กระทรวงกลาโหมไต้หวันเผย กำลังติดตามสถานการณ์ ‘ผิดปกติ’ ในจีนแผ่นดินใหญ่ หลังมีคำสั่งปลด จาง โยวเซี่ย รองประธานคณะกรรมการกลางด้านการทหาร (Central Military Commission
วันนี้ (26 มกราคม) เวลลิงตัน คู (Wellington Koo) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมไต้หวันเปิดเผยกับสื่อว่า ทางการกำลังติดตามสถานการณ์ในจีนแผ่นดินใหญ่ หลังมีการเปิดเผยว่า จาง เบอร์ 2 ของกองทัพจีน ถูกปลดออกจากตำแหน่งในข้อหาละเมิดวินัยของพรรคคอมมิวนิสต์อย่างร้ายแรง ขณะที่มีการสอบสวน หลิว เจิ้นหลี่ สมาชิก CMC อยู่
“เราจะเดินหน้าติดตามความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติในระดับสูงของพรรค รัฐบาล และผู้นำกองทัพจีนอย่างใกล้ชิด จุดยืนของกองทัพตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ว่า จีนไม่เคยละทิ้งการใช้กำลังต่อไต้หวัน” คูระบุกับผู้สื่อข่าวในรัฐสภา
รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมไต้หวันยังระบุต่อว่า ทางการไม่ได้มองว่า การปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้นำเพียงเหตุการณ์เดียว จะสามารถสรุปสถานการณ์ทั้งหมดได้ โดยไต้หวันจะใช้เครื่องมืออย่างข่าวกรอง การเฝ้าระวัง และการลาดตระเวน เพื่อสืบหา ‘เจตนา’ ที่แท้จริงของเหตุการณ์ครั้งนี้
อนึ่งมีการมองว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้นำกองทัพจีน อาจส่งผลกระทบต่อความพร้อมในการรบของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) โดยเฉพาะปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ เช่น การบุกไต้หวัน อาจเป็นไปได้ยากกว่าเดิม
ทั้งนี้ ยาอิตะ อากิโอะ (Yaita Akio) CEO ของ Indo-Pacific Strategic Think Tank ระบุผ่าน LTN ว่า การกวาดล้างดังกล่าวมีแนวโน้มจะบั่นทอนขีดความสามารถในการปฏิบัติการของกองทัพ PLA ในระยะสั้น และลดโอกาสเกิดความขัดแย้งข้ามช่องแคบไต้หวันในช่วงนี้ ซึ่งแบ่งได้ 3 ประเด็น
- PLA มีโอกาสกวาดล้างและปฏิรูปภายในต่อเนื่องไปอีก 1-2 ปี ทำให้นายทหารระดับสูงจะเริ่ม ‘เอาตัวรอด’ มากกว่าทำงาน นั่นหมายความว่า ปฏิบัติการทางทหารต่อไต้หวันในช่วงนี้แทบเป็นไปไม่ได้
- การปลดนายพลที่มีประสบการณ์จริง ทั้งด้านการรบและการจัดองค์กร กำลังก่อให้เกิดภาวะสุญญากาศด้านผู้นำ โดยในช่วงหนึ่ง PLA อาจตกอยู่ในสถานการณ์ที่ ‘ไม่มีใครใช้งานได้’ และ ‘ไม่มีใครกล้าใช้งานใคร’
- แคมเปญต้านคอร์รัปชันของจีนภายใต้ สีจิ้นผิง ยิ่งซ้ำเติมปัญหา เพราะนายพลหลายรายที่กำลังถูกสอบสวน เป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยผู้นำจีนเอง ส่งผลให้ความน่าเชื่อถือของผู้นำถูกตั้งคำถาม ซึ่งขณะนี้สมาชิก CMC เหลือเพียงคนเดียวจาก 6 คน (รวมสีจิ้นผิงอีก 1 คน)
ยาอิตะมองว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว จะทำให้มีเจ้าหน้าที่กล้าให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมากับสีจิ้นผิงน้อยลง ขณะที่เมื่ออำนาจถูกรวมศูนย์มากขึ้น กลไกตรวจสอบภายในก็จะอ่อนแอ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะตัดสินใจผิดพลาดได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม CEO จาก Indo-Pacific Strategic Think Tank เห็นว่า การกวาดล้างครั้งนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่สงครามยุคใหม่ ซึ่งนายทหารอาวุโสจะถูกแทนที่ด้วยผู้บัญชาการรุ่นใหม่ที่เปิดรับเทคโนโลยีมากกว่า
แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะสร้างความปั่นป่วนให้กับกองทัพ แต่ยาอิตะก็เตือนว่า ในระยะยาว การปฏิรูปกองทัพอาจกลับกลายเป็นข้อได้เปรียบของจีน ซึ่งไต้หวันไม่ควรประมาท
อ้างอิง:


