×

รู้จัก มาร์ก คาร์นีย์ จากผู้ว่าการธนาคารกลาง สู่นายกรัฐมนตรีแคนาดา ผู้ท้าชนมหาอำนาจ

22.01.2026
  • LOADING...
มาร์ก คาร์นีย์ กล่าวสุนทรพจน์บนเวทีประชุมสภาเศรษฐกิจโลก

มาร์ก คาร์นีย์ (Mark Carney) นายกรัฐมนตรีแคนาดา กลายเป็นบุคคลที่ทั่วโลกให้ความสนใจ หลังจากที่เขากล่าวสุนทรพจน์อย่างดุเดือดบนเวทีประชุมสภาเศรษฐกิจโลก ประจำปี 2026 (World Economic Forum Annual Meeting 2026) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยประกาศต่อต้านการบีบบังคับทางเศรษฐกิจของมหาอำนาจ และเรียกร้องให้ “ประเทศอำนาจขนาดกลาง (Middle Powers) รวมตัวกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็น ‘เหยื่อ’

 

สปีชของเขา ที่มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความท้าทายอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนชัดว่า ‘ระเบียบโลกเก่าจะไม่กลับมา’ และทั่วโลกต้องปรับตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้

 

คาร์นีย์ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแคนาดาเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา หลังเอาชนะจัสติน ทรูโด ในการโหวตเลือกหัวหน้าพรรคลิเบอรัล

 

การรับหน้าที่ของเขา เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายครั้งใหญ่จาก ‘ภาษีทรัมป์’ ที่สร้างแรงกดดันไปทั่วโลก หลังชนะโหวต คาร์นีย์กล่าวว่า “แคนาดากำลังเผชิญวันที่มืดมน ที่เกิดจากประเทศที่ไม่สามารถเชื่อใจได้อีกต่อไป”

 

บทบาทของคาร์นีย์ กำลังฉายภาพความเปลี่ยนแปลง หรือ ‘จุดตัด’ ครั้งใหญ่ของโลก ตัวตน ประสบการณ์ และแง่คิดของเขาเป็นอย่างไร THE STANDARD จะพาไปทำความรู้จัก

 

ผู้ว่าการธนาคารกลาง สู่นายกฯ แคนาดา

 

มาร์ค โจเซฟ คาร์นีย์ เกิดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 1965 ในครอบครัวที่บิดาเป็นครูใหญ่โรงเรียนมัธยมและศาสตราจารย์ด้านพื้นฐานการศึกษาที่มหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตา

 

โดยเขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและจบปริญญาโทและปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด

 

หากดูจากเส้นทางชีวิตของเขา คงยากที่จะบอกว่าวันหนึ่งคาร์นีย์ จะกลายเป็นนักการเมืองแถวหน้าหรือผู้นำประเทศ โดยเขามีประสบการณ์ในเส้นทางอาชีพสายการเงิน-การธนาคาร เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางแคนาดา ระหว่างปี 2008-2013 และมีบทบาทในการนำแคนาดาฝ่าฟันภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ ก่อนจะถูกดึงตัวไปรับตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ ช่วงปี 2013-2020 และมีผลงานในการพัฒนาธนาคารให้ทันสมัย ซึ่งคาร์นีย์ถือเป็นประชากรจากประเทศในเครือจักรภพ และบุคคลที่ไม่ใช่ชาวอังกฤษคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้ นับตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารกลางอังกฤษในปี 1694

 

คาร์นีย์ไม่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ โดยในปี 2012 เขาเคยปฏิเสธคำเชิญ จาก สตีเฟน ฮาร์เปอร์ นายกรัฐมนตรีแคนาดาขณะนั้น ที่ต้องการให้เขารับตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง

 

หลังลงจากตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษในปี 2020 เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นทูตพิเศษด้านการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศและการเงินของสหประชาชาติ และในเดือนกันยายน 2024 ทรูโดได้แต่งตั้งคาร์นีย์ให้เป็นประธานคณะทำงานด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจของพรรคลิเบอรัล

 

ที่ผ่านมา คาร์นีย์มีประสบการณ์มากมายในการรับมือกับแนวนโยบายของทรัมป์ ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก

 

โดยระหว่างปี 2011-2018 เขายังได้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการเสถียรภาพทางการเงิน ซึ่งทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก ทำให้มีบทบาทสำคัญในการตอบสนองระดับโลกต่อนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ในขณะนั้น

 

ภายหลังการประกาศลาออกของทรูโด คาร์นีย์ถูกจับตามองในฐานะผู้ที่ถูกวางตัวให้เป็นรัฐมนตรีคลังคนใหม่

 

แต่ท้ายที่สุด ในการโหวตเลือกผู้นำพรรคลิเบอรัลคนใหม่ กลับกลายเป็นคาร์นีย์ที่เอาชนะการโหวตไปได้อย่างถล่มทลาย ซึ่งคาดว่าเป็นเพราะชาวแคนาดาเชื่อมั่นว่า เขาเป็นบุคคลที่ ‘พร้อมมากที่สุด’ ที่จะต่อกรกับมาตรการภาษีและคำขู่ที่น่าตกใจของทรัมป์ ที่อยากให้แคนาดากลายเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ

 

ผู้นำที่เหมาะสมรับมือทรัมป์

 

ในการอภิปรายแสดงความเป็นผู้นำเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คาร์นีย์กล่าวอย่างมั่นใจว่า “ผมรู้วิธีจัดการกับวิกฤต ในสถานการณ์เช่นนี้ คุณต้องมีประสบการณ์ในแง่ของการรับมือวิกฤต คุณต้องมีทักษะในการเจรจา”

 

หลังชนะการโหวต เขาประกาศต่อต้านมาตรการภาษีของทรัมป์อย่างหนักแน่น และยืนยันว่ารัฐบาลของเขา จะดำเนินมาตรการตอบโต้ทางภาษีต่อสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องและไม่หวั่นไว

 

“มีคนพยายามทำให้เศรษฐกิจของเราอ่อนแอลง เขากำลังโจมตีแรงงาน ครอบครัว และธุรกิจของแคนาดา เราไม่สามารถปล่อยให้เขาทำสำเร็จได้” คาร์นีย์กล่าวถึงทรัมป์ ต่อผู้สนับสนุนที่ส่งเสียงเชียร์

 

ขณะที่คาร์นีย์ มองเห็นอย่างชัดเจนว่าท่าทีของทรัมป์ เป็นสัญญาณว่าความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ จะ ‘ไม่เหมือนเดิม’ และแคนาดาต้องหันมาสร้างความแข็งแกร่งด้วยตนเอง และต้องลดการพึ่งพามหาอำนาจใกล้บ้าน

 

นับตั้งแต่รับตำแหน่งตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา คาร์นีย์เดินหน้าปรับเปลี่ยนจุดยืนทางยุทธศาสตร์ ปรับจูนและขยายความสัมพันธ์ในวงกว้างกับนานาประเทศอย่างต่อเนื่อง เช่น ในกรณีล่าสุด คือการเยือนจีนและพบกับสีจิ้นผิง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งนำมาสู่การบรรลุข้อตกลงความร่วมมือทางการค้า และพลิกฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างกันในรอบหลายปี

 

โดยความเคลื่อนไหวนี้ ถือเป็นเครื่องบ่งชี้ว่ายุทธศาสตร์แบบเดิมสำหรับแคนาดาที่เคยเข้าใจว่าจะได้รับความมั่งคั่งจากการเป็นพันธมิตรและเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดของสหรัฐฯ นั้น มาถึงวันนี้อาจ ‘ใช้ไม่ได้’ อีกต่อไป

 

และสิ่งสำคัญที่คาร์นีย์ กล่าวย้ำในสุนทรพจน์ของเขาที่ดาวอส คือ “การยืนหยัดด้วยความแข็งแกร่งของตนเอง” ซึ่งคาร์นีย์กำลังพยายามวางรากฐานและทำให้ประเทศของเขาก้าวเดินไปข้างหน้าให้ได้ แม้ในวันที่ระเบียบโลกไม่เหมือนเดิม

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising