ่านนักกีฬาอีกทอดหนึ่ง ที่เขาต้องการให้เล่าเรื่องราวผ่านอารมณ์ ความรู้สึก และจิตวิญญาณ ถ้าทำได้อย่างที่เขาต้องการ การแสดงนั้นจะจับใจผู้คนที่ได้ชมอย่างแน่นอน
เหมือนการแสดงที่กลายเป็นไวรัลอย่างการแสดงชุด ‘Minions’ ของ โตมัส-ลอเรนซ์ กัวริโน ซาบาเต นักกีฬาทีมชาติสเปนที่ได้รับเสียงปรบมืออย่างล้นหลาม ก็มาจากการออกแบบและผลักดันของริโชด์ที่ต้องการให้นักกีฬาของเขาทลายขีดจำกัดของกรอบบางอย่าง
จะแสดงแต่ท่าเดิมๆ เพลงซ้ำๆ ทำไม เมื่อบนฟลอร์นั้นคือพื้นที่สำหรับจินตนาการ
ขอแค่มีใจและความกล้าที่จะแต่งแต้มระบายสีอะไรลงไปก็ได้ ไม่มีคำว่าผิดหรือถูก มีแต่คำว่าสนุก
นักกีฬาเองก็ชื่นชอบที่จะได้ร่วมงานกับริโชด์ ทุกคนมองว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่โค้ชที่ฝึกสอน แต่ยังเป็นที่พึ่งทางใจสำหรับพวกเขาด้วย
การปรากฏตัวที่ข้างสนามของเขา จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำตามหน้าที่ แต่เป็นการมาเพื่อช่วยนักกกีฬาในเชิงของการกระตุ้นจิตวิทยา ทำให้นักกีฬาสงบและมีสมาธิสำหรับการเริงระบำบนฟลอร์น้ำแข็งได้อย่างเต็มที่ตามที่ได้มีการซักซ้อมกันมา
ขณะที่การสอนหลายคนและหลายทีม เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหรือกติกาใดๆ เขาได้รับอนุญาตให้สามารถทำได้
ก็จะคล้ายกับในวงการแบดมินตันที่บางครั้งโค้ชคนเดียวแต่สอนนักกีฬาหลายคน บางครั้งนักกีฬาที่เป็นลูกศิษย์ต้องมาห้ำหั่นกันเองก็มี เพียงแต่โค้ชจะวางตัวเป็นกลางไม่เข้ามาแทรกแซงเพื่อให้การแข่งขันระหว่างทั้งสองเป็นไปอย่างยุติธรรม
ส่วนเรื่องที่ถูกตั้งคำถามถึงการเปลี่ยนเสื้อไปมา จนกล้องจับภาพได้ สำหรับเขาไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโตอะไรเลย มันเป็นสิ่งที่เขาทำมานานและชำนาญ
“มันก็เหมือนกับงานมิลานแฟชั่นวีกนั่นแหละ” ริโชด์พูดถึงความคล่องในการเปลี่ยนชุดของเขา ซึ่งปกติแล้วนางแบบ/นายแบบ ในงานแฟชั่นวีกจะต้องพยายามเปลี่ยนชุดให้เร็วที่สุดเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินแบบบนรันเวย์
“ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น” เขาบอกอย่างพอใจ โดยเคล็ดลับอยู่ที่นักกีฬาจะช่วยเก็บเสื้อผ้าของเขาเอาไว้ให้ หรือบางครั้งเมื่อถึงคิวของทีมไหนก็จะมีตัวแทนของทีมนั้นเอาเสื้อแจ็กเก็ตมาให้เขาสวมด้วย
เพียงแต่สำหรับริโชด์ (ที่จะอยู่ในชุดสีดำเสมอ) แล้ว การเปลี่ยนชุดของเขาไม่ได้หมายถึงแค่เปลี่ยนแค่ชุด แต่เป็นการ ‘ถอด’ ทั้งจิตและวิญญาณสำหรับนักกีฬาและทีมหนึ่งออกใหม่เพื่อนักกีฬาและทีมอีกทีมหนึ่งที่ถึงคิวต้องลงแข่งขันต่อ
โดยที่ไม่มีใครกังขาว่าเขาจะเข้าข้างใครเป็นพิเศษหรือเปล่า
เพราะสำหรับโค้ชมหัศจรรย์คนนี้ ทุกคนรู้ดีว่าเขาเต็มที่จริงจังและจริงใจกับทุกคนและทุกทีมเสมอ
และสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่ชื่อเสียง เงินทอง หรือความสำเร็จ
แต่เป็นความสุขของนักกีฬาและผู้ชมผ่านการแสดงระดับสุดยอดที่ไม่ได้มอบเพียงแค่ความสุขและรอยยิ้ม แต่มอบความทรงจำและประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม
สำหรับครูที่เป็นผู้ให้
ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่และสำคัญไปกว่านี้อีกแล้ว
อ้างอิง
- https://www.olympics.com/en/milano-cortina-2026/news/benoit-richaud-artist-of-the-ice
- https://www.reuters.com/sports/figure-skating-choreographer-richaud-swaps-jackets-personas-guide-diverse-group-2026-02-13/
- https://apnews.com/article/french-coach-figure-skating-5e2536dcf410effb6609eb0b86637922
- https://www.nbcnews.com/sports/figure-skating/winter-olympics-figure-skating-benoit-richaud-milan-cortina-rcna258708?


