สหรัฐอเมริกาปล่อยเอกสารยุทธศาสตร์กลาโหมแห่งชาติปี 2026 วางแผน ‘จำกัด’ การสนับสนุนชาติพันธมิตร ย้ำผลประโยชน์ของชาวอเมริกันต้องมาก่อน โดยให้ความสำคัญกับสหรัฐฯ และซีกโลกตะวันตก รวมถึงยังถอดภารกิจหลักที่เคยระบุว่า จีนเป็นภัยคุกคามสำคัญออก
เมื่อวานนี้ (24 มกราคม) กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ปล่อยเอกสารยุทธศาสตร์กลาโหมแห่งชาติ (National Defense Strategy) ปี 2026 โดยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คือ นำเป้าหมายอันดับหนึ่งที่ระบุว่า จีนเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อประเทศออก แต่ย้ำว่า การปกป้องความมั่นคงของสหรัฐฯ และซีกโลกตะวันตกคือภารกิจที่สำคัญที่สุด
เอกสารดังกล่าวมีความยาว 34 หน้า ระบุต่อจากยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติปี 2024 ว่า ขณะนี้ยุโรปกำลังเผชิญการล่มสลายเชิงอารยธรรม พร้อมเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรเพิ่มบทบาทป้องกันตนเอง โดยระบุว่า ประเทศจำนวนมากเคยชินกับการให้สหรัฐฯ เสียเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายด้านกลาโหม จนทำให้ละเลยผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมของชาวอเมริกันมาช้านาน
“ตรงกันข้าม นี่คือแนวทางอันแน่วแน่และเป็นยุทธศาสตร์อย่างแท้จริงต่อภัยคุกคามที่ประเทศของเรากำลังเผชิญ” เอกสารหมายเหตุไว้ว่า สหรัฐฯ ไม่ได้หวนกลับไปใช้แนวทางลัทธิโดดเดี่ยว (Isolationism) แต่ภัยคุกคามที่อยู่ห่างออกไปอีกครึ่งโลก ไม่ได้คุกคามต่อชาวอเมริกัน
ยุทธศาสตร์กลาโหมแห่งชาติระบุว่า ต่อจากนี้ พันธมิตรในชาติยุโรปต้องรับมือภัยคุกคามเอง โดยอธิบายว่า รัสเซียเป็นภัยคุกคามถาวร แต่กลุ่มพันธมิตร NATO ทางตะวันออกสามารถรับมือได้
ในประเด็นความมั่นคงฟากภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เอกสารยังชี้ว่า เป้าหมายหลักของสหรัฐฯ คือป้องกันไม่ให้จีนครอบงำประเทศหรือพันธมิตรในภูมิภาคได้ ขณะที่ลดบทบาทสนับสนุนเกาหลีใต้ในการจัดการเกาหลีเหนือ โดยย้ำว่า โซลมีศักยภาพมากพอที่จะจัดการปัญหาดังกล่าว ซึ่งคาดว่า จะกระทบกับโครงสร้างของกองทัพสหรัฐฯ บนคาบสมุทรเกาหลี
เช่นเดียวกับปมไต้หวันที่ไม่ได้ระบุในเอกสารตรงๆ โดยย้ำแค่ว่า บางอย่างไม่จำเป็นต้องนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง แต่เป็นสันติภาพในแบบที่เหมาะสม ภายใต้เงื่อนไข 2 อย่าง คือ เป็นประโยชน์ต่อชาวอเมริกัน และเป็นเงื่อนไขที่จีนยอมรับและสามารถอยู่ร่วมกันได้
ในทางกลับกัน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มองว่า คลองปานามา อ่าวเม็กซิโก (ซึ่งในเนื้อหาใช้คำว่า อ่าวอเมริกา) และกรีนแลนด์คือพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ที่รับประกันแสนยานุภาพทางการทหารและการค้าประเทศ
“เลิกอุดมคติแบบเพ้อฝัน และหันสู่สัจนิยมแบบแข็งกร้าว” เอกสารระบุต่อว่า ยุทธศาสตร์นี้จะต่างแนวทางหลังสงครามเย็น คือ ยิ่งใหญ่ แต่ลอยตัว
แฟ้มภาพ: Hyungwon Kang / Reuters
อ้างอิง:


