Bad Bunny ศิลปินเชื้อสายเปอร์โตริกันวัย 31 ปี ที่กำลังมาแรงสุดๆ ณ ขณะนี้ ด้วยความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของอัลบั้ม DeBí TiRAR MáS FOToS ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนมกราคม 2025 ได้ส่งผลให้เขากลายเป็นศิลปินที่ได้รับเลือกให้แสดงเวที Super Bowl Halftime Show ปี 2026 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ศิลปินจะแสดงโดยใช้ภาษาสเปนเป็นหลัก และเขายังเพิ่งได้รับรางวัลแกรมมี่ถึง 3 สาขา รวมไปถึง Album of the Year
ก่อนถึงวันงาน Super Bowl ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ Bad Bunny ได้ออกมาอัปเดตถึงการเตรียมโชว์สุดยิ่งใหญ่ที่งานแถลงข่าว โดยเขาเปิดใจว่า “พูดตามตรงผมไม่รู้ว่าผมรู้สึกอย่างไรเลย ผมยังอยู่ระหว่างการทัวร์ ผมเพิ่งไปงาน Grammy Awards เมื่อสัปดาห์ก่อน และตอนนี้ก็กำลังทำงานสำหรับโชว์นี้อยู่ แน่นอนว่าผมรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมาก ผมรู้สึกแบบนั้นมาตลอดทั้งปีกับอัลบั้ม DeBí TiRAR MáS FOToS ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือความขอบคุณนี่เอง”
“ผมตื่นนอน ออกกำลังกาย ดื่มกาแฟ พยายามไม่นึกถึงมันมาก ผมอยากมองว่ามันเป็นแค่ 13 นาทีของการทำสิ่งที่ผมรัก ผมรู้ว่าผมจะต้องสนุก และทุกคนก็จะต้องรู้สึกสนุกด้วย ผมพยายามไม่สร้างความกดดันให้ตัวเอง” Bad Bunny กล่าว
Bad Bunny เผยด้วยว่าโชว์ของเขาจะเป็นเหมือนกับ “ปาร์ตี้ขนาดยักษ์” ที่สะท้อนถึงกลิ่นอายวัฒนธรรมบ้านเกิดของเขา โดยมีแขกรับเชิญสุดเซอร์ไพรส์ แต่ถึงอย่างนั้นผู้ชมก็ไม่ต้องเรียนภาษาสเปนเพื่อที่จะสนุกไปกับการแสดงแต่อย่างใด แค่พร้อมที่จะเต้นไปด้วยกันก็เพียงพอ เขาพูดถึงสิ่งที่ได้รับจากการทำอัลบั้ม DeBí TiRAR MáS FOToS ด้วยว่า
“อัลบั้มนั้นสอนผมหลายอย่าง ผมคิดว่ามันเป็นโปรเจกต์ที่พิเศษที่สุดที่ได้ทำมา เพราะมันทำให้ผมมาถึงจุดนี้ได้ ตอนนั้นผมไม่ได้คิดว่าจะทำเพื่อคว้ารางวัล Grammys หรือ Latin Grammys เลย ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้แสดงงาน Super Bowl Halftime Show แต่ผมแค่ต้องการเชื่อมถึงรากเหง้าของตัวเอง และคนของผมมากกว่าที่เคยเป็นมา ทั้งเชื่อมถึงตัวเอง ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของผมด้วย ผมทำอัลบั้มออกมาอย่างซื่อตรงที่สุด
“โอกาสในการที่จะได้ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดที่ผมใส่ลงไปในอัลบั้มนี้บนเวทีที่ใหญ่ที่สุดในโลกเวทีหนึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อน เราต้องภูมิใจในสิ่งที่เราเป็นและรู้สึกสบายใจกับการเป็นตัวเองเสมอ และอย่าปล่อยให้มันมาเป็นสิ่งจำกัดของตัวเอง ผมรู้ว่าผมมาจากไหน และผมรู้ด้วยว่าผมสามารถไปถึงจุดไหนได้บ้าง”
ภาพ: Brontë Wittpenn/San Francisco Chronicle via Getty Images


