วันนี้อยากชวนมารู้จักคำๆ หนึ่งในภาษาญี่ปุ่น คำนั้นคือ Tsundoku (ซุนโดคุ) ที่ใช้เรียกพฤติกรรมของคนที่ซื้อหนังสือมาเก็บไว้เรื่อยๆ แต่ยังไม่ได้อ่าน โดยไม่ได้มีความหมายในเชิงลบเลยนะ แต่ในทางตรงกันข้ามมันสะท้อนทัศนคติที่งดงามต่อความรู้และเวลา เพราะลึกๆ แล้วเรารู้ว่า วันหนึ่งเราจะกลับมาอ่านมัน ในวันที่ใจพร้อม ในวันที่ชีวิตช้าพอ และในวันที่เนื้อหาของมันจะเข้ามาทำงานกับเราได้จริงๆ
ดังนั้นคนที่มีหนังสือกองเล็กๆ บนโต๊ะข้างเตียง มีเล่มที่ยังไม่เคยเปิด มีเล่มที่คั่นหน้าไว้ครึ่งทาง และมีเล่มที่ซื้อมาเพราะแค่ยืนอยู่หน้าร้านแล้วรู้สึกว่าเล่มนี้ต้องซื้อไว้ก่อน แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้อ่าน ถ้าใช่ ก็ไม่ได้แปลกอะไรหรอก มันไม่ได้แปลว่าเราล้มเหลวในการอ่านเลยสักนิด
บางเล่มซื้อมาในวันที่เราอยากเข้าใจโลกมากขึ้น บางเล่มซื้อมาในวันที่เราเหนื่อยและอยากมีใครสักคนคอยปลอบใจ บางเล่มซื้อมาเพราะเรากำลังจะเปลี่ยนผ่านอะไรบางอย่างในชีวิต หนังสือพวกนั้นไม่เคยเป็นของที่ซื้อมาเปล่าๆ มันคือร่องรอยของความตั้งใจที่จะเติบโต แม้ว่าเราจะยังเดินไปไม่ถึงตรงนั้นก็ตาม การที่เรายังเก็บหนังสือเหล่านั้นไว้ ไม่ได้แปลว่าคุณผัดวันประกันพรุ่ง แต่มันแปลว่าคุณยังเชื่อในตัวเองว่า วันหนึ่งคุณจะกลับมาอ่านมัน และวันนั้นคุณจะเป็นคนที่เข้าใจมันได้ลึกกว่าวันที่ซื้อมา
บางทีชั้นหนังสือของเรา ไม่ได้เป็นเครื่องวัดว่าเราอ่านจบไปกี่เล่ม แต่มันเป็นหลักฐานเงียบๆ ว่าเราเป็นคนที่ยังอยากเรียนรู้ ยังอยากเข้าใจโลก และยังอยากเข้าใจตัวเองอยู่เสมอ


