สหรัฐฯ ขึ้นบัญชี ‘ไทย’ เป็นประเทศเฝ้าระวังเสี่ยง ‘ปั่นค่าเงิน’

30.01.2026
  • LOADING...
ภาพแสดงธนบัตร กราฟเศรษฐกิจ และแว่นขยาย สื่อถึงการเฝ้าระวังและวิเคราะห์ค่าเงิน

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีประเทศไทยเป็นประเทศเฝ้าระวัง เสี่ยง ‘บิดเบือนค่าเงิน’ อีกครั้ง ร่วมกับอีก 9 ประเทศ เหตุเข้าเกณฑ์ 2 ใน 3 ข้อ โดยในรายงานล่าสุด ประจำเดือนมกราคม 2026 ไม่มีประเทศใดถูกระบุว่าเป็น ‘บิดเบือนค่าเงิน’ (Currency Manipulator)

 

เมื่อวันที่ 29 มกราคม (ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ) กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เผยแพร่รายงาน ‘Macroeconomic and Foreign Exchange Policies of Major Trading Partners of the United States’ ประจำเดือนมกราคม 2026 โดยขึ้นบัญชี ‘ประเทศไทย’ กลับไปเป็น ‘ประเทศที่ถูกเฝ้าระวังบิดเบือนค่าเงิน’ (Monitoring List) อีกครั้ง เนื่องจากเข้าเกณฑ์ 2 ใน 3 ข้อที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ กำหนดไว้

 

สำหรับประเทศและดินแดนอื่นๆ ที่เข้าเกณฑ์ Monitoring List นี้ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย สิงคโปร์ เวียดนาม เยอรมนี ไอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์

 

ทั้งนี้ ประเทศอื่นๆ ยกเว้นไทย เป็นประเทศที่ติด Monitoring List ตั้งแต่รายงานฉบับเดือนมิถุนายน 2025 ส่วนไทยเคยติด Monitoring List ก่อนหน้านี้ไปแล้ว ในช่วงหลังโควิด ระหว่างปี 2020-2021

 

โดยสหรัฐฯ ยังระบุว่า ไทยเข้าข่าย 2 จาก 3 เกณฑ์หลัก ได้แก่ เกณฑ์การเกินดุลการค้าทวิภาคีกับสหรัฐฯ (Significant Bilateral Trade Surplus) ไทยมีการเกินดุลการค้าสินค้าและบริการกับสหรัฐฯ สูงถึง 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 4 ไตรมาสสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2025 ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้

 

รวมถึงเกณฑ์การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด (Material Current Account Surplus) ที่ไทยมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดคิดเป็น 3.8% ของ GDP ซึ่งถือว่า ‘มีนัยสำคัญ’ (เกินเกณฑ์ 3%)

 

อย่างไรก็ตาม เกณฑ์การแทรกแซงค่าเงิน (Persistent, One-sided Intervention) ไทย ‘ไม่เข้าข่าย’ เหตุมีการซื้อสุทธิเพียง 0.9% ของ GDP (เกณฑ์คือต้องซื้อสุทธิอย่างน้อย 2% ของ GDP และเกิดขึ้นอย่างน้อย 8 ใน 12 เดือน)

 

ทั้งนี้ ในรายงาน ประจำเดือนมกราคม 2026 ไม่มีประเทศใดถูกระบุว่าเป็น “ผู้บิดเบือนค่าเงิน” (Currency Manipulator)

 

สหรัฐฯ ขึ้นบัญชี ‘ไทย’ เป็นประเทศเฝ้าระวังเสี่ยง ‘ปั่นค่าเงิน’

 

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกาและธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันว่า จะหารืออย่างใกล้ชิดต่อไปในประเด็นด้านเศรษฐกิจมหภาคและอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อจะหลีกเลี่ยงการบิดเบือนอัตราแลกเปลี่ยนหรือระบบการเงินระหว่างประเทศ เพื่อมิให้เป็นการขัดขวางการปรับตัวของดุลการชำระเงินอย่างมีประสิทธิผล หรือเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม

 

โดยสั่งให้ไทยรายงานการดำเนินการแทรกแซงค่าเงินใด ๆ อย่างน้อยทุกครึ่งปี โดยมีระยะเวลาล่าช้า 1 ไตรมาส และ รวมถึงข้อมูลเงินสำรองระหว่างประเทศและฐานะเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า ตามแบบฟอร์มข้อมูลเงินสำรองระหว่างประเทศและสภาพคล่องเงินตราต่างประเทศ ของ IMF เป็นรายเดือน

 

ภาพ: schankz, mikeledray, valiantsin suprunovich/ Shutterstock

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising