จากจุดเริ่มต้นของแบรนด์ไทยโลคัลที่ค่อยๆ เติบโตมานานกว่า 8 ปี วันนี้ ‘JOURNAL’ แบรนด์น้ำหอมและบอดี้ออยล์สัญชาติไทย ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพในการยกระดับสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดพรีเมียมได้แม้จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและกำลังซื้อที่จำกัด แต่ธุรกิจกลับสวนกระแสด้วยการตั้งราคาสินค้าระดับหลักพันที่ผู้บริโภคยังยินดีควักกระเป๋าจ่าย
THE STANDARD WEALTH ได้ร่วมวงสัมภาษณ์ ‘จักรชลัช เกษจำรัส’ ผู้บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ ถึงเบื้องหลังการปั้นอาณาจักรสินค้าความงามให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
จักรชลัชเริ่มเล่าว่า ท่ามกลางสงครามตลาดผลิตภัณฑ์ความงามและไลฟ์สไตล์ที่แข่งกันดุเดือด ทั้งจากแบรนด์ใหญ่ที่โหมลอนช์สินค้าใหม่และแบรนด์เล็กที่เร่งสร้างตัวตนในตลาด แต่สำหรับ JOURNAL เลือกที่จะไม่กังวลกับคู่แข่ง แต่หันมาโฟกัสที่การแก้ Pain Point ของผู้บริโภคในตลาดเป็นหลัก
แม้จุดเริ่มต้นของ Journal จะเริ่มมาในฐานะแบรนด์น้ำหอม ซึ่งเน้นกลยุทธ์ความทนของกลิ่นและทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อกระตุ้นการซื้อซ้ำ แต่ปัจจุบันสินค้าบอดี้ออยล์ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นสินค้าฮีโร่โปรดักต์อย่างเต็มตัว สะท้อนจากปีที่ผ่านมาบอดี้ออยล์ ขึ้นแท่นเป็นกลุ่มสินค้าที่มียอดขายสูงสุด แซงหน้าน้ำหอมอย่างเห็นได้ชัด
ถามว่าบริษัทเลือกใช้กลยุทธ์ด้านไหน ที่ทำให้บอดี้ออยล์ ได้รับการตอบรับในตลาด ‘จักรชลัช’ กล่าวว่า ก่อนหน้าที่เข้ามาในตลาดบอดี้ออยล์ บริษัทได้ศึกษาตลาด พบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะมองว่าผลิตภัณฑ์อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับบอดี้ออยล์ จะมีความเหนียวเหนอะหนะ ใช้ยาก และไม่เหมาะกับการใช้งานในอากาศร้อน
ปัจจัยดังกล่าว ทำให้ JOURNAL เลือกแก้ Pain Point ด้วยการพัฒนาสูตรให้เป็น Dry Oil ที่ซึมเร็วไม่ทิ้งความมันบนผิว พร้อมทุ่มงบการตลาด 50 ล้านบาท ด้วยการ ดึงพีพี–กฤษฏ์ อำนวยเดชกร ขึ้นมาเป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์ในปีที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากวางขายก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนทำให้ บอดี้ออยล์สร้างยอดขายเติบโตขึ้น และในปีที่ผ่านมา เฉพาะช่องทางออนไลน์เพียงอย่างเดียว สามารถสร้างยอดขายเติบโตถึง 136% และยังมีฐานลูกค้า Gen Z, Young Millennials และต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ก้าวต่อไปของ JOURNAL จะไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่คือการสร้าง Global Brand ผ่านการใช้พรีเซนเตอร์ระดับโลกเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้บริโภคและพันธมิตรธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าหรือแบรนด์ที่พร้อมจะคอลแลบกันในอนาคต
สำหรับแผนธุรกิจในระยะยาว JOURNAL ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโปรดักส์ใหม่ๆ พร้อมตั้งเป้าว่าจะใช้เวลาอีก 3-4 ปี สร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดในประเทศ ก่อนจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (IPO) เพื่อระดมทุนขยายอาณาจักรธุรกิจสู่ตลาดเอเชีย ทั้งสิงคโปร์, มาเลเซีย, ฮ่องกง, ไต้หวัน และจีน ซึ่งปัจจุบันกลุ่มลูกค้าจีนถือเป็นลูกค้าหลักแม้แบรนด์จะยังไม่มีหน้าร้านในต่างประเทศก็ตาม
อย่างไรก็ตาม การ IPO ไม่ใช่จุดหมายสุดท้าย หากในอนาคตมีพาร์ตเนอร์ที่เคมีตรงกันเข้ามาก็พร้อมเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ซึ่งหากจะทำงานร่วมกันก็มีเงื่อนไขที่ต้องทำ คือต้องรักษาอัตลักษณ์ของความเป็นแบรนด์ไทย และควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานในทุกมิติ
ทั้งนี้ ปัจจุบัน JOURNAL มีร้านค้าของตนเอง 21 สาขา และตั้งเป้าขยายเป็น 25 สาขาในปีนี้ โดยมีสมาชิกในระบบกว่า 37,000 ราย และในปี 2569 นี้ บริษัทยังได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 300 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบหลังบ้าน ทั้ง CRM, SOP และระบบบัญชี เพื่อยกระดับองค์กรสู่มาตรฐานของบริษัทขนาดใหญ่
ขณะที่ผลประกอบการในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัท ปิดยอดขายที่ 575 ล้านบาท ทะลุเป้าหมายที่วางไว้อยู่ที่ 500 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้มาจากบอดี้ออยล์ 65%, น้ำหอม 20%, ที่เหลือเป็น Home Fragrance และสินค้าไลฟ์สไตล์ ส่วนเป้าหมายปี 2569 ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 800–875 ล้านบาท เติบโต 52% และหวังแตะ 1,000 ล้านบาท ภายใน 1-2 ปี หากฮีโร่โปรดักต์ตัวใหม่เป็นไปตามแผน
จักรชลัช ทิ้งท้ายว่า แม้ตลาดจะท้าทาย ทั้งการแข่งด้านราคาและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ แต่เชื่อว่าการมีพอร์ตสินค้าที่แข็งแรงทั้ง Body, Perfume และ Home Fragrance จะเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจได้อย่างยั่งยืน


