ธอส. ตั้งเป้าสินเชื่อใหม่ปี 2569 ทะลุ 2.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากปีก่อน ขณะที่ NPL มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะ 5.11%
วันนี้ (22 มกราคม) ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ระดับ 242,989 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากปีก่อน และยังเน้นบทบาท ‘ทำให้คนไทยมีบ้าน’ โดยครอบคลุมลูกหนี้กลุ่มรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาทที่ 125,762 ราย หรือ 60% ของสินเชื่อใหม่
ส่วนการปล่อยสินเชื่อใหม่ปี 2568 ทำได้ 247,241 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 241,780 ล้านบาท โดยสินเชื่อใหม่นี้ครอบคลุมลูกหนี้ 232,058 ราย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการ Quick Big Win ของรัฐบาล ที่ช่วยให้ลูกหนี้กู้ได้ง่ายขึ้น
ธอส. ครองส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อบ้านเป็นอันดับ 1 ที่ 44% ท่ามกลางภาพรวมการปล่อยสินเชื่อทั้งระบบที่ติดลบ โดยครอบคลุมกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 128,573 ราย คิดเป็น 52.83% ของสินเชื่อปล่อยใหม่
ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 4/2568 เทียบกับ ณ สิ้นปี 2567 ธอส. มีสินเชื่อคงค้าง (Outstanding Loan) รวมทั้งสิ้น 1,891,091 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.05% สินทรัพย์รวม 2,009,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.62% และเงินฝากรวม 1,760,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.98%
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ในปี 2569 มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น โดยธนาคารตั้งเป้าควบคุม NPLs ให้ไม่เกิน 5.11% ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย
ในปีหน้าการแข่งขันในอุตสาหกรรมจะรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะการแย่งชิงลูกหนี้คุณภาพดี ท่ามกลาง GDP ที่เติบโตต่ำลง และหนี้ครัวเรือนสูงที่กดดันกำลังซื้อ ท่ามกลางยอดการปฏิเสธสินเชื่อที่ยังสูง โดย ธอส. จะเป็นผู้เข้ามาช่วยเติมเต็มในจุดนี้มากขึ้น
ส่วน NPLs ปี 2568 อยู่ที่ 4.98% ของยอดสินเชื่อรวม กระจุกในบ้านต่ำกว่า 7 ล้านบาท ขณะที่การตั้งสำรองหนี้เสียเพิ่มขึ้น 2.66% คิดเป็นจำนวน 155,163 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนต่อ NPLs ที่ระดับ 164.92%
ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ 15.70% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดไว้ที่ 8.50%
ชู 5 เสาหลัก ยกระดับการทำงาน
ธอส. พร้อมต่อยอดบทบาทองค์กรสู่ ‘Beyond Housing Bank’ เปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Intelligent Sustainable Housing Companion ด้วยดิจิทัล พร้อมยกระดับการทำงานทุกมิติผ่าน 5 เสาหลัก (5 Strategic Pillars) ประกอบด้วย
เสาหลักที่ 1 Immediate-to-Home: เร่งกระบวนการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้เร็วและง่ายขึ้น ตั้งแต่ยื่นกู้ถึงจดจำนอง ผ่านระบบดิจิทัลแบบ End-to-End
เสาหลักที่ 2 Smart Growth (Asset Quality Management): บริหารคุณภาพสินทรัพย์ด้วย Digital และ Data-Driven เพื่อช่วยลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ ป้องกัน NPL และจัดการ NPA อย่างมีประสิทธิภาพ
เสาหลักที่ 3 Customer Obsession: ใช้ Big Data และ AI วิเคราะห์ลูกค้า เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการแบบ Hyper-Personalization ที่ “รู้ใจ ถูกที่ ถูกเวลา”
เสาหลักที่ 4 Digital Transformation: ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและกระบวนการทำงาน ด้วย Automation และ AI เพิ่มความเร็ว ความปลอดภัย และลดต้นทุนการดำเนินงาน
เสาหลักที่ 5 People First: พัฒนาทักษะและศักยภาพบุคลากรด้านดิจิทัล สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างยั่งยืน


