วันนี้ (27 มกราคม) พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงมาตรการป้องกันไวรัสนิปาห์ ว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้เฝ้าระวังเรื่องไวรัสนิปาห์อย่างเข้มข้น ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้จัดชุดตรวจที่สนามบินแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 มกราคม ผ่านมา โดยกรมควบคุมโรคได้ร่วมกับทางท่าอากาศยานทำการตรวจสอบผู้โดยสารที่มาจากรัฐเวสต์เบงกอล เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย ซึ่งปัจจุบันได้มีการตรวจเชื้อไปแล้ว 1,700 คน และยังไม่พบผู้ติดเชื้อ
ทั้งนี้ ในแต่ละวันจะมีผู้โดยสารเดินทางจากรัฐดังกล่าวเข้ามาวันละ 700 คน ทั้ง 3 สนามบิน ประกอบด้วย สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินภูเก็ต พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จึงได้ช่วยสั่งการให้ประสานกับท่าอากาศยานให้ทำการตรวจอย่างเข้มข้น พร้อมขอยืนยันว่าหากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เจอผู้ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อสามารถกักตัว และตรวจหาเชื้อได้ภายใน 8 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ไวรัสนิปาห์การแพร่กระจายจะไม่เหมือนกับโควิด-19 เนื่องจากโควิดแม้จะยังไม่แสดงอาการก็ยังสามารถแพร่เชื้อได้ แต่ไวรัสนิปาห์หากยังไม่แสดงอาการก็จะไม่สามารถแพร่เชื้อได้
เช่น หากเจอผู้ติดเชื้อ 1 คนในสายการบิน แต่คนที่อยู่บนเครื่องและนั่งมาด้วยจะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อต่ำ เพราะไวรัสนิปาห์ไม่สามารถแพร่กระจายได้ในระยะฟักตัว ฉะนั้นยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขได้ตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้ตั้งแต่เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว และจะดูแลในตรงนี้ต่อไป
พัฒนากล่าวอีกว่า วันนี้ในไทยยังไม่มีผู้ติดเชื้อและในอดีตก็ยังไม่เคยพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ขณะเดียวกันไวรัสดังกล่าวก็ไม่ใช่ชนิดใหม่ เพราะเจอตั้งแต่ปี 2541 แต่มีการแพร่ระบาดในกลุ่มเล็กๆ ภายในประเทศอินเดีย อย่างไรก็ตามเราก็จะไม่ประมาท
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าชาวบ้านกังวลค้างคาวแม่ไก่ในจังหวัดชลบุรีนั้น พัฒนาระบุว่า ค้างคาวแม่ไก่ถือเป็นสัตว์พาหะ ยืนยันว่าในไทยยังไม่เคยพบผู้ติดเชื้อ
ส่วนการติดตามและเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อจะต้องใช้ระยะเวลานานแค่ไหน พัฒนากล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขยังไม่ได้ประเมินว่าจะต้องติดตามในระยะเท่าไร แต่อย่างน้อยในสัปดาห์นี้ก็จะให้อธิบดีกรมควบคุมโรคนำผลตรวจมารายงานกับกระทรวงสาธารณสุขก่อน พร้อมกับพิจารณาดูว่าที่ประเทศอินเดียซึ่งเป็นพื้นที่ในการแพร่ระบาด สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง พร้อมย้ำว่าเชื้อยังไม่ได้มีแนวโน้มถึงขั้นกลายพันธุ์
นอกจากนี้ พัฒนายังได้ฝากถึงประชาชนว่าให้สังเกตอาการตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มีการเดินทางไปในรัฐเวสต์เบงกอล ว่าหากมีอาการคล้ายหวัดให้แจ้งมายังกระทรวงสาธารณสุข แต่สำหรับผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงให้เฝ้าดูอาการเฉยๆ


