วันนี้ (26 มกราคม) ที่ ศาลอาญา สุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีกฎหมายมอบสิทธิให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกคุกคามทางเพศบนโลกออนไลน์ สามารถลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตนเองได้โดยตรง ด้วยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการเผยแพร่หรือลบข้อมูลที่มีลักษณะลามกอนาจารออกจากระบบคอมพิวเตอร์ หรือมาตรการ Take it down ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการที่รัฐสภาได้อนุมัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284/4 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา
โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ในอดีตการระงับการเผยแพร่ข้อมูลบนโลกออนไลน์เป็นอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เท่านั้น ซึ่งประชาชนผู้เสียหายไม่สามารถร้องขอต่อศาลได้โดยตรง ต้องผ่านขั้นตอนการแจ้งความและฟ้องคดีซึ่งใช้เวลานาน แต่ด้วยการแก้ไขกฎหมายใหม่นี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ และสำนักงานศาลยุติธรรมได้ผลักดันให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้ทันต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัล สอดคล้องกับนโยบาย Ready for the future ของประธานศาลฎีกา
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการ สำนักงานศาลยุติธรรมได้พัฒนาระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม หรือ CIOS (Court Integral Online Service) เพื่อรองรับการยื่นคำร้องดังกล่าว โดยเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการในวันนี้ (26 มกราคม) ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถยื่นคำร้องได้ด้วยตนเองตลอดเวลาโดยไม่ต้องเดินทางมาที่ศาล
เพียงต้องยืนยันตัวตนทางดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน ThaID ของกรมการปกครอง เพื่อเข้าใช้งานระบบ CIOS จากนั้นกรอกข้อมูลตามขั้นตอน เมื่อเจ้าหน้าที่และผู้พิพากษาพิจารณาคำร้องผ่านระบบออนไลน์แล้ว หากศาลมีคำสั่งอนุญาต คำสั่งนั้นจะถูกส่งไปยังผู้ให้บริการแพลตฟอร์มหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทางอิเล็กทรอนิกส์ทันที เพื่อให้ดำเนินการระงับหรือลบข้อมูลดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม สุริยัณห์ เน้นย้ำว่า การยื่นคำร้องผ่านระบบ CIOS ในกรณีนี้ มีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อการระงับหรือลบข้อมูลที่ไม่เหมาะสมเท่านั้น หากผู้เสียหายประสงค์จะเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง จะต้องดำเนินการฟ้องร้องแยกเป็นอีกคดีหนึ่ง หรือขอให้ศาลไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง
ทั้งนี้ ในระยะแรกการยื่นคำร้องทางออนไลน์ผ่านระบบ CIOS จะเป็นการยื่นต่อศาลอาญาเพียงแห่งเดียว เนื่องจากมีเขตอำนาจครอบคลุมทั่วราชอาณาจักรในการรับพิจารณาคดีลักษณะนี้ แต่หากประชาชนไม่สะดวกใช้วิธีออนไลน์ ก็ยังสามารถเดินทางไปยื่นคำร้องในรูปแบบกระดาษได้ที่ศาลยุติธรรมทั่วประเทศในวันและเวลาราชการ
โดยสำนักงานศาลยุติธรรมยืนยันที่จะมุ่งมั่นพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้เท่าทันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ต่อไป


