×

อนุทินรับไม่สบายใจคะแนน CPI ไทยต่ำ 33 คะแนน อยู่ในเกณฑ์สอบตก สั่งกิโยตินกฎหมาย-ยกเครื่องระบบอนุมัติ

โดย THE STANDARD TEAM
12.02.2026
  • LOADING...
อนุทิน ชาญวีรกูล แถลงผลคะแนน CPI ไทยต่ำ สั่งปฏิรูปกฎหมายและระบบอนุมัติเพื่อปราบปรามการทุจริต

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี และภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมแถลงเรื่องผลคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2568 (Corruption Perceptions Index: CPI 2025) ซึ่งไทยได้ 33 คะแนน อยู่อันดับ 116 จาก 182 ประเทศ

 

อนุทินยอมรับว่า คะแนนอยู่ในเกณฑ์ต่ำหรือสอบตก ซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ตนไม่ได้นิ่งนอนใจและมีความไม่สบายใจ จึงเรียกเลขาธิการ ป.ป.ท. และบวรศักดิ์ มาหารือเพื่อเร่งปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนต่างๆ โดยเฉพาะการกิโยตินกฎหมาย เพื่อปราบปรามการทุจริตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

 

อนุทินกล่าวว่า การทุจริตไม่ได้มีแค่การให้สินบน แต่รวมถึงกระบวนการอนุมัติอนุญาตที่ต้องปฏิรูปเพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน จึงสั่งการให้ ป.ป.ท. ปปง. ก.พ.ร. และ BOI บูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความโปร่งใส หากพบเจ้าหน้าที่ทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวง หรือเลือกปฏิบัติ ต้องดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด โดยหวังว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากที่จะช่วยสนับสนุนการแก้กฎหมายในสภา เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบสัมมาชีพสุจริต

 

ในด้านเศรษฐกิจและการสร้างความเชื่อมั่น อนุทินระบุว่า รัฐบาลได้เร่งรักษาวินัยทางการเงินการคลัง โดยชำระหนี้ ธ.ก.ส. เพื่อไม่ให้ถูกลดเครดิตเรตติ้ง และเดินหน้าสมัครสมาชิก OECD เพื่อยกระดับมาตรฐานประเทศ พร้อมย้ำว่าแม้จะเป็นช่วงรัฐบาลรักษาการ แต่เรื่อง CPI เป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องวางรากฐานส่งมอบให้รัฐบาลชุดต่อไปสานต่อ ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล การปราบโกงต้องเป็นนโยบายเร่งด่วน โดยจะตั้งคณะทำงานติดตามผลที่มีบุคคลอาวุโสน่าเชื่อถือเข้ามากำกับดูแล

 

นายกรัฐมนตรียังเปรียบเทียบว่า รัฐบาลต้องประกาศตัวเป็นศัตรู กับการทุจริตคอร์รัปชัน เช่นเดียวกับที่เป็นศัตรูกับยาเสพติดและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเน้นย้ำเรื่องการใช้ดุลยพินิจของข้าราชการที่ต้องไม่เลือกปฏิบัติจากความรู้สึกส่วนตัว หากจำเป็นเร่งด่วน รัฐบาลพร้อมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) หรือแก้ระเบียบให้รวดเร็วเพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม

 

ด้าน เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวเสริมว่า ปัญหาหลักที่ได้รับเสียงสะท้อนจากนักลงทุนต่างชาติคือเรื่องการอนุมัติและอนุญาต ซึ่งต้องเร่งแก้ไขให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบ แม้คะแนนภาพรวมจะลดลง แต่ในรายละเอียดบางด้านมีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งถือว่ามาถูกทางแล้ว และต้องพยายามไม่ให้เรื่องเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ

 

ขณะที่ บวรศักดิ์ กล่าวว่า นายกฯ เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มาก โดยวางแนวทาง 5 ข้อหากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำรัฐบาล คือ 1. กิโยตินกฎหมาย (ทบทวน ยกเลิก หรือปรับปรุงกฎหมาย) ลดระเบียบที่สร้างภาระ เพื่อตัดวงจรการวิ่งเต้นเจ้าหน้าที่ 2. ลดขั้นตอนการทำงาน 3. ใช้เทคโนโลยีอนุมัติผ่านอินเทอร์เน็ต 4. เปิดเผยข้อมูลภาครัฐ และ 5. คุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและตรวจสอบทันที

 

บวรศักดิ์ยังตั้งข้อสังเกตถึงระบบราชการว่า หน่วยงานต่างๆ มักดูทางลม ช่วงยุบสภาเงียบหายไป แต่พอทราบว่าอนุทินอาจได้กลับมา ก็รีบติดต่อส่งโครงการกันเข้ามา ซึ่งรัฐบาลได้พิสูจน์ความจริงใจด้วยการสมัครเข้า OECD เพื่อให้สากลตรวจสอบได้

 

บวรศักดิ์ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า การทำให้คอร์รัปชันหมดไปทันทีคงยาก แต่เป้าหมายคือต้องทำให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อให้นักลงทุนและองค์กรความโปร่งใสนานาชาติรับรู้ว่ารัฐบาลนี้เอาจริง และหวังว่าหากรัฐบาลหน้าอยู่ครบ 4 ปี จะเห็นความก้าวหน้าในเรื่องนี้อย่างชัดเจน

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising