×

เปิดสถิติย้อนหลัง 15 ปี พบความสามารถทำกำไร SME ไทย ‘ถดถอย’ ทุกกลุ่มธุรกิจ Krungthai COMPASS ชี้ไทยต้องการ ‘ผ่าตัดใหญ่’

03.02.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟแสดงแนวโน้มความสามารถในการทำกำไรของ SME ไทย ที่ Krungthai COMPASS รายงานว่าถดถอยลง

เปิดตัวเลขย้อนหลัง 15 ปี พบว่า ความสามารถทำกำไร SME ไทยพบว่า ‘ถดถอย’ ทุกกลุ่มธุรกิจ เหตุหนี้สูงสะสม ขาดสภาพคล่อง และ Margin ต่ำ Krungthai COMPASS ชี้มาตรการช่วยเหลือสภาพคล่องและปรับโครงสร้างหนี้จึง ‘จำเป็น’ แต่ ‘ไม่เพียงพอ’ ดังนั้น SME ไทย ต้องการ ‘ผ่าตัดใหญ่’ เพื่อเพิ่มความสามารถทำกำไรที่ยั่งยืน

 

วันนี้ (3 กุมภาพันธ์) ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist เปิดเผยว่า Krungthai COMPASS ได้สำรวจ SME ไทยโดยใช้ข้อมูลความสามารถในการทำกำไร (Return on Assets: ROA) ย้อนหลัง 15 ปี จาก SME จำนวน 160,232 ราย ใน 6 อุตสาหกรรมเป้าหมายตั้งต้น (Priority Sectors) ภายใต้โครงการ Reinvent Thailand พบว่า SMEs ไทยกำลังเผชิญกับภาวะติดหล่ม สะท้อนจากความสามารถในการทำกำไรที่ถดถอยลง ในช่วงปี 2553-2567 และยังเผชิญกับภาวะเลื่อนสถานะทางธุรกิจ (move up the ladder) ได้ยาก

 

“ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา (2553-2567) SMEs ไทยเผชิญภาวะติดหล่ม เห็นได้จากความสามารถในการทำกำไรที่ถดถอยลงต่อเนื่องในเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ และยังไม่ฟื้น แม้ช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนักจะผ่านไปแล้ว สะท้อนปรากฏการณ์ที่ ‘ความสามารถในการแข่งขันถูกกัดกร่อน’ (Competitiveness Erosion)”

 

ภาพกราฟแสดงแนวโน้มความสามารถในการทำกำไรของ SME ไทย ที่ Krungthai COMPASS รายงานว่าถดถอยลง 1

 

ทั้งนี้ 6 อุตสาหกรรมเป้าหมายตามแนวทาง Reinvent Thailand ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) การค้าปลีกและการค้า (Retail & Trading) การท่องเที่ยว (Tourism) การแพทย์และสุขภาพ (Medical & Wellness) ยานยนต์ (Automotive) และเกษตรและการแปรรูปอาหาร (Agri & Food Processing)

 

การวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว เป็นการวิเคราะห์งบการเงิน โดยใช้อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (Return on Assets: ROA) เป็นตัวชี้วัดความสามารถในการทำกำไร เนื่องจาก ROA สะท้อนว่า บริษัทสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่สร้างผลตอบแทนได้ดีเพียงใด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของความยั่งยืนทางธุรกิจ

 

SME ไทยเจอปัญหาร่วม ‘หนี้สูงสะสม’ ‘ขาดสภาพคล่อง’ และ ‘Margin ต่ำ’

 

การศึกษาของ Krungthai COMPASS ยังแบ่ง SME เป็น 2 กลุ่ม โดยเปรียบเทียบผ่านลักษณะทางการเงินของ ได้แก่ กลุ่มที่ต้องพลิกฟื้น และ กลุ่มผลประกอบการดี โดยพบว่า SMEs ที่ต้องการพลิกฟื้นมีปัญหาร่วม 3 ข้อ ได้แก่ ‘หนี้สูงสะสม’ ‘ขาดสภาพคล่อง’ และ ‘Margin ต่ำ’

 

โดยการวิเคราะห์ยังพบว่า เบื้องหลังการถดถอยของ SMEs ไม่ได้เป็นเพราะขาดความพยายาม แต่เพราะธุรกิจติดอยู่ใน ‘วงจรหนี้’ เนื่องจาก แม้ผู้ประกอบการจะพยายามแข่งขันด้านราคาและบริหารจัดการต้นทุนแล้ว แต่รายได้ยังไม่พอรายจ่าย ทำให้ขาดสภาพคล่องและก่อหนี้สะสมจนอัตราส่วนหนี้ต่อทุนสูงกว่ากลุ่มที่ผลประกอบการดีถึง 3-5 เท่า

 

นอกจากนี้ Krungthai COMPASS ยังพบว่า จุดอ่อนสำคัญของธุรกิจ SMEs คือปัญหา Gross Margin ต่ำกว่ากลุ่มที่ผลประกอบการดีประมาณ 4-10% สะท้อนการขายปริมาณมากแต่กำไรต่ำ ไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจมีกำไรที่ยั่งยืน

 

บริษัทไทยกว่า ‘ครึ่งหนึ่ง’ อยู่ในภาวะที่แย่ลงจาก 15 ปีก่อน

 

Krungthai COMPASS ระบุต่อว่า ภาพรวมการ ‘ตกชั้น’ ของบริษัทไทยเกิดขึ้นในทุกภาคธุรกิจ โดยบริษัทกว่า ‘ครึ่งหนึ่ง’ อยู่ในภาวะที่แย่ลงจาก 15 ปีก่อน โดยกลุ่ม Excellent และ Good ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กลุ่ม Weak และ Distress ก็ขยายตัวขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ความเร็วและรูปแบบของ ‘การตกชั้น’ แตกต่างกันในแต่ละภาค

 

สะท้อนว่า นี่ไม่ใช่ปัญหาของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของปรากฏการณ์ Competitiveness Erosion หรือความเปราะบางของความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทย

 

เปิดทางรอด SME ไทย ต้อง ‘ผ่าตัดใหญ่’ เพื่อเพิ่มความสามารถทำกำไรที่ยั่งยืน

 

Krungthai COMPASS กล่าวต่อว่า เพื่อฟื้นฟูสุขภาพทางการเงินของ SME มาตรการช่วยเหลือสภาพคล่องและปรับโครงสร้างหนี้จึง ‘จำเป็น’ แต่ ‘ไม่เพียงพอ’

 

ดังนั้น SMEs จึงต้อง ‘ผ่าตัดใหญ่’ ด้วยการปรับโมเดลธุรกิจมุ่งสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มหรือเจาะตลาดเฉพาะทาง ผ่านการลงทุนเพื่อยกระดับศักยภาพ เพิ่มรายได้ และกำไรให้กับธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมปรับตัวสอดรับบริบทโลกใหม่

 

โดยในปัจจุบัน SMEs สามารถใช้ประโยชน์จากมาตรการต่างๆ ภายใต้ Reinvent Thailand อาทิ โครงการ SMEs Credit Boost รวมถึงโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ที่มุ่งสนับสนุนการลงทุน

 

นอกจากนี้ ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคส่วนอื่นๆ และผนวกกับการใช้ประโยชน์จากพลังของเทคโนโลยีและข้อมูลอย่างเต็มขั้น อาทิ แนวคิด ‘พี่ช่วยน้อง’ ที่รายใหญ่ช่วยเหลือ SMEs ใน Supply chain

 

รวมถึงการเข้าสู่ระบบ PromptBiz ที่ต่อยอดสู่ Supply chain financing เพิ่มโอกาส SMEs เข้าถึงสภาพคล่องและเงินทุน

 

ทั้งนี้ การผ่าตัดใหญ่ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด ที่จะช่วยให้ธุรกิจก้าวข้ามกับดักหนี้ กลับมาเติบโตและสร้างกำไรอย่างยั่งยืน เป็นกระดูกสันหลังที่แข็งแรงของระบบเศรษฐกิจไทยต่อไป

 

คาด GDP ไทยปี 2569 โต 1.8%

 

Krungthai COMPASS ยังประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวที่ 1.8% นับเป็นการชะลอจากปีก่อนหน้า โดยจะเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีที่ GDP โตต่ำกว่า 2.0% หากไม่รวมช่วงวิกฤต เนื่องจากมองว่า ภาคการส่งออกของไทยมีแนวโน้มหดตัวลง จากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ขณะที่การท่องเที่ยวคาดว่า ฟื้นตัวช้าจากการสูญเสียตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชีย

 

ดร.ฉมาดนัย มากนวล ผู้อำนวยการฝ่าย ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวต่อว่า เศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างที่รุนแรง สะท้อนมาจาก ประมาณการ GDP ไทยในปี 2569 ที่จะขยายตัวน้อยกว่า 2% ต่ำสุดในรอบ 3 ทศวรรษ (หากไม่รวมช่วงวิกฤต) โดยเมื่อเทียบกับภูมิภาคแล้ว ไทยยังฟื้นตัวรั้งท้ายกลุ่ม ASEAN-6 (ได้แก่ สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย)

 

โดยจะเห็นว่า เพื่อนบ้านฟื้นตัวแซงหน้าระดับก่อนโควิดไปไกล ทำให้ช่องว่างการเติบโตขยายกว้างขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายว่าไทยกำลังสูญเสียความสามารถเชิงแข่งขันในระยะยาว

 

ดร.ฉมาดนัย ระบุต่อว่า แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่แผ่วลงยังกระทบต่อ

 

กำลังซื้อ สะท้อนจากสภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ ปัจจัยหลักจากภาระหนี้ครัวเรือนในระดับสูง รวมทั้งเศรษฐกิจอ่อนแอลงส่งผลให้ภาคครัวเรือน

 

ระมัดระวังการใช้จ่าย

 

ดังนั้น อัตราเงินเฟ้อของไทยจึงมีแนวโน้มต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย ซึ่งจะเอื้อต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับความผันผวนระยะข้างหน้า

 

โดย Krungthai COMPASS คาดว่า ในปีนี้ กนง. อาจปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงได้อีก 1 ครั้ง จากระดับปัจจุบันที่ 1.25% ไปสู่ระดับ 1% ในช่วงไตรมาสที่ 2

 

ดร.ฉมาดนัย กล่าวว่า “หากกนง.จะปรับลดดอกเบี้ยลงคงจะดูปัจจัยการส่งออกก่อนว่าแผ่วลงหรือไม่ รวมถึงความชัดเจนเรื่องศาลสูงสหรัฐฯ จะตัดสินภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ รวมถึงสถานการณ์ความล่าช้าของงบประมาณ เพราะฉะนั้นปรากฏการณ์ต่างๆ จะเกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งพูดง่ายๆ ว่า จะอยู่ในประมาณช่วงไตรมาสที่ 2”

 

ภาพกราฟแสดงแนวโน้มความสามารถในการทำกำไรของ SME ไทย ที่ Krungthai COMPASS รายงานว่าถดถอยลง 2

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising