×

การท่องเที่ยวภูเก็ตบนทางแยก ความเร่งด่วนสู่เกาะที่ปลอดภัยและมีธรรมาภิบาล

05.02.2026
  • LOADING...
ทัศนียภาพของชายหาดและทะเลในภูเก็ต สะท้อนถึงศักยภาพการท่องเที่ยวของเกาะ

เสียงจากคนท้องถิ่นบนเกาะภูเก็ต ทั้งจากภาคธุรกิจและชุมชน สะท้อนความต้องการร่วมกันในการยกระดับภูเก็ตให้เป็น ‘เกาะคุณภาพ’ ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและธรรมาภิบาล เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ รวมถึงธุรกิจท่องเที่ยวระดับ high-end โดยมุ่งเน้นคุณค่าและมาตรฐานมากกว่าการเติบโตเชิงปริมาณ

 

ความหวังของหลายภาคส่วนที่อยากเห็นภูเก็ตเป็น ‘เกาะแห่งความสุขสำหรับทุกคน’ (Happiness Island for All) ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงธีมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยือนมากขึ้นเท่านั้น หากแต่คือภาพอนาคตของภูเก็ตที่ตั้งอยู่บนรากฐานของการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ – ที่ความสำเร็จทางเศรษฐกิจและผลประโยชน์ทางธุรกิจต้องเดินควบคู่ไปกับความสุขของชุมชน ความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน และสังคมที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน

 

แต่ความฝันนี้จะเป็นจริงได้ต้องการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลกลาง ธุรกิจ และชุมชน ผ่านการบริหารจัดการที่ดีขึ้น มีกฎหมายและกติกาที่เข้มงวด มีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูง และมีการปรับใช้กฎหมายและปราบปรามคนทำผิดอย่างจริงจัง

 

ทุกๆ ปี เกาะภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 10 ล้านคน และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่า 400 ล้านบาทต่อปี โดยมีโรงแรมที่จดทะเบียนกว่า 1,500 แห่ง และห้องพักรวมกว่า 100,000 ห้อง (ข้อมูลปี พ.ศ. 2567–2568) ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนศักยภาพทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และโอกาสในการพัฒนาที่ยังเปิดกว้างอีกมาก

 

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ภูเก็ตเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวริมทะเลอันดามันที่มีชื่อเสียงที่สุดในเอเชียและในโลก ด้วยเสน่ห์ของน้ำทะเลสีฟ้าใส สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน วัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวา และความเป็นมิตรของผู้คนในพื้นที่ บทบาทของภูเก็ตจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ หากยังเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สร้างรายได้ สร้างงาน และต่อยอดโอกาสการพัฒนาไปยังพื้นที่ภาคใต้โดยรอบอย่างต่อเนื่อง

 

ปัจจุบัน รายได้หลักของเกาะภูเก็ตยังคงพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นสัดส่วนสูงถึงประมาณ ร้อยละ 95 และสร้างรายได้ให้ประเทศมากกว่า 400,000 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตาม แม้การท่องเที่ยวจะยังเป็นหนึ่งในเสาหลักของ GDP ไทย แต่บทเรียนหลังวิกฤติโควิด-19 ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของโครงสร้างเศรษฐกิจไทย และการเปลี่ยนแปลงโมเดลของธุรกิจท่องเที่ยวที่แข่งขันมากขึ้นและจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของไทยโดยตรง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้จำเป็นต้องกลับมาทบทวนทิศทางและรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยวของไทยในภาพรวม และในเวลาเดียวกัน เกาะภูเก็ตก็คงถึงเวลาที่ต้องหันกลับมาพิจารณาโครงสร้าง จุดแข็ง และจุดอ่อนของตนเองอย่างจริงจัง เพื่อวางรากฐานการเติบโตที่มั่นคง ยืดหยุ่น และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

 

ธุรกิจนอกระบบกัดกร่อนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและโอกาสการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

 

แม้โอกาสในการยกระดับภูเก็ตสู่การเป็น ‘เกาะคุณภาพ’ จะดูไม่ไกลเกินเอื้อม แต่ในทางปฏิบัติ ภูเก็ตยังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างที่คล้ายคลึงกับประเทศไทยในภาพรวม ทั้งในด้านธรรมาภิบาล กฎหมายที่อ่อนแอ ระบบธุรกิจที่ยังขาดความสมดุล และระดับความโปร่งใสที่ยังต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ช่องว่างเหล่านี้เปิดพื้นที่ให้ธุรกิจนอกระบบจำนวนไม่น้อยดำเนินกิจการโดยอยู่นอกกรอบการกำกับดูแล

 

ผลกระทบไม่ได้สะท้อนเพียงในเชิงภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยว หากยังเชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ตั้งแต่ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะ น้ำเสีย มลภาวะทางอากาศและเสียง ไปจนถึงความรู้สึกไม่เท่าเทียมในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น ข้อมูลจากสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ตระบุว่า ยังมีที่พักและโรงแรมที่ไม่ได้รับอนุญาตจำนวนมาก ขณะที่สถานประกอบการบางประเภท เช่น ร้านอาหาร ผับ บาร์ และสถานบริการบางส่วน ยังคงอยู่นอกระบบการควบคุม ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อรายได้ของรัฐ หากยังสร้างภาระต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นี่ยังไม่นับรวมธุรกิจผิดกฎหมาย ยาเสพติด การลักลอบสินค้าผิดกฎหมายต่างๆ ซึ่งทำลายภาพลักษณ์และโอกาสดีๆ ของเกาะแห่งนี้

 

ในภาพรวม ปัญหาเศรษฐกิจนอกระบบที่มีสัดส่วนค่อนข้างสูงในประเทศไทย ส่งผลให้การจัดเก็บรายได้ของรัฐและการวางนโยบายการคลังเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะต่อผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs ที่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการแข่งขัน การจัดระเบียบธุรกิจท่องเที่ยว การนำกิจการเข้าสู่ระบบ และการสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีคุณภาพอย่างเป็นธรรม จึงเป็นก้าวสำคัญที่ภูเก็ตควรให้ความสำคัญ หากต้องการวางรากฐานการพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

 

แล้วคำถามสำคัญคือ…?

 

ภูเก็ตควรเดินต่อไปอย่างไร ท่ามกลางโจทย์ความท้าทายเหล่านี้ คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวหรือการเร่งสร้างเม็ดเงินและการเติบโตในระยะสั้น หากแต่อยู่ที่การวางรากฐานของการเป็นเกาะที่มีคุณภาพ อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย การบริหารจัดการเมืองและสิ่งแวดล้อม กำจัดคอร์รัปชันและเรื่องผิดกฎหมาย ไปจนถึงการสร้างกติกาที่ชัดเจน เป็นธรรม และบังคับใช้ได้จริงกับทุกฝ่าย

 

ความปลอดภัย ความเชื่อมั่น และการแข่งขันที่เป็นธรรม

 

ท่ามกลางการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่ทวีความเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของภูเก็ตจึงไม่อาจพึ่งพาเพียงความงดงามของทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งหากขาดการดูแลร่วมกันก็ยากจะคงอยู่ได้อย่างยั่งยืน สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่อภูเก็ตในฐานะจุดหมายปลายทาง

 

ความเชื่อมั่นดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่มาตรฐานความปลอดภัยที่สูง บริการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ ไปจนถึงระบบคุ้มครองผู้บริโภคที่เข้มแข็ง โปร่งใส และปราศจากการเอารัดเอาเปรียบ การรักษาความเชื่อมั่นนี้ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ชื่อเสียงของภูเก็ตคือ สินทรัพย์ร่วม ที่หากถูกบั่นทอนเพียงครั้งเดียว อาจต้องใช้เวลายาวนานในการฟื้นฟูกลับคืนมา

 

รักษ์ธรรมชาติ กระจายรายได้ และดูแลคุณภาพชีวิตชุมชน

 

การเติบโตของการท่องเที่ยวจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการรักษาชายหาด ความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล และทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นหัวใจของภูเก็ต ขณะเดียวกัน การบริหารจัดการชุมชนที่ดี ตั้งแต่โอกาสในการทำมาหากิน คุณภาพชีวิตของผู้คน ไปจนถึงการจัดการขยะ น้ำเสีย และการควบคุมมลภาวะทางเสียง—ล้วนเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน การเคารพธรรมชาติและชุมชนจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

 

โครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมขนส่ง ทั้งสนามบินและระบบขนส่งสาธารณะ มีบทบาทสำคัญในการรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยว แต่การพัฒนาเหล่านี้จำเป็นต้องดำเนินไปอย่างโปร่งใส เข้าถึงได้ และมีค่าใช้จ่ายที่เป็นธรรม ควบคู่กับการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวกลับสู่ชุมชนอย่างแท้จริง สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจขนาดเล็ก ไม่ให้ผลประโยชน์กระจุกตัวอยู่เพียงกลุ่มทุนขนาดใหญ่หรือกลไกอำนาจใดอำนาจหนึ่งเท่านั้น

 

เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกันอย่างสมดุล ภูเก็ตจึงจะสามารถเป็นทั้งจุดหมายปลายทางที่น่าเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยว และเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่สำหรับคนท้องถิ่นได้ในเวลาเดียวกัน

 

เพราะการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ต้องเริ่มจากการยกระดับภูเก็ตให้เป็น ‘เกาะคุณภาพ’ อย่างเป็นระบบ ก้าวแรกคือการจัดการกับปัญหาเรื้อรังที่สะสมมายาวนาน ตั้งแต่การแก้ไขและปราบปรามธุรกิจนอกระบบ การสร้างระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไปจนถึงการวางรากฐานที่เปิดโอกาสให้คนภูเก็ตสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีบนเกาะของตนเอง

 

ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่การเลือกตั้งและการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง หลายนโยบายที่ถูกหยิบยกขึ้นมาล้วนพูดถึงการปราบปรามทุนเทา การต่อต้านคอร์รัปชัน และการส่งเสริม ‘ธรรมาภิบาล’ ในการบริหารประเทศ นี่อาจเป็นอีกหนึ่งจังหวะสำคัญที่ความหวังในการเปลี่ยนแปลงของภูเก็ตจะถูกผลักดันอย่างจริงจัง ผ่านการยกระดับการบริหารจัดการที่โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ เพื่อให้เกาะแห่งนี้ก้าวไปสู่การเป็น ‘เกาะคุณภาพ’ ที่ปลอดภัย มีธรรมาภิบาล และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก พร้อมทำให้การท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

 

ภาพ: Pierrick Lemaret/Getty Images

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising