เลือกตั้ง 2569 : บัตรมาช้า-ขั้นตอนสับสน-คนกลัวบัตรเขย่ง เสียงคนไทยในต่างแดนถึงเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 2569

30.01.2026
  • LOADING...
บัตรเลือกตั้งและซองจดหมาย สื่อถึงปัญหาการลงคะแนนเสียงของคนไทยในต่างแดน

“สาเหตุที่ต้องเดินทางไปเลือกตั้งเอง เพราะกลัวข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นบัตรผิด บัตรไม่ครบ บัตรเขย่ง หรือส่งไปรษณีย์แล้วไม่ถึงสถานกงสุลใหญ่”

 

เหล่านี้คือเสียงสะท้อนจากคนไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้งในออสเตรเลียที่เปิดใจกับ THE STANDARD ถึงประสบการณ์การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 2569 ถือเป็นภาพสะท้อนประสบการณ์ของคนไทยในต่างแดนอีกหลายพื้นที่ ผู้ซึ่งต้องเผชิญข้อจำกัดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดส่งบัตรเลือกตั้งที่ล่าช้า ความชัดเจนของข้อมูล ไปจนถึงช่องทางการสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ความมั่นใจในกระบวนการเลือกตั้งยังคงเป็นคำถามสำคัญสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อย

 

จากซิดนีย์ถึงนอตติงแฮม THE STANDARD สำรวจประสบการณ์การใช้สิทธิของคนไทยในออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร เพื่อถ่ายทอดมุมมองของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจริง ไปจนถึงข้อเรียกร้องปรับปรุงกระบวนการเลือกตั้ง

 

‘กลัวบัตรเขย่ง’ เสียงคนไทยในออสเตรเลีย กับการตัดสินใจเดินทางไปใช้สิทธิถึงคูหา

 

เอส (นามสมมติ) ชาวไทยที่อาศัยในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย เลือกใช้วิธีลงคะแนนเสียงด้วยการเลือกตั้งที่คูหาสัญจรในสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ เนื่องจากที่พักอาศัยอยู่ใกล้จุดเลือกตั้งประมาณ 100 กิโลเมตร และกลัวว่าจะเกิดข้อผิดพลาดหากเลือกตั้งทางไปรษณีย์ เช่น บัตรไม่ครบ บัตรเขย่ง หรือส่งไปรษณีย์แล้วไม่ถึงสถานกงสุลใหญ่

 

“สาเหตุที่ต้องเดินทางไปเลือกตั้งเอง เพราะกลัวข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นบัตรผิด บัตรไม่ครบ บัตรเขย่ง หรือส่งไปรษณีย์แล้วไม่ถึงสถานกงสุลใหญ่” เอสอธิบาย

 

เอสมองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญต่อคนไทยในต่างประเทศด้วยเหตุผล 2 อย่าง ได้แก่

 

  • การเลือกตั้งเป็นตัวกำหนดว่า รัฐบาลจะมีศักยภาพดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างไร ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อโอกาสของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นโครงการ Working and Holiday วีซ่านักเรียน ข้อตกลงใหม่ระหว่างประเทศคู่เจรจา หรือแม้แต่โอกาสในพำนักระยะยาว หากรัฐบาลมีความน่าเชื่อถือ

 

  • การเลือกตั้งเป็นหมุดหมายสำคัญของการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และแก้ไขปัญหาปากท้อง เอสมองว่า ต่อให้เขาอาศัยอยู่ในต่างประเทศ แต่บ้าน ครอบครัว และสังคมยังอยู่ที่ประเทศไทย สุดท้ายแล้ว หากเศรษฐกิจดี รัฐบาลมีศักยภาพ สามารถสร้างงาน พัฒนาคน เขาก็อยากกลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทย

 

สำหรับบรรยากาศภาพรวมของการเลือกตั้งในออสเตรเลีย เอสเล่าว่า เขาโชคดีกว่าหลายๆ เมือง เพราะกงสุลซิดนีย์เปิดคูหาให้เลือก สามารถเดินทางได้ง่าย มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกที่ดี และสถานที่ลงคะแนนเสียงตั้งอยู่กลางย่านคนไทย ขณะที่ขั้นตอนการประชาสัมพันธ์ก็มีเจ้าหน้าที่เดินสายในร้านอาหาร เพื่อช่วยลงทะเบียนในแพลตฟอร์มออนไลน์

 

อย่างไรก็ตาม เอสไม่ปฏิเสธว่า การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในออสเตรเลียก็เผชิญปัญหาเหมือนกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ลงคะแนนเสียงทางไปรษณีย์ ปัญหามีตั้งแต่ได้รับบัตรเลือกตั้งช้า ไปจนถึงความเสี่ยงในการส่งกลับต้นทางไม่ทัน

 

“เพื่อนของเราบางคนที่อยู่ในพื้นที่ไกลๆ เช่น เพิร์ทหรือโซนเหนือของออสเตรเลียอย่างแครนส์, ทาวน์วิลส์, ดาร์วิน, อลิซสปริงส์ ได้รับบัตรเลือกตั้งช้า และเสี่ยงจะส่งกลับไม่ทัน บางคนลงทะเบียนครบ แต่บัตรเลือกตั้งไม่ครบ บัตรซ้ำ บัตรสลับ ต้องเสียเวลาติดต่อสถานกงสุลหรือสถานทูต เสี่ยงส่งกลับไม่ทัน เพราะออสเตรเลียมันกว้างมาก

 

“นอกจากนี้ ยังต้องส่งสำเนาบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตไปด้วย ซึ่งไม่สะดวกมากๆ อย่างคนที่บ้านเราเลือกผ่านไปรษณีย์ ต้องขับรถไปหาถ่ายเอกสารตามห้องสมุดในห้างแทน”

 

ส่วนอีกปัญหาหนึ่งคือขั้นตอนการลงทะเบียนเลือกตั้ง ที่แยกออกจากการลงทะเบียนออกเสียงประชามติ เอสมองว่า ไม่ควรแยกออกจากกัน เพราะมีเวลาลงทะเบียนประชามติน้อยมาก ทำให้บางคนเสียสิทธิเพราะความยุ่งยากของระบบไปโดยปริยาย

 

“ถ้าเสนอให้ปรับปรุงได้อย่างแรก คือ เรื่องการลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิ ลงรอบเดียวให้ทำได้ทั้งเลือกตั้งและประชามติพร้อมกัน และขยายเวลาการลงทะเบียนให้นานกว่านี้ หรือถ้าเป็นไปได้ทำเลือกตั้งออนไลน์ไปเลย กกต.ได้งบไปเยอะ และประเทศเราก็มีคนเก่งๆ ที่พร้อมจะพัฒนาระบบ”

 

เอสในฐานะคนรุ่นใหม่ยังฝากข้อความในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า ขอให้เห็นประชาชนเป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจ ประเทศไทยไม่ได้ต้องการวาทกรรมเรื่องคนดี เพราะไม่มีมาตรวัดที่ชัดเจน

 

“สิ่งที่ประเทศต้องการคือผู้นำมีวิสัยทัศน์ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเข้าใจโลกที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน เราอยากเห็นประเทศไทยจะกลับไปยืนบนเวทีโลกได้จริง แข่งขันกับเพื่อนบ้านในภูมิภาคอย่างสิงคโปร์ หรือ เวียดนามได้ ไม่ใช่เป็นคนป่วยแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รอวันตาย” เขาย้ำ

 

‘บัตรมาช้า-ข้อมูลไม่ชัด’ คนไทยในอังกฤษสะท้อนปัญหาบัตรเลือกตั้งและการสื่อสาร

 

กิ๊ฟ นักศึกษาปริญญาโทจากเมืองนอตติงแฮม ประเทศสหราชอาณาจักร เล่าปัญหาการลงคะแนนเสียงครั้งนี้กับ THE STANDARD ว่า เขาเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้บัตรเลือกตั้งช้า โดยสถานทูตไทยในลอนดอนแจ้งว่า จะมีการส่งบัตรลงคะแนนเสียงให้ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม แต่ปรากฏว่า เขายังไม่ได้รับสักที ขณะที่เพื่อนนักเรียนคนอื่นได้รับจดหมายตั้งแต่วันที่ 15-19 มกราคมแล้ว ทำให้เกิดความกังวลว่า ตนอาจจะส่งกลับปลายทางไม่ทันกำหนดในวันที่ 31 มกราคม

 

“ของเรารอจนถึงวันที่ 20 มกราคมก็ยังมาไม่ถึง เลยจะหาช่องทางติดต่อสถานทูต ณ วันนั้นเข้าไปดูหน้าเว็บไซต์ ก็ไม่เจอช่องทางติดต่อนอกจากเบอร์โทรปกติ

 

“ซึ่งเราโทรไปวันละ 2 สาย ติดต่อกัน 2 วันก็ไม่มีคนรับสาย จนไปเจอว่า หากต้องการติดต่อสอบถามเรื่องการเลือกตั้ง จะต้องติดต่อผ่านไลน์ของสถานทูต แทนที่จะหาเจอได้จากเว็บไซต์”

 

กิ๊ฟเล่าถึงปัญหาการสื่อสารกับทางสถานทูตไทยในกรุงลอนดอน ซึ่งในท้ายที่สุดก็พบว่า เจ้าหน้าที่สถานทูตตอบไลน์เร็ว ใช้เวลาไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง โดยขณะนี้ เขาได้รับบัตรเลือกตั้งในวันที่ 23 มกราคมแล้ว

 

“เรื่องช่องทางการติดต่อ ควรจะมีการเผยแพร่ทุกช่องทางของสถานทูต เช่นในกรณีนี้คือเราไปหาเจอในแฟนเพจเฟซบุ๊ก แต่หาในเว็บของสถานทูตไม่เจอ”

 

กิ๊ฟยังย้ำว่า การเลือกตั้งเป็นเรื่องสำคัญ และมีกรอบระยะเวลาจำกัด เขาอยากให้สถานทูตมอบหมายให้หน่วยงานแผนกใดแผนกหนึ่ง รับผิดชอบหรือประสานงานทางโทรศัพท์ด้วย ซึ่งเป็นช่องทางรวดเร็วและสามารถแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ลงคะแนนเสียงได้อย่างทันท่วงที

 

เช่นเดียวกับ เพิร์ล (นามสมมติ) นักศึกษาปริญญาโท เมืองนอตติงแฮม ประเทศสหราชอาณาจักร เป็นอีกคนหนึ่งที่เลือกใช้วิธีลงคะแนนเสียงทางไปรษณีย์ ตอนแรกเธอให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ว่า ไม่ได้เจอปัญหาใดๆ แต่ในขั้นตอนส่งกลับ เพิร์ลตั้งข้อสังเกตว่า อินโฟกราฟิกอธิบายรายละเอียดในการเลือกตั้งมีเนื้อหาไม่ชัดเจนและเข้าใจยาก ซึ่งนำไปสู่ความกังวลว่า การลงคะแนนเสียงของเธอจะกลายเป็นบัตรเสียหรือไม่

 

“ใบคำแนะนำใช้คำที่เข้าใจยาก ในอินโฟกราฟิกไม่ได้ระบุว่า ต้องมีการเซ็นชื่อทับรอยต่อแถบกาวด้านหลังทำให้เกิดความสับสน และทำไม่ครบขั้นตอน ซึ่งเป็นกังวลว่า จะเป็นบัตรเสียหรือไม่”

 

เพิร์ลไม่เข้าใจขั้นตอนการเซ็นปิดผนึกว่า เธอต้องเซ็นชื่อตรงไหน เพราะคำอธิบายระบุว่า กรรมการต้องเซ็นซองจดหมายเล็ก แต่ซองใหญ่ก็ไม่มีช่องให้เซ็น ซึ่งไม่แน่ใจว่า เธอสามารถอ้างอิงคำแนะนำจากประเทศอื่นๆ เหมือนกันได้ไหม

 

“อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น กกต. ทำทุกอย่างให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน สื่อหรืออินโฟกราฟิกทุกอย่างต้องถูกตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ไม่คลาดเคลื่อน รวมถึงควรทำวิดีโอสื่อสารให้เข้าใจง่ายขึ้น และเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น เพราะบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ทำสื่อออกมาได้เห็นภาพชัด เข้าใจง่าย”

 

เพิร์ลยังทิ้งท้ายความหวังถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า อยากให้ทุกคะแนนเสียงของคนไทยมีความหมาย หรือไม่มีการพลิกแพลงกฎกติกาเพื่อคนบางกลุ่มเท่านั้น

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising